บทเรียน : พระเยซูบังเกิด

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า เกิดจากหญิงพรหมจารี
  • เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าหนูจะเป็นใคร มาจากไหน พระเจ้ารักหนูและส่งพระเยซูคริสต์ลงมาเพื่อหนู
  • เชื่อและวางใจให้พระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของหนู

ข้อท่องจำ

“เพราะว่าในวันนี้ พระผู้ช่วยให้รอดของพวกท่านคือ พระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้ามาประสูติที่เมืองของดาวิด”
- ลูกา 2:11

T I P S สำหรับคุณครู

“อธิษฐานมาก..เหนื่อยน้อย อธิษฐานน้อย..เหนื่อยมาก ไม่อธิษฐานเลย..เหนื่อยเปล่า” คำคมนี้น่าจะเป็นจริงและเห็นได้ชัดเจนในงานพันธกิจการรับใช้เด็กๆ มันมีความย้อนแย้งกับหลักการทำงานของโลกนี้ แต่มันคือเคล็ดลับความสำเร็จของชั้นเรียนเลยทีเดียว ดังนั้นในวันนี้หากคุณครูอยากเห็นชั้นเรียนที่เกิดผล มีเด็กต้อนรับพระเยซู เด็กๆ เติบโตขึ้นฝ่ายวิญญาณ งานอันดับแรกของเราคือ “การจัดเตรียมเวลาในการอธิษฐาน” อธิษฐานเผื่อเด็ก อธิษฐานเผื่อคริสตจักร เผื่อบทเรียนพระคัมภีร์ที่จะสอน เผื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะเป็นครูเปิดตาเปิดใจของเด็กให้เห็นและเข้าใจพระคำของพระองค์ ขอให้เราเป็นคนที่อธิษฐานมาก เพื่อเราจะเหนื่อยน้อยลง และการงานของเราจะไม่เปล่าประโยชน์

 

เกม “ส่งสาร”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดาษที่มีข้อความสำหรับส่งสารหลายๆ ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการบังเกิดของพระเยซู เช่น พระเยซูบังเกิดในรางหญ้า, อิมมานูเอล-พระเจ้าสถิตกับเรา, พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ฯลฯ

วิธีเล่น

  • แบ่งเด็กๆ เป็น 2-4 กลุ่ม นั่งเป็นแถวตอน หันหลังให้กับครู
  • ให้เด็กคนแรกเดินมาหยิบฉลากที่มีประโยคเขียนไว้ และจำประโยคนั้น ถ้าเด็กยังอ่านไม่ออก ให้ครูเป็นผู้กระซิบให้เด็กฟัง
  • เมื่อครบทุกคนแล้ว ให้เด็กกลับไปนั่งที่เดิม รอครูให้สัญญาณจึงเริ่มกระซิบให้กับเพื่อนที่อยู่ในแถวของตัวเองได้
  • เมื่อกระซิบจนถึงคนสุดท้ายของแถว ให้เฉพาะเด็กคนสุดท้ายลุกขึ้นยืน และเมื่อทุกแถวเสร็จเรียบร้อยให้คนสุดท้ายของแต่ละแถวพูดข้อความที่ถูกส่งต่อมา
  • ครูถามคนหัวแถวว่าถูกต้องทุกคำหรือไม่ ถ้าถูกต้องครบทุกคำจะได้ 1 คะแนน ถ้าขาดบางคำไปหรือไม่เหมือนก็จะไม่ได้คะแนน
  • สลับให้เด็กคนสุดท้ายมาเป็นคนหัวแถวเพื่อเป็นผู้ส่งสาร

บทนำเรื่อง “ม้าเร็ว”

ในสมัยก่อนการส่งข้อความส่งสารต่างๆ มักจะใช้ม้าเร็ว ซึ่งหมายถึง คนขี่ม้าของกองทัพ มีหน้าที่สืบเหตุการณ์ข่าวคราวของข้าศึก และรีบนำมาแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ในกองทัพของตน

ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา แถบเมืองนครนายก กองทัพเขมรมักลอบเข้าไปลักเสบียงและลอบรังแกคนไทยอยู่เสมอ ทางกรุงศรีอยุธยาจึงแต่งตั้งให้ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน เป็นหัวหน้าหมู่บ้านคอยตรวจตราเขตแขวงเมืองนครนายก ในเวลานั้นพระยาละแวก เจ้าเมืองเขมรได้ยกกำลังเข้ามาดักตลบหลังไทย โดยยกกำลังเข้ามาตีเมืองปราจีนบุรีแล้วเลยไปเมืองนครนายก เพื่อกวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สมบัติไปเขมร

