บทเรียน : งูทองสัมฤทธิ์

เมื่อกลับบ้านวันนี้ หนูจะได้

  • รู้ว่าการบ่นและไม่ไว้วางใจพระเจ้า สามารถนำปัญหาเข้ามาในชีวิตหนูได้
  • เข้าใจว่า พระเยซูเป็นหนทางเดียวที่จะนำหนูไปสู่ความรอด
  • เชื่อและวางใจในพระเยซูให้เป็นพระผู้ช่วยของหนู ให้หนูหลุดพ้นจากโทษของความบาปคือความตาย แต่มีชีวิตนิรันดร์

ข้อท่องจำ

“โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์”-ยอห์น 3:14-15

T I P S สำหรับคุณครู

การถามคำถามเป็นวิธีหนึ่งของการเรียนรู้ ดังนั้นคำถามที่คุณครูใช้ควรจะครอบคลุมมากกว่าการตอบว่า ใช่หรือไม่ใช่ หรือการตอบคำถามหาข้อมูลที่เรียนไปเท่านั้น แต่ควรจะมีคำถามที่สะท้อนความเข้าใจของเด็กต่อบทเรียนนั้นๆ และคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกของเด็กต่อบทเรียนที่เขาได้เรียน เพื่อช่วยให้เด็กสามารถเชื่อมบทเรียนเข้ากับสถานการณ์ในชีวิตจริงของเขาได้

เกม “เอางูไว้บนเสา”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดานและปากกา (หรือชอล์ค)
  • ผ้าปิดตา

วิธีเล่น

  • วิธีเล่นคล้ายการเล่นเกม “ต่อหางหมู” ให้ครูวาดรูปเสาไม้ไว้หนึ่งต้นกลางกระดาน ให้มีขนาดที่เด็กทุกคนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
  • แบ่งเด็กออกเป็นสองฝ่าย เพื่อแข่งกันว่าฝ่ายไหนจะสามารถวาดรูปงูไว้บนเสาได้ใกล้ที่สุด
  • เมื่อเด็กเข้าแถว ให้เด็กออกมาทีละหนึ่งคน ใช้ผ้าปิดตาแล้วให้เด็กเดินไปที่กระดานและวาดรูปงูให้ใกล้เสามากที่สุด
  • เมื่อเด็กทุกคนมีโอกาสได้เล่น ให้ตัดสินจากงูที่อยู่บนเสามากที่สุด ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะ

บทนำเรื่อง

(บทนำในสัปดาห์นี้ จะยกเอาความรู้รอบตัวเรื่องของสัตว์มาสอนเด็ก เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวจดจำได้ง่าย เพื่อจะทำให้บทเรียนพระคัมภีร์มีสีสันมากขึ้น เพื่อเด็กสามารถผูกเรื่องทั้งสองเข้าด้วยกันได้)

งูแมวเซา งูพิษที่พบได้ทั่วไปในภาคกลางของประเทศไทย— ธนบุรี นนทบุรี อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ในแต่ละปีมีผู้ที่ถูกงูพิษนี้กัดหลายร้อยคน งูแมวเซามีลักษณะตัวอ้วนป้อม หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม สีน้ำตาล มีลายเป็นรูปวงรีหรือรูปไข่สีน้ำตาลเข้มตัดด้วยขอบสีดำตลอดทั้งตัว มันชอบอยู่บนดินทราย ไม่ชอบน้ำ มักจะอาศัยอยู่ตามซอกหิน โพรงดิน หรือกอหญ้าใหญ่ ไม่ชอบย้ายที่อยู่ และหากินไม่ไกลจากที่อยู่ของมันในเวลากลางคืน หรือเมื่ออากาศเย็น มันชอบกินกบ เขียด จิ้งเหลน กิ้งก่า แย้ งูนี้จะออกลูกเป็นตัวครั้งละ 20-30 ตัว

งูแมวเซาเป็นงูดุ เมื่อตกใจหรือกลัวจะขดตัวแล้วส่งเสียงขู่เหมือนเสียงของแมวกรน (ถึงได้ชื่ว่างูแมวเซา) มันจะขดตัวเตรียมสู้แทนที่จะเลื้อยหนีเหมือนงูชนิดอื่น งูนี้มีพิษร้ายแรงมาก หากถูกกัดพิษของมันจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดงในตัวของเรา ในเวลาเพียง 2-3 นาที เม็ดเลือดแดงจะเริ่มแตก ทำให้มีอาการเลือดออกตามตัว ภายใน 2-3 ชั่วโมงแขนขาจะเริ่มบวม ผิวหนังบวมเป็นจ้ำๆ เลือดจะออกทั่วร่างกาย อาจจะออกตามไรฟัน ไอหรืออาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะ อุจจาระมีเลือด ความดันต่ำ ไตไม่ทำงาน และเสียชีวิตในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์

