บทเรียน : โยเซฟผู้ให้อภัยที่ยิ่งใหญ่

เมื่อกลับบ้านวันนี้ หนูจะได้

  • เห็นและเข้าใจว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่และสามารถทำสถานการณ์ที่ร้ายๆ ให้กลายเป็นดีได้
  • รู้ว่าการให้อภัยต่อคนที่ทำผิดต่อหนูเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
  • อธิษฐานขอพระเจ้าช่วยหนูที่จะสามารถให้อภัยผู้อื่นได้

ข้อท่องจำ

“จงอวยพรแก่คนที่เคี่ยวเข็ญท่าน  จงให้พรอย่าแช่งด่าเลย”-โรม 12:14

T I P S สำหรับคุณครู

ภาษาที่มีความสำคัญในการสื่อสารมากกว่าภาษาพูดคือภาษาร่างกาย ดังนั้นเมื่อครูสอนในชั้นเรียนของครู

  • ให้นั่งหรือยืนตัวตรง ไม่เทน้ำหนักลงบนเท้าข้างใดข้างหนึ่งตลอดเวลา
  • มองตาเด็กแต่ละคนเวลาครูสอน
  • ท่าทีกระตือรือร้นของครูมีส่วนช่วยสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ของเด็ก
  • แสดงความรักและชื่นชมเด็กโดยการสัมผัส เช่น จับมือ กอด หรือแตะบ่าเบาๆ

 

เกม"คีบไม้ขีด"

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ไม้ขีดไฟ
  • ไม้จิ้มฟัน

วิธีเล่น

  • แบ่งเด็กออกเป็นทีม
  • เทไม้ขีดลงบนโต๊ะกลมหรือสี่เหลี่ยมให้ไม้ขีดกระจายบนโต๊ะพอสมควร ไม่ให้ชิดหรือห่างกันเกินไป
  • ทั้งสองทีมจะส่งตัวแทนออกมาทีละสองคน แต่ละคนถือไม้จิ้มฟันมือละอัน ใช้ไม้จิ้มฟันคนละ 2 อัน คีบไม้ขีดมาวางไว้ที่ทีมของตนเองโดยไม่ให้ไม้ขีดตัวอื่นๆ เคลื่อนที่ เมื่อทำเสร็จให้ผลัดเปลี่ยนคนอื่นในทีมออกมาเล่น แต่หากคีบไม้ขีดแล้วตัวอื่นเคลื่อนที่ ผู้เล่นก็ต้องออกและผลัดให้คนอื่นเข้ามาเล่นแทน
  • จับเวลา 5 นาที หรือให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เล่นทั้งหมด
  • ทีมไหนคีบไม้ขีดได้มากที่สุดชนะ

* การเล่นคีบไม้ขีดสามารถเล่นบนพื้นได้หากไม่มีโต๊ะ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อให้ทำงานละเอียด เพิ่มสมาธิและช่วยให้เด็กเกิดความอดทนและความตั้งใจ

 

บทนำเรื่อง

“ต้นร้ายปลายดี” (เค้าโครงเรื่องจากชุมนุมเรื่องจริง โดย ชัย เรืองศิลป์)

       มีชาวจีนคนหนึ่งแซ่ตั้ง ครอบครัวของเขาเคยมีฐานะร่ำรวย แต่เมื่อเกิดสงครามทรัพย์สมบัติของเขาก็วอดวายธุรกิจล้มละลาย ทำให้เขากลายเป็นคนยากจนต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากคนอื่นมาลงทุนทำการค้า แต่เศรษฐกิจก็ไม่ดีขึ้นทำให้เขามีหนี้สินท่วมหัว เขากลุ้มใจและอับอายมาก เนื่องจากธรรมเนียมจีนถือว่าผู้ใดไม่สามารถชำระหนี้ได้ผู้นั้นเป็นคนเลวที่สุด มิชชันนารีชาวเยอรมันคนหนึ่งพยายามปลอบใจและให้กำลังใจเขา แต่เขาก็ไม่เชื่อและคิดจะฆ่าตัวเองและลูกเมียหมดทั้งบ้าน เพื่อหนีความอับอายขายหน้านี้ไป