เมื่อทราบข่าวศึก ขุนหาญพิทักษ์ไพรวันจึงให้ม้าเร็วส่งข่าวไปให้ทางกรุงศรีอยุธยาทราบ แล้วก็รวบรวมกำลังออกไปซุ่มโจมตี เมื่อกองทัพพระยาละแวกยกทัพผ่านมาถึง ขุนหาญฯ ก็ยกกำลังเข้าโจมตีกองทัพพระยาละแวกเสียหาย และเมื่อกองทัพจากกรุงศรีอยุธยายกมาช่วย กองทัพเขมรก็แตกพ่ายกลับไป เพราะม้าเร็วช่วยส่งข่าวทำให้กองทัพกรุงศรีฯ ได้รับชัยชนะในครั้งนั้น

หนูรู้ไหมว่าพระเจ้าของเราก็มีม้าเร็วเหมือนกัน ทูตสวรรค์เป็นเหมือนม้าเร็วของพระเจ้าส่งข่าวสารจากฟ้ามายังแผ่นดินโลกถึงข่าวอัศจรรย์ซึ่งคนที่ได้ยินแทบจะไม่เชื่อหูของตัวเอง แต่มันเป็นข่าวดีจริงๆ สำหรับมนุษย์!!!

 

แหล่งที่มา : http://www.thaiheritage.net/nation/oldcity/nakhonnayok7.htm สืบค้นวันที่ 18 สิงหาคม 2563

 

 

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 1:1-25, ลูกา 2:1-21)

รูปภาพที่ 1  “เธอผู้ที่พระเจ้าโปรดปรานมาก จงชื่นชมยินดีเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่กับเธอ” เสียงของทูตสวรรค์ทำให้มารีย์รู้สึกตกใจ ไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่นางได้ยิน มารีย์เป็นหญิงสาวชาวยิวธรรมดาคนหนึ่ง นางเป็นคนที่รักพระเจ้ามาก ในเวลานั้นมารีย์มีคู่หมั้นชื่อโยเซฟ ซึ่งเป็นคนที่รักพระเจ้ามากด้วยเช่นกัน ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานกันและอาศัยอยู่ที่เมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี

ทูตสวรรค์ชื่อ กาเบรียล ได้มาปรากฏตัวต่อหน้ามารีย์ และบอกกับเธอต่อไปว่า “มารีย์เอ๋ย อย่ากลัวเลย เพราะเธอเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน นี่แน่ะ เธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู” มารีย์จึงตอบกลับไปว่า “เหตุการณ์นั้นจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะฉันยังไม่เคยหลับนอนกับชายใดเลย?” ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า “องค์บริสุทธิ์ที่เกิดมานั้นโดยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์จะได้ชื่อว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้าเพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระเจ้าทรงทำไม่ได้” มารีย์จึงกล่าวว่า “ฉันผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า พร้อมที่จะทำตามคำของท่าน”  เมื่อทูตสวรรค์จากไป มารีย์ก็ตั้งครรภ์ แต่โยเซฟซึ่งเป็นคู่หมั้นของมารีย์และเป็นคนดี ก็ไม่อยากจะให้ผู้อื่นรู้ว่า  มารีย์ซึ่งเป็นคู่หมั้นของตนนั้นตั้งครรภ์โดยที่ทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกันและไม่แน่ใจด้วยว่ามารีย์ตั้งท้องได้อย่างไร เขาจึงคิดที่จะถอนหมั้นกับนางอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ผู้อื่นรู้