หลังจากที่ชาวอิสราเอลปฏิเสธที่จะเชื่อคำสัญญาของพระเจ้าให้เข้าไปในแผ่นดินพันธสัญญา แต่กลับไปฟังคำของพวกผู้สอดแนมสิบคน พวกเขาจึงต้องทนทุกข์และเดินทางวนเวียนอยู่ในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาถึงสี่สิบปี และพระเจ้ายังตรัสอีกว่าคนที่อายุยี่สิบปีขึ้นไป พวกเขาจะต้องตายอยู่ในถิ่นทุรกันดารและจะไม่มีโอกาสได้เข้าไปครอบครองแผ่นดินพันธสัญญา

ในระหว่างการเดินทาง ชุมชนอิสราเอลเกิดขาดน้ำ ประชาชนได้ตัดพ้อต่อว่าโมเสสที่พาพวกเขาออกจากอียิปต์ และมาตายในถิ่นทุรกันดาร ที่ที่ไม่มีพืช ไม่มีมะเดื่อ องุ่นหรือทับทิม และยังไม่มีน้ำที่จะดื่มอีก เมื่อโมเสสและอาโรนได้ฟังดังนั้น เขาซบหน้าลงถึงดิน แล้วพระเจ้าก็มาปรากฏแก่เขาสั่งว่า “จงเอาไม้เท้าและเรียกประชุมชุนนุมชน ทั้งเจ้าและอาโรนพี่ชายของเจ้า และบอกหินต่อหน้าประชาชนให้หินหลั่งน้ำ ดั้งนั้นเจ้าจะเอาน้ำออกจากหินให้เขา ดังนั้นแหละเจ้าจะให้น้ำแก่ชุมนุมชนและสัตว์ดื่ม”

ภาพที่ 1  แต่เมื่อประชาชนมาชุมนุมกันต่อหน้าโมเสสและอาโรน โมเสสกลับไม่ทำตามที่พระเจ้าได้สั่งเขา แต่กล่าวว่า “เจ้าผู้กบฏจงฟัง ณ บัดนี้จะให้เราเอาน้ำออกจากหินนี้ให้พวกเจ้าดื่มหรือ” เมื่อพูดดังนั้นเขาก็ยกไม้เท้าขึ้นฟาดหินสองครั้ง แล้วน้ำก็ไหลพุ่งออกมามากมาย ชุมนุมและสัตว์ทั้งหลายก็ได้ดื่มน้ำนั้น แต่หากพระเจ้าไม่พอพระทัยที่โมเสสทำเช่นนั้น เพราะเขาไม่เชื่อคำสั่งของพระเจ้าและมิได้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าต่อหน้าคนอิสราเอล ดังนั้นพระเจ้าจึงบอกแก่โมเสสว่าเขาเองจะไม่ได้นำคนอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดินพันธสัญญา และเขาเรียกน้ำนั้นว่าน้ำเมรีบาห์ ซึ่งแปลว่าการต่อสู้กัน เพราะอิสราเอลได้บ่นต่อว่าพระเจ้า

ภาพที่ 2   หลังจากนั้นอิสราเอลได้เดินทางจากคาเดชมาถึงภูเขาโฮร์ ที่ภูเขานั้นพระเจ้าตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า อาโรนเองก็จะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินพันธสัญญาที่พระเจ้าจะยกให้เป็นมรดกแก่อิสราเอลเช่นกัน เพราะเขาทั้งสองไม่ได้เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้าที่น้ำเมรีบาห์ พระเจ้าสั่งให้โมเสส นำอาโรนและเอเลอาซาร์ลูกชายของอาโรนขึ้นไปบนยอดเขาโฮร์ และให้ถอดเสื้อคลุมของอาโรนสวมให้กับเอเลอาซาร์ลูกชายของเขา โมเสสได้กระทำตามที่พระเจ้าสั่ง เมื่อพวกเขาทั้งสามคนขึ้นไปบนภูเขาโฮร์ต่อหน้าประชาชนทั้งหลาย โมเสสได้ถอดเสื้อคลุมของอาโรนสวมให้กับเอเลอาซาร์ลูกชายของเขา หลังจากนั้นอาโรนได้สิ้นชีวิตลงบนยอดเขานั้น แล้วโมเสสและเอเลอาซาร์จึงลงมาจากภูเขา ประชาชนต่างร้องไห้ไว้ทุกข์ให้อาโรนอยู่สามสิบวัน