เขาสั่งให้ลูกเมียช่วยกันทำอาหารอย่างดีที่สุดจะได้กินร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเขาก็เอายาพิษใส่ลงในข้าวปลาอาหารทุกอย่าง ทุกคนมานั่งล้อมโต๊ะอาหารนั้น แต่พอกำลังจะลงมือกินอาหาร ก็มีพวกโจรเข้ามาปล้นบ้านของเขา จับสมาชิกทุกคนในบ้านมัดมือมัดเท้าเอาไว้ตั้งใจจะจับเอาไปเรียกค่าไถ่ แล้วพวกโจรจึงนั้งล้อมวงกินอาหารบนโต๊ะซะจนเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่ข้าวเม็ดเดียว ต่อมาไม่ช้าฤทธิ์ยาพิษก็กำเริบ พวกโจรดิ้นทุรนทุรายจนสิ้นลมและไม่มีใครรอดชีวิตเลย

โจรพวกนี้เป็นพวกเดียวกับพวกโจรที่ปล้นหมู่บ้านและฆ่าคนมากมาย ทางการได้ประกาศจับและมีรางวัลให้แก่ผู้ที่นำจับราวแสนบาท ดังนั้นทางการจึงได้จ่ายเงินให้แก่ชายแซ่ตั้งคนนี้เป็นรางวัลที่จับโจรเหล่านี้ได้ ทำให้เขาสามารถนำเงินไปปลดหนี้สิน และยังมีเงินเหลืออีกมากมาย

จากต้นเรื่องร้ายกลายเป็นปลายดี แต่กว่าจะดีได้ก็ผ่านเงาความตายมาทั้งครอบครัว เหมือนดังชีวิตของโยเซฟที่มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับเขามากมาย แต่พระเจ้าก็ทำให้ปลายชีวิตของโยเซฟกลายเป็นดีได้

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์

ภาพที่ 1   ในเวลานั้นเกิดการกันดารอาหารอย่างรุนแรงทั่วโลก รวมไปถึงแคว้นคานาอัน แผ่นดินที่ครอบครัวของยาโคบผู้เป็นพ่อของโยเซฟและพี่น้องของเขาอยู่ด้วย ยาโคบจึงส่งพี่ชายทั้งสิบคนของโยเซฟไปซื้อข้าวที่ประเทศอียิปต์เพราะได้ข่าวว่ามีข้าวมากมายในแผ่นดินนั้น แต่ห้ามไม่ให้เบนยามินน้องคนสุดท้องไปเพราะกลัวจะเกิดอันตรายกับเขา

 

ภาพที่ 2   เมื่อพี่ชายทั้งสิบคนไปถึงประเทศอียิปต์และได้ไปกราบไหว้ขอซื้อข้าวจากโยเซฟ ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พวกเขาจำโยเซฟไม่ได้ แต่โยเซฟจำหน้าพวกพี่ทั้งสิบคนของเขาได้แต่เขาเก็บไว้เป็นความลับ และระลึกถึงความฝันที่ฟ่อนข้าวของพวกพี่โค้งคำนับฟ่อนข้าวของเขา โยเซฟทำเป็นไม่รู้จัก และซักไซ้ถามด้วยเสียงดุดันถึงสมาชิกในครอบครัวของเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง และแกล้งตั้งข้อหาว่าพวกพี่ชายอาจจะเป็นสายลับแอบเข้ามาในประเทศอียิปต์ หลังจากนั้นจับพี่ชายของเขาไปขังไว้ในคุกสามวัน แล้วส่งตัวพวกเขากลับไปพร้อมกับข้าวซึ่งโยเซฟสั่งให้ทหารแอบเอาเงินที่พวกพี่ชายนำมาจ่ายค่าข้าวซุกกลับไปในกระสอบข้าวเหล่านั้นด้วย และสั่งให้จับตัวสิเมโอนพี่ชายคนหนึ่งไว้เป็นตัวประกัน โดยมีข้อแม้ว่าให้พวกพี่ชายกลับไปนำตัวน้องคนสุดท้องคือเบนยามินมาที่อียิปต์ให้โยเซฟเห็น เพื่อจะพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ได้โกหกแต่พูดความจริง