(ครูอาจใช้รูป 2-4) ในขณะที่โยเซฟคิดเรื่องนี้ ก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งได้มาเข้าฝันเขาและบอกกับเขาว่า “โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ เธอจะให้กำเนิดบุตรชาย แล้วจงตั้งชื่อเด็กนั้นว่าเยซู เพราะว่าเขาจะทรงช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากบาป” มนุษย์ทุกคนรวมทั้งครูและหนูตกเป็นทาสของความบาป และพระเจ้ารู้ว่าไม่มีใครเลยที่จะสามารถช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากความบาป และโทษของบาปคือความตายนิรันดร์ได้ ดังนั้นพระเจ้าจึงส่งพระเยซู บุตรของพระเจ้าลงมาเป็นมนุษย์เพื่อจะช่วยทุกคนให้รอดพ้นจากความบาป ซึ่งตรงกับที่อิสยาห์ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า (ผู้ประกาศคำสั่งสอนของพระเจ้าหรือผู้พูดแทนพระเจ้า) ได้เคยกล่าวไว้ว่า “นี่แน่ะ หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล” ซึ่งแปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา (อิสยาห์ 7:14) เมื่อโยเซฟตื่นขึ้นมา เขาก็ทำตามคำสั่งของทูตสวรรค์คือ ยอมรับมารีย์เป็นภรรยา

รูปภาพที่ 2  ต่อมาไม่นาน จักรพรรดิออกัสตัสจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมัน ได้ประกาศให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาจักรโรมันเป็นครั้งแรก ในเวลานั้นอิสราเอลตกเป็นเมืองขึ้นของโรม ทำให้ทุกคนต่างก็ต้องเดินทางไปจดทะเบียนที่บ้านเกิดของตนเอง โยเซฟมีเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิด จึงต้องกลับไปที่เมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดียซึ่งเป็นบ้านเกิดของกษัตริย์ดาวิด โยเซฟจึงได้พามารีย์ซึ่งกำลังตั้งครรภ์เดินทางออกจากเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลีซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ เพื่อไปจดทะเบียนสำมะโนครัวที่เมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดียที่อยู่ทางตอนใต้

เมื่อทั้งสองเดินทางไปถึงเมืองเบธเลเฮม มารีย์ก็เจ็บท้องจะคลอดลูก แต่ทั้งสองไม่สามารถหาโรงแรมว่างได้เลย เพราะเวลานั้นประชาชนมากมายต่างก็เดินทางมาจดทะเบียนสำมะโนครัวกัน มารีย์และโยเซฟจึงอาศัยคอกสัตว์ของโรงแรม (ในสมัยก่อนโรงแรมแต่ละแห่งจะมีคอกสัตว์ เพราะการเดินทางในสมัยนั้นใช้สัตว์เป็นพาหนะในการเดินทางและขนสินค้า)

  รูปภาพที่ 3  และในคืนนั้น มารีย์ก็ได้คลอดบุตรชายที่นั่น โยเซฟก็ตั้งชื่อเด็กนั้นว่า “เยซู” ตามคำของทูตสวรรค์ แล้วนางก็เอาผ้าอ้อมพันบุตรชายและวางไว้ในรางหญ้า

ขณะเดียวกันนั้นเอง ในแถบนั้นก็มีพวกคนเลี้ยงแกะกลุ่มหนึ่งกำลังเฝ้าฝูงแกะของพวกเขาอยู่กลางทุ่งในเวลากลางคืน

รูปภาพที่ 4  ทันใดนั้นก็ได้มีทูตสวรรค์มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาท่ามกลางความมืด พวกคนเลี้ยงแกะต่างรู้สึกหวาดกลัว ทูตสวรรค์จึงกล่าวกับพวกเขาว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเรานำข่าวดีมายังพวกท่าน เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่จะมาถึงคนทั้งหลาย เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของพวกท่านคือพระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้ามาประสูติที่เมืองของดาวิด นี่จะเป็นหมายสำคัญสำหรับพวกท่าน คือท่านจะพบพระกุมารนั้นพันผ้าอ้อมนอนอยู่ในรางหญ้า” ในทันใดนั้นเอง ทูตสวรรค์อีกกลุ่มหนึ่งก็มาปรากฏตัวต่อหน้าพวกคนเลี้ยงแกะและร่วมกันสรรเสริญพระเจ้าว่า “พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งหลายที่พระองค์โปรดปรานนั้น” แล้วทูตสวรรค์เหล่านั้นก็กลับขึ้นสู่สวรรค์ พวกคนเลี้ยงแกะต่างก็ชวนกันไปเมืองเบธเลเฮมตามที่ทูตสวรรค์ได้บอกไว้ เมื่อพวกเขาไปถึงก็ได้พบกับมารีย์กับโยเซฟ และเด็กทารกนอนอยู่ในรางหญ้า พวกคนเลี้ยงแกะจึงได้เล่าเรื่องที่ทูตสวรรค์ได้บอกพวกเขาเกี่ยวกับเด็กน้อยที่ชื่อเยซูให้กับมารีย์กับโยเซฟฟัง แล้วพวกเขาก็ออกไปเล่าให้ชาวเมืองทั้งหลายฟังด้วย ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับเรื่องราวและเหตุการณ์นั้น แล้วพวกคนเลี้ยงแกะก็กลับไปถวายพระเกียรติและสรรเสริญพระเจ้าในสิ่งที่พวกเขาได้ยินและได้เห็นมา