ภาพที่ 3  หลังจากที่อิสราเอลเดินทางออกจากภูเขาโฮร์ ไปในถิ่นทุรกันดารทะเลทราย ประชาชนทั้งหลายก็ท้อถอยและเหน็ดเหนื่อยเพราะหนทางนั้นกันดารและลำบาก เมื่อเป็นดังนั้นประชาชนก็เริ่มบ่นต่อว่าพระเจ้าและโมเสสอีกว่า ไม่น่าที่จะพาพวกเขาออกมาจากอียิปต์เพื่อมาตายในถิ่นทุรกันดารนี้เลย ที่นี่ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร อาหารที่กินอยู่ทุกวันก็น่าเบื่อเหลือเกิน และด้วยคำบ่นต่อว่านี้พระเจ้าจึงส่งงูแมวเซาให้เข้ามาในค่ายที่ประชาชนอยู่ งูก็กัดประชาชนและมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ประชาชนทั้งหลายต่างมาหาโมเสสและกล่าวว่า “เราทั้งหลายได้กระทำบาปเพราะเราทั้งหลายได้บ่นว่าพระเจ้าและบ่นว่าท่าน ขอทูลแด่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงนำงูไป

ภาพที่ 4   จากเราเสีย” โมเสสฟังดังนั้นจึงอธิษฐานทูลต่อพระเจ้าเพื่อประชาชน พระเจ้าจึงให้โมเสสทำงูแมวเซาตัวหนึ่งติดไว้ที่เสา ทุกคนที่ถูกงูกัด เมื่อเขามองดูเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นโมเสสจึงทำงูทองสัมฤทธิ์ตัวหนึ่งติดไว้ที่เสา และเมื่อประชาชนคนใดที่ถูกงูแมวเซากัด ถ้าเขาเชื่อวางใจในพระเจ้ามองขึ้นไปดูงูทองสัมฤทธิ์ที่ติดไว้บนเสา คนเหล่านั้นก็ได้รับการรักษาให้หาย และมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

แผนการของพระเจ้า

ภาพงูทองสัมฤทธิ์ที่ติดไว้บนเสา เป็นภาพจำลองแผนการแห่งความรอดของพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์ ในยอห์น 3:14-15 กล่าวว่า “โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์” การช่วยกู้ของพระเจ้าต่อชาวอิสราเอลในเวลานั้น เป็นการช่วยชีวิตฝ่ายร่างกายของพวกเขาให้พ้นจากความตาย ซึ่งเป็นภาพที่ชัดเจนเข้าใจง่าย ทุกคนที่มีพิษของงูในตัวจะต้องตาย ยกเว้นเสียจากว่าเขาจะเงยหน้าขึ้นมองดูที่งูทองสัมฤทธิ์ และการช่วยกู้ของพระเจ้าจะมาถึงพวกเขา เช่นกันพระคัมภีร์บอกเราว่าไม่มีสักคนหนึ่งที่ไม่มีบาป และพิษของความบาปก็คือความตาย พระเจ้าส่งพระเยซูมาตายบนไม้กางเขน เพื่อทุกคนที่เงยหน้าขึ้นมองที่กางเขน และเชื่อวางใจในพระเยซู ผู้นั้นจะไม่ต้องตาย แต่จะมีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้าบนสวรรค์ตลอดไป

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

ภาพที่ 5  วันนี้หนูรู้ไหมว่า หนูก็ไม่ต่างไปจากประชาชนอิสราเอล พระคัมภีร์บอกกับเราว่า ไม่มีสักคนหนึ่งเป็นคนชอบธรรมหรือไม่มีบาป คนเราทุกคนเกิดมาเป็นคนบาป และความบาปยังรวมถึงสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราพูดที่ทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย เช่น การโกหก การลักขโมย การพูดใส่ร้ายคนอื่น (ให้เด็กยกตัวอย่างในชั้นเรียน) และความบาปนี้เองทำให้หนูไม่สามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าได้ พระเจ้าจึงส่งพระเยซูมาตายแทนหนูบนไม้กางเขน หากหนูวางใจในพระเยซู พระองค์สามารถลบล้างความบาปทั้งหมดของหนูและยกโทษบาปให้กับหนู (ครูอาจใช้เวลานี้นำเด็กรับเชื่อ สามารถดูคำแนะนำในการนำเด็กรับเชื่อ)