เมื่อพวกพี่ชายกลับไปถึงบ้านและเล่าทุกสิ่งให้ยาโคบฟัง พวกเขาก็ทุกข์ใจยิ่งนักด้วยว่าตอนนี้ สิเมโอนก็ติดคุกอยู่ในอียิปต์ และกลัวที่จะต้องเสียเบนยามินไปอีกคนหนึ่ง ยาโคบรู้สึกเศร้าใจที่เขาสูญเสียโยเซฟไปแล้ว และตอนนี้อาจจะต้องสูญเสียเบนยามินซึ่งเป็นลูกชายเพียงสองคนที่เกิดจากนางราเชล ภรรยาสุดที่รักของยาโคบนั่นเอง รูเบนและยูดาห์ต่างก็ปลอบใจพ่อ และสัญญาว่าเขาจะรับผิดชอบดูแลเบนยามิน และจะนำเขากลับมาคืนให้พ่อแน่นอน ประจวบกับเมื่อเวลาผ่านไปการกันดารอาหารก็ร้ายแรง ข้าวที่ซื้อมาก็หมดลง พวกเขาจึงจำเป็นต้องกลับไปที่อียิปต์เพื่อซื้อข้าวอีก ดังนั้นยาโคบจึงต้องยอมส่งเบนยามินไปกับพวกพี่ชาย และขอพรจากพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ที่จะให้เจ้านายชาวอียิปต์กรุณาต่อพวกเขาและปล่อยพี่ชายและ เบนยามินกลับบ้าน แล้วพวกเขาก็ออกจากบ้านเดินทางไปประเทศอียิปต์เพื่อไปเข้าเฝ้าโยเซฟ

เมื่อโยเซฟเห็นเบนยามินมากับพี่ชายก็สั่งให้จัดงานเลี้ยงที่บ้านของเขา พวกพี่ชายก็กลัวว่าโยเซฟจะหาเหตุเรื่องเงินที่ติดกระสอบไปครั้งที่แล้วมาจับกุมพวกเขา พวกเขาจึงนำเงินไปคืนให้แก่คนต้นเรือนของโยเซฟ คนต้นเรือนนั้นกลับบอกพวกเขาว่า นั่นเป็นเงินที่พระเจ้าประทานแก่พวกท่าน ส่วนเงินค่าข้าวนั้นเขาได้รับเรียบร้อยแล้ว เมื่อโยเซฟกลับมาถึงบ้าน พวกพี่ชายก็ก้มลงกราบไหว้ท่าน โยเซฟได้เห็นหน้าเบนยามินน้องชายก็หักห้ามใจไว้ไม่ได้ จึงต้องรีบเข้าไปในห้องและร้องไห้อยู่คนเดียว สักครู่ก็ไปล้างหน้าแล้วกลับออกมานั่งรับประทานอาหารร่วมกันกับพวกพี่ชายและเบนยามิน

ภาพที่ 3  หลังจากนั้นโยเซฟจึงสั่งให้คนต้นเรือนจัดกระสอบข้าวให้พวกพี่ชาย แอบเอาเงินของพวกเขาใส่ไว้ที่ปากกระสอบเช่นเคย และให้เอาจอกเงินของโยเซฟกับเงินใส่ไว้ในกระสอบของเบนยามิน เมื่อพวกเขากำลังเดินทางกลับไปได้ไม่ไกล คนต้นเรือนของโยเซฟก็ตามไปและจะจับกุมคนที่ขโมยจอกเงินจากบ้านเจ้านายไป หากจอกเงินนั้นอยู่ในกระสอบของผู้ใดผู้นั้นจะต้องถูกจับไปเป็นทาสในอียิปต์ และเมื่อพวกเขาเปิดกระสอบดูตั้งแต่พี่คนโตจนถึงน้องคนสุดท้อง จอกเงินก็ไปซุกอยู่ในกระสอบของเบนยามิน

