การเฝ้าเดี่ยว คือ การใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้าทุกวัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้ามากขึ้น  เด็กๆ เองก็ควรที่จะใช้เวลาในแต่ละวันอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ เพื่อจะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น รู้จักความรักของพระเจ้ามากขึ้น และรู้จักแผนการของพระเจ้าในชีวิตของเรามากขึ้น

ปฏิทินอ่านพระคัมภีร์ “คริสตมาส”

คริสตมาส เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองการบังเกิดของพระเยซู พระคัมภีร์หลายตอนที่กล่าวถึงพระสัญญาของพระเจ้าต่อผู้ที่รอคอยพระองค์ ในเพลงคร่ำครวญ 3:25-26 กล่าวว่า “พระเจ้าทรงดีต่อคนทั้งปวงที่คอยท่าพระองค์อยู่ และทรงดีต่อคนที่แสวงหาพระองค์” อิสยาห์ 30:18 พระเจ้าประทานสัญญาแก่คนอิสราเอลว่า “เพราะพระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม ผู้ที่คอยท่าพระองค์จะได้รับพระพร”

ปฏิทินเฝ้าเดี่ยว “คริสตมาส” ได้รวบรวมข้อพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับข่าวประเสริฐเรื่องความรอดผ่านทางพระเยซูไว้ โดยเริ่มจาก

  • วันที่ 1-5 ความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์
  • วันที่ 6-11 ความบาปที่ทำให้มนุษย์ถูกตัดขาดจากพระเจ้า
  • วันที่ 12-18 การเสด็จมาบังเกิดของพระผู้ช่วยให้รอดซึ่งเป็นความหวังของมวลมนุษย์
  • วันที่ 19-22 พระเยซูยอมสละชีวิตตายแทนมนุษย์
  • วันที่ 23-24 ผู้ที่เชื่อพระเยซูจะได้รับชีวิตนิรันดร์

“เรารอคอยผู้ช่วยให้รอดของเรา ซึ่งจะเสด็จมาจากสวรรค์คือพระเยซูคริสต์เจ้า” (ฟิลิปปี 3:20) อาเมน!

พระธรรมสดุดี 95 มาชวนเด็กๆ ให้เข้ามาสรรเสริญพระเจ้าด้วยกัน

..ให้เราเข้ามาอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ด้วยการขอบพระคุณ..

..ให้เราโห่ร้องด้วยความชื่นบานถวายแด่พระองค์ด้วยบทเพลงสรรเสริญ..

เพราะพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่ง

และเป็นกษัตริย์ใหญ่ยิ่งเหนือพระทั้งหลาย.. เอเมน

ปฏิทินเฝ้าเดี่ยว "ครอบครัวของพระเจ้า"

เฝ้าเดี่ยว คือการใช้เวลากับพระเจ้าเป็นการส่วนตัว ผ่านการอ่านพระคัมภีร์และฟังเสียงของพระเจ้า การพูดคุยอธิษฐาน สร้างสัมพันธ์สนิทกับพระองค์ วันนี้เรามาช่วยกันสร้างเด็กๆ ของเราให้รักการเข้าเฝ้าพระเจ้า และฝึกทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นนิสัยที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของเด็กๆ กัน

พระเยซู ผู้มีชัยเหนือความตาย เข้าสู่การเริ่มต้นปีใหม่ของไทย

อีสเตอร์ปี 2020 ตรงกับวันที่ 12 เมษายน หนึ่งวันก่อนวันสงกรานต์ของประเทศไทย

อีสเตอร์ปี 2020 เป็นวันที่จะต้องถูกจดจำและจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะ..

อีสเตอร์ปี 2020 เป็นวันที่ผู้เชื่อแต่ละครอบครัวจะมีโอกาสเฉลิมฉลองการเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูคริสต์ที่บ้าน ไม่ใช่ในตัวอาคารคริสตจักร, กับครอบครัวญาติพี่น้องใกล้ชิด ไม่ใช่กับสมาชิกคริสตจักร ดังนั้น..