 

แผนการแห่งความรอด

เพราะพระเจ้ารักมนุษย์ทุกคนรวมทั้งครูและหนู พระองค์ไม่ปรารถนาให้ใครสักคนพินาศไป แต่มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับธรรมชาติบาป และเป็นคนบาป ไม่มีใครเลยที่เป็นคนสมบูรณ์แบบ และเพราะความบาปนี้เองทำให้มนุษย์ต้องพินาศ พบกับความตาย ถูกตัดขาดจากความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าไป และเพราะพระองค์รักมนุษย์ทุกคน พระองค์จึงมีแผนการให้มนุษย์มีหนทางกลับคืนดีกับพระเจ้าโดยการส่งพระเยซูบุตรของพระเจ้าเกิดจากหญิงพรมจารีย์ โดยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ลงมาบนโลกนี้เพื่อเปิดทางแห่งความรอด ช่วยมนุษย์ทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจะได้พ้นจากโทษทัณฑ์ของบาปคือความตาย คืนสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้า และได้รับชีวิตใหม่คือชีวิตนิรันดร์

 

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

หากหนูยังไม่เคยต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด วันนี้หนูได้รู้แล้วว่าพระเจ้ารักและเมตตามนุษย์ ไม่ว่ามารีย์ หญิงชาวยิวธรรมดาๆ คนหนึ่ง หรือพวกคนเลี้ยงแกะที่ในสายตาของคนยิวถือว่าเป็นคนยากจนต่ำต้อย แต่พระเจ้ากลับให้เกียรติพวกเขาเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ได้พบกับกุมารเยซู บุตรพระเจ้า หนูเองก็สามารถรับเอาความรักของพระเจ้าเข้ามาในชีวิตหนูได้โดยการเชื่อวางใจในพระเยซู ให้พระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นพระเจ้าของหนู

สำหรับเด็กที่รับเชื่อแล้ว ชีวิตของมารีย์และโยเซฟเป็นแบบอย่างในการยอมเชื่อฟังพระเจ้าจนถึงที่สุด แม้ในยามที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร แต่เขารู้จักเสียงของพระเจ้า เชื่อฟังและทำตามสิ่งที่พระองค์บอกให้เขาทำ และยังมีพวกคนเลี้ยงแกะที่เมื่อเขาได้ยินข่าวดี ได้เห็นกุมารเยซูแล้ว พวกเขาไม่เก็บความปิติยินดีนี้ไว้กับตัว แต่กลับรีบออกไปบอกข่าวที่น่ายินดีกับคนอื่นๆ ในหมู่บ้านของพวกเขาด้วย วันนี้หนูเองได้ฟังข่าวดีเรื่องความรอดของพระเยซู ครูอยากหนุนใจให้หนูจะไม่เก็บข่าวดีนี้ไว้เพียงคนเดียว แต่เอาข่าวดีนี้ไปแบ่งปันกับคนอื่นด้วยเช่นกัน

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน ในขณะเดียวกันเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย)

  1. ทำไมมารีย์ถึงยอมรับที่จะตั้งครรภ์ทั้งที่นางยังไม่ได้แต่งงานกับโยเซฟ?
  2. ถ้าหนูเป็นมารีย์หรือโยเซฟ หนูจะยอมทำตามที่พระเจ้าสั่งให้พวกเขาทำไหม เพราะอะไร?
  3. ถ้าหนูเป็นคนเลี้ยงแกะหนูจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นทูตสวรรค์มาปรากฏตัวท่ามกลางความมืด?
  4. หนูคิดว่าทำไมทูตสวรรค์ถึงมาบอกข่าวดีให้กับคนเลี้ยงแกะ?
  5. ทำไมพระเยซูบุตรพระเจ้าถึงมาเกิดเป็นคนธรรมดาที่ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เลย?
  6. ถ้าหนูเป็นมารีย์และโยเซฟ เมื่อคนเลี้ยงแกะเล่าถึงสิ่งที่ได้เห็นและได้ยินมาให้ฟัง หนูจะรู้สึกอย่างไร เพราะอะไร?
  7. หนูประทับใครหรือตอนไหนในบทเรียนนี้บ้าง อย่างไร?