พวกเขาจึงเดินทางกลับไปเข้าเฝ้าโยเซฟอีกครั้งก้มกราบลงถึงดิน โยเซฟสั่งให้จับเบนยามินไว้เป็นทาสและให้พวกพี่ชายทั้งหมดกลับไป ฝ่ายยูดาห์พี่ชายจึงกราบทูลโยเซฟว่า เบนยามินเป็นลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่จากนางราเชล และเป็นลูกที่พ่อรักมาก หากพวกเราไม่ได้นำเขากลับไปหาพ่อ พ่อก็คงจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปไม่ได้ และจะต้องตรอมใจตายด้วยความโศกเศร้าเป็นแน่ ดังนั้นขอเอาตัวยูดาห์ไปเป็นทาสแทนน้องของเขาเถิด

ภาพที่ 4   เมื่อโยเซฟได้ยินพี่ชายพูดดังนั้นก็อดกลั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปไม่ได้ จึงสั่งให้ทหารคนรับใช้ออกไปให้หมด แล้วโยเซฟก็เปิดเผยตัวเองให้พวกพี่ชายรู้ว่าเขาคือโยเซฟ โยเซฟร้องไห้เสียงดังจนคนอียิปต์และคนในสำนักพระราชวังทั้งหลายได้ยิน เมื่อพวกพี่ชายรู้ดังนั้นก็ไม่รู้จะทำประการใด และตกใจกลัวคิดถึงเหตุการณ์ที่พวกเขาได้ทำต่อโยเซฟในอดีต แต่ใจของโยเซฟได้ยกโทษให้พวกพี่ชายของเขาด้วยเขาเห็นว่านี่เป็นแผนการของพระเจ้าที่ให้เขามาอยู่ในอียิปต์ เขาจึงพูดกับพี่ชายว่า “เราคือโยเซฟน้องที่พี่ขายมายังอียิปต์ แต่บัดนี้อย่าเสียใจเลย อย่าโกรธตัวเองที่ขายเรามาที่นี่ เพราะว่าพระเจ้าทรงใช้เราให้มาก่อนหน้าพี่ เพื่อจะได้ช่วยชีวิต เพราะมีการกันดารอาหารในแผ่นดินสองปีแล้ว ยังอีกห้าปีจะไถนาหรือเกี่ยวข้าวไม่ได้เลย... ฉะนั้นมิใช่พี่เป็นผู้ให้เรามาที่นี่ แต่พระเจ้าทรงให้มา” (ปฐมกาล 45:4-8) หลังจากนั้นโยเซฟก็กอดคอกับเบนยามินร้องไห้ จุบพวกพี่ชายทั้งปวงและร้องไห้ สนทนาพูดคุยกันถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดกับโยเซฟและพี่น้องของเขา พระเจ้ากลับเปลี่ยนให้กลายเป็นผลดีที่มนุษย์คาดคิดไม่ถึง

ภาพที่ 5 เมื่อฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์ได้ข่าวเรื่องครอบครัวของโยเซฟ ก็สนับสนุนให้โยเซฟส่งขบวนรถและเสบียงอาหารไปรับยาโคบผู้เป็นพ่อ พี่น้องและครอบครัวของพวกเขาทั้งหมด พร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ ฝูงสัตว์ออกเดินทาง เชื้อสายของอิสราเอลทั้งหมดก็ออกจากคานาอันเดินทางไปอาศัยอยู่ในประเทศอียิปต์ และระหว่างทางพระเจ้าทรงสัญญากับยาโคบหรืออิสราเอลว่า พระองค์จะให้เขาเป็นชนชาติใหญ่ พระองค์จะอยู่กับพวกเขาในอียิปต์ และพระเจ้าจะนำพวกเขา(อิสราเอล)กลับมายังแผ่นดินคานาอันอีกครั้งเป็นแน่ คนทั้งปวงที่เป็นเชื้อสายของยาโคบที่เข้าไปอยู่ในอียิปต์เวลานั้นนับได้เจ็ดสิบคน

