เด็กสองแบบ เป้าหมายสองประการ พันธกิจสองด้าน

เป้าหมายพื้นฐานในการทำพันธกิจเด็กที่คุณครูควรยึดถือมีอะไรบ้าง

ครูจำต้องเข้าใจว่าเด็กที่เราทำงานด้วยมีสองกลุ่ม:

  1. กลุ่มแรกคือเด็กที่ยังไม่เชื่อวางใจพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด พระคัมภีร์กล่าวชัดถึงเงื่อนไขของเด็กๆที่ยังไม่มีพระคริสต์ พวกเขาเกิดมาพร้อมด้วยธรรมชาติบาป (สดุดี 51:5) พวกเขาเป็นผํู้หลงหาย (มัทธิว 18:11) ความบาปแยกพวกเขาออกจากพระเจ้า ในด้านจิตวิญญาณ เด็กๆเหล่านี้ตายแล้ว (เอเฟซัส 2:1) มีอาการตาบอดฝ่ายวิญญาณ (2 โครินธ์ 4:4) และอยู่ภายใต้การครอบงำของอำนาจบาป (โรม 6:17) ถ้าพวกเขาโตถึงวันที่ตอบสนองได้ รับผิดชอบได้ และมีความเข้าใจแล้ว แต่ยังไม่ได้เชื่อวางใจพระเจ้า พวกเขาจะต้องรับผิดชอบต่อหน้าพระเจ้าด้วย (โรม 3:19) และถ้าพวกเขาตายในสภาพเช่นนี้ พวกเขาก็จะหลงหายนิรันดร์ (ยอห์น 3:36) เด็กเหล่านี้จำเป็นต้องมีพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขา
  2. เด็กกลุ่มที่สองคือเด็กที่ได้เชื่อวางใจพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาแล้ว พระคัมภีร์สอนว่า เด็ก..แม้แต่เด็กเล็กๆ..ก็สามารถเชื่อวางใจพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขาได้ (มัทธิว 18:6) เมื่อพวกเขาเชื่อเช่นนั้น พระองค์ทรงประทานชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ (ยอห์น 6:47) สายตาฝ่ายวิญญาณ (กิจการ 16:18) การอภัยบาปทั้งหมด (เอเฟซัส 1:7) การสถิตอยู่ด้วยของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (กิจการ 2:38) และชีวิตนิรันดร์ให้แก่พวกเขา (ยอห์น 3:16) และเปลี่ยนแปลงพวกเขาใหม่ (2 โครินธ์ 5:17) เด็กเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องต้อนรับพระเยซูซ้ำอีก การประกาศข่าวประเสริฐไม่จำเป็นสำหรับพวกเขา แต่พวกเขาต้องได้รับอาหารฝ่ายวิญญาณเพื่อการเจริญเติบโต (1 เปโตร 2:2)

ในฐานะครูของเด็กๆ คุณจำเป็นต้องมีเป้าหมายสองประการ:

  1. คุณต้องอธิษฐานขอให้เด็กที่ยังไม่ได้รับความรอดตัดสินใจเชื่อวางใจพระเยซูครสิต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา
  2. คุณต้องอธิษฐานขอให้เด็กที่รอดแล้วเจริญเติบโตขึ้นด้านจิตวิญญาณ

และในฐานะครูของเด็กๆ คุณมีพันธกิจสองด้าน:

  1. คุณเป็นเสมือนผู้หาคนดั่งหาปลา - ขณะลงมือสอน เท่ากับคุณกำลังหาปลาท่ามกลางเด็กๆที่ยังไม่ได้รับความรอด บทบาทพื้นฐานอันดับแรกของคุณคือการประกาศและการประยุกต์คำสอนของคุณสำหรับเด็กที่ยังไม่เชื่อ เพื่อหนุนใจและท้าทายให้พวกเขาเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา พระเยซูทรงเรียกซีโมนเปโตรโดยตรัสว่า "จงตามเรามาเถิดและเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา" (มัทธิว 4:19)
  2. คุณเป็นเสมือนผู้เลี้ยงลูกแกะ - ขณะลงมือสอน เท่ากับคุณกำลังป้อนอาหารให้เด็กๆที่รอดแล้ว คุณจำเป็นต้องประยุกต์คำสอนให้เด็กที่ได้รับความรอดแล้วเพื่อช่วยพวกเขาให้เติบโตขึ้นด้านจิตวิญญาณ สามปีหลังจากที่พระเยซูเรียกเปโตรครั้งแรก พระองค์ทรงเรียกเขาอีกครั้งและมอบหมายงานให้เขาโดยตรัสว่า "จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด.. จงดูแลเแกะของเราเถิด.. จงเลี้ยงแกะของเราเถิด" (ยอห์น 21:15-17)

คุณครูที่รัก เมื่อถึงการสอนครั้งต่อไปขอให้เบ็ดตกปลาและไม้เท้าตะขอเป็นเครื่องเตือนใจในการทำหน้าที่ตามบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทรงเรียกเราให้ทำงานกับเด็กๆเหล่านี้

(สรุปจากบทความโดยแซม โอเฮอร์ตี้)