อีสเตอร์ปี 2020 ชวนคุณครู คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง พิมพ์ปฏิทินอ่านพระคัมภีร์ด้วยกันทั้งครอบครัวนี้ ฉวยโอกาสที่เรามีเวลาอยู่ใกล้ชิดกัน มารวมกันเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ เฉลิมฉลองการตายและเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์ด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ด้วยการใคร่ครวญพระคำของพระเจ้าในหนังสือยอห์นจนถึงเช้าวันอีสเตอร์ และใช้เวลาในช่วงสงกรานต์มาร่วมกันท่องพระคำของพระเจ้า “พระเยซูเป็น…” วันละหนึ่งข้อ เพื่อให้พระเจ้านำทางชีวิตของครอบครัวของเราในปีที่จะมาถึง

อีสเตอร์ปี 2020 จะเป็นอีสเตอร์ที่มีความหมายในครอบครัวของท่านอย่างมากมาย หากท่านได้ใช้เวลาอ่านพระคัมภีร์ด้วยกันในครอบครัวเพื่อเฉลิมฉลองพระเยซู

อย่าปล่อยให้ใครหรืออะไรมาขโมย.. สิ่งที่พระเยซูทรงทำสำเร็จแล้วบนไม้กางเขนไปจากชีวิตของท่าน!

 

 

การเฝ้าเดี่ยว คือ การใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้าทุกวัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้ามากขึ้น  เด็กๆ เองก็ควรที่จะใช้เวลาในแต่ละวันอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ เพื่อจะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น รู้จักความรักของพระเจ้ามากขึ้น และรู้จักแผนการของพระเจ้าในชีวิตของเรามากขึ้น

ครูขา หนูกลัว!!

“ตอนกลางคืนหนูกลัวผี ตอนนอนต้องเปิดไฟนอน หนูจะทำยังไงดี??” คุณครูจะช่วยตอบคำถามเด็กน้อยคนนี้อย่างไรดี??

ถ้าพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเด็กแล้ว แน่นอนพระองค์ต้องการให้เด็กๆ พ้นจากความกลัว โดยเฉพาะกลัวผีและวิญญาณที่เด็กมองไม่เห็นแต่ยังกลัว เพราะสังคมและความเชื่อของคนไทยมักวนเวียนอยู่ไม่ไกลจากสิ่งเหล่านี้ คุณครูควรหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เด็กรู้สึกด้อยด้วยคำพูด เช่น “เป็นคริสเตียนตั้งนานแล้ว ทำไมยังกลัวผี” หรือ “อะไรโตป่านนี้แล้วยังกลัวผีอีกเหรอ” แต่เราน่าจะถือโอกาสนี้แนะนำและช่วยหนุนใจเด็กให้เขาเข้าใจว่า “เขาเป็นใครในพระคริสต์” และ “เขาเป็นของใคร มีสิทธิพิเศษอย่างไรในการเป็นลูกของพระเจ้า”

นี่เป็นพระคัมภีร์บางข้อที่คุณครูสามารถให้เด็กอ่านและดูไปพร้อมกับคุณครู

สดุดี 4:8 ข้าพระองค์จะเอนกายลงนอนหลับอย่างเป็นสุข ข้าแต่พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์เท่านั้นที่ทรงทำให้ข้าพระองค์อาศัยอยู่อย่างปลอดภัย

สดุดี 56:3 เมื่อข้าพระองค์กลัว ข้าพระองค์วางใจในพระองค์

สดุดี 23:4 แม้ข้าพระองค์จะเดินฝ่าหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์

ฮีบรู 13:6 องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่กลัว ใครจะทำอะไรกับข้าพเจ้าได้เล่า?

“เมื่อหนูต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของหนู หนูเป็นครอบครัวของพระเจ้า เป็นลูกของพระองค์ และพระองค์สัญญาว่าพระองค์จะอยู่กับหนูทุกๆ ที่และทุกเวลา เมื่อหนูเข้านอนในเวลากลางคืน หนูจะจดจำไว้ว่า หนูไม่ได้อยู่คนเดียว แต่พระเจ้าอยู่กับหนู พระองค์จะเป็นผู้ดูแลและปกป้องหนู แม้ในเวลาที่หนูนอนหลับ พระเจ้ามีอำนาจและมีฤทธานุภาพมากกว่าผีตัวไหนๆ เพราะฉะนั้นหนูสามารถวางใจและพักผ่อนภายใต้การปกป้องของพระองค์ได้แน่นอน”

“เมื่อหนูกลัว หนูสามารถอธิษฐานบอกกับพระเจ้าได้ว่า พระเจ้าข้าหนูกลัว และขอพระเจ้าจะช่วยหนูให้หนูมีความกล้าหาญ และหนูสามารถท่องข้อพระคัมภีร์ที่เราอ่านไปด้วยกัน หรือหนูสามารถใช้เป็นคำอธิษฐานของหนูได้”