แผนการแห่งความรอด

ตั้งแต่โยเซฟยังเป็นเด็กหนุ่ม พระเจ้าให้เขาฝันเห็นฟ่อนข้าวของพี่ชายที่โค้งคำนับฟ่อนข้าวของเขา พระเจ้ามีแผนการที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของโยเซฟ แต่ก็มีเหตุการณ์เลวร้ายหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับเขา แต่เพราะพระเจ้าทรงสถิตกับโยเซฟ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนทำอะไร สิ่งเหล่านั้นก็จำเริญขึ้น มากกว่านั้นโยเซฟยังเป็นคนที่เชื่อวางใจในพระเจ้า และมองทุกสิ่งผ่านสายตาของพระเจ้า ทำให้เขาสามารถอภัยและยกโทษให้พวกพี่ชายของเขาได้ เพราะเขายอมรับการทรงครอบครองและการจัดเตรียมของพระเจ้า ดังนั้นโยเซฟจึงเป็นคนที่พระเจ้าใช้ในการช่วยกู้ชนชาติอิสราเอลให้รอดพ้นจากการกันดารอาหารอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้น

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

มันคงเป็นเรื่องที่ไม่ยากนักที่จะอภัยให้กับเพื่อนที่มาตีหนู หรือทะเลาะกับหนู แต่หนูจะให้อภัยพ่อที่ทิ้งแม่ของหนูไปมีผู้หญิงอื่นได้อย่างไร  หรือเพื่อนที่ชอบแกล้งหนูครั้งแล้วครั้งเล่า ตีบ้าง พูดดูถูกหนูบ้าง ทุกวันหนูไม่อยากเจอหน้าเขา หนูจะอภัยและยกโทษให้พวกเขาอย่างไร มันเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะอภัยแก่คนที่ทำร้ายเรา ทำให้เราเจ็บปวด แต่หนูรู้ไหมหนูมีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือหนูจะเก็บความเจ็บปวดนี้ไว้แล้วก็ผูกใจโกรธแค้นคนที่ทำให้หนูเจ็บ ชีวิตของหนูก็จะมีความขมขื่นและโกรธแค้นอยู่ในใจของหนู อีกทางหนึ่งคือการให้อภัยด้วยจำไว้ว่าพระเจ้าสามารถเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี ให้อภัยคนที่ทำให้หนูเจ็บ และอย่าคิดโทษตัวเองว่าหนูไม่ดี หรือเพราะหนูเป็นอย่างนี้ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น การให้อภัยเป็นสิ่งที่ยากมาก แต่หนูสามารถอธิษฐานขอให้พระเจ้าช่วยหนูที่จะสามารถให้อภัยคนเหล่านั้นได้ และหนูอาจจะพบว่าหนูอภัยให้เขาวันนี้ แต่พรุ่งนี้หนูก็ยังรู้สึกโกรธและเกลียดเขาอยู่ ใช่แล้ว หนูอาจจะต้องอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยหนูหลายครั้ง แต่ครูคิดว่าพระเจ้ายินดีในความตั้งใจของหนู และเมื่อหนูฝึกทำเป็นประจำก็จะกลายเป็นคุณสมบัติหรือนิสัยที่ดีในตัวหนู

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

    1. เมื่อเกิดการกันดารอาหารไปทั่วโลก ครอบครัวของยาโคบตัดสินใจจะทำอย่างไร?
    2. เมื่อพี่ชายของโยเซฟเข้าไปเฝ้าโยเซฟ ผู้สำเร็จราชการของอียิปต์ โยเซฟก็เข้าใจถึงความฝันที่พระเจ้าให้เขาเมื่อเขายังเด็ก ความฝันนั้นคืออะไร?
    3. หนูคิดว่าทำไมโยเซฟถึงแกล้งกล่าวหาว่าพี่ชายของเขาเป็นสายลับ และยังแกล้งเอาจอกเงินใส่ไว้ในกระสอบของเบนยามิน โดยอ้างว่าจะจับเบนยามินมาเป็นทาสของอียิปต์?
    4. เมื่อโยเซฟจะจับตัวเบนยามิน ยูดาห์ทำสิ่งที่แสดงว่าเขารักน้องและครอบครัวของเขาอย่างไร?
    5. โยเซฟยกโทษให้พี่ชายของเขา โดยเขาให้เหตุผลกับพี่ชายเขาว่าอย่างไร?
    6. ถ้าหนูเป็นโยเซฟ หนูจะยกโทษให้พวกพี่ชายไหม และหนูจะทำอย่างไรตั้งแต่แรกที่พบพวกพี่ชาย หนูจะทำเหมือนหรืออะไรต่างจากโยเซฟไหม?
    7. การให้อภัยคนอื่นเป็นสิ่งที่ยากมาก มีวิธีอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราให้อภัยคนอื่นได้?