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่กระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน ในขณะเดียวกันเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย)

  1. การที่ชาวอิสราเอลต้องเดินวนเวียนอยู่ในถิ่นทุรกันดารมีสาเหตุมาจากอะไร?
  2. เมื่ออิสราเอลขาดน้ำ พระเจ้าสั่งให้โมเสสทำอย่างไร? และโมเสสทำตามที่พระเจ้าสั่งหรือไม่ อย่างไร?
  3. เมื่อชาวอิสราเอลวนเวียนอยู่ในถิ่นทุรกันดาร พบความทุกข์ยากลำบาก พวกเขาทำอย่างไร? หนูคิดว่ามีวิธีอื่นไหมที่พวกเขาสามารถทำได้? (ร้องทูลวิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า)
  4. เมื่อชาวอิสราเอลบ่นต่อว่าพระเจ้า พระเจ้าส่งอะไรมาลงโทษเขา?
  5. อิสราเอลทำอะไร พระเจ้าถึงช่วยเหลือเขาให้พ้นจากพิษของงู?
  6. งูทองสัมฤทธิ์เป็นภาพจำลองของอะไร?
  7. โทษหรือพิษของความบาปคืออะไร? พระเจ้าจัดเตรียมวิธีไหนเพื่อพวกเราจะสามารถรอดพ้นจากโทษของความบาปนั้นได้?

กิจกรรม

งูบนเสาไม้

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ดินสำหรับปั้น (อาจเป็นดินเหนียว, ดินน้ำมัน, แป้งปั้นก็ได้)
  • ไม้ไอติม
  • กาว
  • สีเมจิก

วิธีทำ

  • ครูเตรียมแป้งปั้นสีอะไรก็ได้สำหรับเด็กแต่ละคนๆ ละ 1 ก้อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้วสำหรับปั้นเป็นก้อนหิน
  • เตรียมแป้งปั้นอีกสีหนึ่ง (แตกต่างจากสีข้างต้น) อาจจะเป็นสีเหลือง สีแดง หรือสีน้ำตาลก็ได้ ให้เด็กแต่ละคนสำหรับปั้นเป็นตัวงู
  • เมื่อเด็กปั้นก้อนหินให้มีลักษณะคล้ายครึ่งวงกลม และปั้นตัวงูแล้ว นำไม้ไอติม 2 ไม้ทากาวติดให้เป็นรูปไม้กางเขน รอสักครู่ให้แห้ง
  • นำไม้กางเขนปักลงบนก้อนหินดินปั้นนั้น และให้นำตัวงูที่ปั้นไว้พันไว้บนไม้กางเขน
  • สำหรับครู—สอนให้เด็กเข้าใจว่างูทองสัมฤทธิ์เป็นภาพจำลองแผนการของการช่วยกู้ของพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์ ผู้ที่มาตายบนไม้กางเขนเพื่อช่วยชีวิตของเด็กๆ ทุกคน

กิจกรรม

“ภาพถิ่นทุรกันดาร”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดาษสำหรับวาดเขียน
  • สีเทียน
  • ทราย
  • กาว
  • ถาดสำหรับใส่ทราย
  • ช้อนพลาสติก

วิธีทำ

  • ให้เด็กใช้สีเทียนแดง ส้ม และเหลืองวาดรูปดวงอาทิตย์ดวงโตลงบนกระดาษ และใช้ดินสอวาดเส้นพื้นทะเลทรายคร่าวๆ
  • ใช้กาวทาลงบนส่วนที่เป็นทะเลทรายให้ทั่ว หลังจากนั้นใช้ช้อนตักทรายโรยลงบนภาพที่ทากาวเรียบร้อยแล้ว
  • เคาะเอาทรายส่วนที่เหลือออกลงบนถาดทราย
  • อาจให้เด็กตกแต่งภาพเพิ่มเติม จากบทเรียนที่เด็กได้เรียนว่าพระเจ้าประทานอะไรให้แก่ชนชาติอิสราเอลบ้างระหว่างที่พวกเขาต้องเดินทางในถิ่นทุรกันดาร (เช่น มานา, นกคุ้ม, น้ำจากก้อนหิน, หรือแม้แต่งูทองสัมฤทธิ์) สอนให้เด็กเข้าใจว่าหากปราศจากพระเจ้าที่เลี้ยงดูพวกเขาแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ในถิ่นทุรกันดารนั้น)

กิจกรรม

ภาพระบายสี