 

 

กิจกรรม

พระเยซูบังเกิดในรางหญ้า

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ถ่ายเอกสารภาพ “กุมารเยซูบังเกิดในรางหญ้า” ในหน้า 15 ตามจำนวนเด็ก
  • กิ่งไม้เล็กๆ ตัดความยาวประมาณ 4 นิ้วจำนวน 5 กิ่งต่อเด็กหนึ่งคน (หรือจะใช้ไม้ไอติมที่หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียน)
  • กาว, กรรไกร, สีเทียน/สีไม้ และเชือกสำหรับร้อยแขวน

 

วิธีทำ

  • แจกภาพถ่ายเอกสารให้เด็กแต่ละคน ให้เด็กๆ เขียนข้อท่องจำ ลูกา 2:11 “เพราะว่าในวันนี้ พระผู้ช่วยให้รอดของพวกท่านคือ พระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้ามาประสูติที่เมืองดาวิด” ลงบนช่องว่างด้านบนของรูปมารีย์และโยเซฟ หลังจากนั้นระบายสีให้สวยงาม
  • ตัดภาพระบายสีให้เป็นรูปทรงของบ้าน (ห้าเหลี่ยม) ทากาวตามขอบกระดาษและติดกิ่งไม้ตามขอบให้เป็นรูปทรงคล้ายบ้านมีหลังคาหน้าจั่ว
  • เมื่อกาวแห้งให้เจาะรูและร้อยเชือกสำหรับแขวน
  • ครูอาจเตรียมที่ในห้องเรียนสำหรับแขวนกิจกรรมที่เด็กทำเสร็จ หรือ อาจให้เด็กนำกลับบ้านไปแขวนในที่ๆ จะสามารถให้เด็กได้เห็นและระลึกถึงความหมายของวันที่พระเยซูลงมาบังเกิดเพื่อพวกเขาทั้งหลาย

กิจกรรม

ละคร “พระเยซูบังเกิด”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระบะยาวๆ ใช้แทนรางหญ้า
  • ตุ๊กตาทารก
  • ผ้าขนหนูสำหรับพันตุ๊กตา
  • ตัวละคร (โยเซฟ มารีย์ ทูตสวรรค์ 3 คน คนเลี้ยงแกะ 3 คน เจ้าของโรงแรม ชาวเมือง แกะ)
  • ข้อพระคัมภีร์ ลูกา2:11 “เพราะว่าในวันนี้ พระผู้ช่วยให้รอดของพวกท่านคือพระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้ามาประสูติที่เมืองของดาวิด”

วิธีทำ

  1. ให้เด็กอาสาสมัครหรือเด็กเป็นผู้เลือกเพื่อนที่จะแสดงโดยพยายามให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ครูอาจเป็นผู้บรรยายและดำเนินเรื่อง
  2. ให้กลุ่มเด็กที่จะแสดงบทบาทสมมติเตรียมตัว และเด็กที่แสดงเป็นทูตสวรรค์ที่มาปรากฏตัวต่อหน้าคนเลี้ยงแกะ จะต้องท่องจำข้อพระคัมภีร์ ลูกา2:11 ให้ได้ก่อนแสดง (ครูอาจพิมพ์ข้อท่องจำบนกระดาษแผ่นเล็กเตรียมไว้ให้)
  3. สำหรับเด็กที่ไม่ได้แสดงละคร ขออาสาสมัคร 1 หรือ 2 คนมาเล่าเรื่องที่เรียนไปในวันนี้ให้ฟัง และเพื่อนๆ ที่นั่งฟังช่วยกันเพิ่มเติมให้เรื่องเล่าจบถูกต้องสมบูรณ์
  4. เริ่มเล่นบทบาทสมมติตั้งแต่โยเซฟและมารีย์ออกเดินทางจากเมืองนาซาเร็ธไปกรุงเยรูซาเล็มจนถึงคนเลี้ยงแกะต่างพากันไปเล่าข่าวดีให้คนในเมืองฟัง
  5. เมื่อแสดงเสร็จ ให้เด็กทุกคนท่องจำข้อพระคัมภีร์ ลูกา2:11 พร้อมกัน

กิจกรรม

ภาพระบายสี