     

กิจกรรม

“เมล็ดแห่งการให้อภัย” (งานศิลปะ)

สิ่งที่ต้องเตรียม    

  • รูปถ่ายเอกสารบนกระดาษแข็ง
  • เมล็ดข้าว
  • ถั่วหลายๆ ชนิด(เลือกที่มีสีสรรต่างกัน)
  • กาว

วิธีทำ

  • นำแบบที่ได้ทากาวลงบนคำว่า “อภัย” โดยทาตัวหนังสือที่ละตัว และให้เด็กแต่ละคนเลือกใช้ถั่วชนิดต่างๆ ให้มีหลากหลายสี แปะลงบนตัวหนังสือเหล่านั้น ระวังอย่าใช้กาวมากเกินไป
  • รอให้กาวแห้งสักครู่ ใช้กาวทาลงบนพื้นหลังของภาพ แล้วโรยเมล็ดข้าวลงบนภาพ
  • ครูสามารถทบทวนบทเรียนเรื่องการให้อภัยกับเด็กๆ ส่วนเมล็ดข้าวและถั่วเปรียบเสมือนพืชพันธัญญาหารที่พระเจ้ามอบให้แก่โยเซฟในการช่วยกู้ครอบครัวของเขาและชาวอิสราเอล และนำการคืนดีมาสู่ครอบครัวของโยเซฟ

กิจกรรม

“ดอกไม้บอกรัก” (งานประดิษฐ์)

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • รูปดอกไม้ถ่ายเอกสารลงบนกระดาษแข็ง
  • สีเทียนหรือสีไม้
  • ปากกาเมจิก
  • กาว
  • กรรไกร
  • ลูกอมหรือชอคโกแลตที่ห่อเรียบร้อยแล้ว

วิธีทำ

  • แจกดอกไม้ให้เด็กแต่ละคน เด็กแต่ละคนอาจจะได้มากกว่าหนึ่งดอกก็ได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเด็กและเวลาที่จะใช้ทำกิจกรรมนี้
  • ให้เด็กระบายสีดอกไม้ให้สวยงาม และใช้กรรไกรตัดรูปดอกไม้ออกมา
  • เติมชื่อของพี่น้องของเด็กแต่ละคน หรือหากเด็กเป็นลูกคนเดียว อาจจะใส่ชื่อลูกพี่ลูกน้องของเด็กก็ได้
  • ทากาวติดลูกอมลงตรงกลางเป็นเกสรดอกไม้
  • ทบทวนให้เด็กเข้าใจว่าพระเจ้าต้องการให้เรารักพี่น้องของเรา และให้อภัยซึ่งกันและกัน เมื่อเด็กทำกิจกรรมเสร็จแจกลูกอมให้เด็กต่างหาก ส่วนดอกไม้ที่เด็กทำในชั้นเรียน ให้เด็กนำไปให้กับพี่หรือน้องของเขา และให้เด็กสัญญาว่าจะทำหนึ่งสิ่งภายในอาทิตย์ที่จะมาถึงเพื่อเป็นการแสดงความรักต่อพี่น้องของเด็ก (เช่น ช่วยสอนการบ้านน้อง ช่วยพี่เก็บของเล่น ซื้อขนมให้น้องหลังเลิกเรียน )

 

กิจกรรม

ภาพระบายสี