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณครูสามารถช่วยแนะนำเด็กๆ ได้คือ กฎของการทดแทน เมื่อไหร่ที่เด็กรู้สึกกลัว ต้องบอกกับตัวเองให้หันเหไปคิดถึงเรื่องอื่นๆ เช่น การขอบคุณพระเจ้าสำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำที่โรงเรียนในวันนั้น การปฏิเสธไม่ดูหนังผี หรือฟังเพื่อนเล่าเรื่องผี เพื่อรักษาจิตใจของตนไม่ให้วนเวียนกับเรื่องผี เด็กอาจจะร้องเพลง หรืออ่านพระคัมภีร์ก่อนนอน การใส่พระคำของพระเจ้าไว้ในใจของเด็กเป็นกฏของการทดแทนที่ดีเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งในการไล่ความกลัวออกจากจิตใจ

(หากเด็กยังไม่เคยต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด เขาเองไม่มีสิทธิ์ในคำสัญญาต่างๆ ของพระเจ้าต่อผู้ที่เชื่อในพระองค์ นี่เป็นโอกาสดีที่คุณครูอาจเชิญชวนท้าทายเด็ก ให้เห็นว่าพระเจ้าของเรายิ่งใหญ่และมีอำนาจเหนือผีและวิญญาณใดๆ และพระเจ้าสัญญาที่จะปกป้องดูแลคนที่ตัดสินใจที่จะติดตามพระองค์ หากเขาต้องการได้รับสิทธิ์ที่จะเป็นครอบครัวของพระเจ้า เขาต้องเชื่อและไว้วางใจพระเยซู แล้วเขาจะได้รับสิทธิเป็นครอบครัวของพระเจ้าและเป็นลูกของพระองค์)

การเฝ้าเดี่ยว คือ การใช้เวลาส่วนตัวกับพระเจ้าทุกวัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับพระเจ้ามากขึ้น  เด็กๆ เองก็ควรที่จะใช้เวลาในแต่ละวันอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ เพื่อจะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น รู้จักความรักของพระเจ้ามากขึ้น และรู้จักแผนการของพระเจ้าในชีวิตของเรามากขึ้น

กษัตริย์ที่มีอายุน้อยที่สุดในแผ่นดินยูดาห์ได้ขึ้นครองราชย์ตอนพระองค์อายุได้เพียง 8 ขวบเท่านั้น โยสิยาห์กษัตริย์ยูดาห์ที่ไม่เพียงอายุน้อยที่สุดที่เราควรจดจำชื่อของพระองค์ไว้ แต่กษัตริย์โยสิยาห์ยังเป็นกษัตริย์ที่กระทำในสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรของพระเจ้า พระองค์มิได้หันไปทางขวามือหรือซ้ายมือเลย และยิ่งไปกว่านั้น กษัตริย์โยสิยาห์ในวัยหนุ่ม พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า “ก่อนพระองค์ไม่มีพระราชาองค์ใดเหมือนพระองค์ ผู้หันกลับมาหาพระยาเวห์ด้วยสุดจิตสุดใจ และด้วยสุดกำลัง และหลังพระองค์ก็ไม่มีพระราชาองค์ใดขึ้นมาเหมือนพระองค์” (2 พงศ์กษัตริย์ 23:25)

สาเหตุที่พระคัมภีร์กล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่า กษัตริย์โยสิยาห์เป็นผู้ปฏิรูป และสั่งให้มีการบูรณะซ่อมแซมพระนิเวศของพระเจ้า และในเวลานั้นเองฮิลคียาห์ปุโรหิตหลวงก็ไปพบหนังสือธรรมบัญญัติเข้าในระหว่างการซ่อมแซม เมื่อโยสิยาห์ได้อ่านหนังสือม้วนนั้นก็ปรจักษ์แจ้งว่าประชาชนของตนทั้งประเทศได้ละเลยและล่วงละเมิดทำบาปต่อพระเจ้ามาเป็นเวลานาน พระองค์จึงรวบรวมประชาชนมาทำพันธสัญญากับพระเจ้าว่าจะกลับใจ และจะรักษากฎเกณฑ์ของพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ

พระองค์เดินหน้าเอาจริงเอาจังกับการทำลายและกำจัดรูปเคารพ รูปพระต่างชาติ ปูชนียสถานสูง แท่นบูชา ซึ่งเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนสำหรับพระเจ้า พระองค์กวาดล้างปุโรหิตของพระต่างชาติ เทวทาส คนทรง แม่มดหมอผี ทั่วทั้งกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแผ่นดินยูดาห์และสะมาเรีย และในการครองราชย์ปีที่ 18 พระองค์จึงประกาศให้ประชาชนกลับมาถือพิธีปัสการะลึกถึงการไถ่ของพระยาเวห์ ซึ่งถูกเลิกร้างไม่มีการถือปัสกาตั้งแต่ในช่วงปลายสมัยของพวกผู้วินิจฉัย พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าไม่มีกษัตริย์องค์ใดถือรักษาพิธีปัสกาก่อนหน้านี้มาเลย (ไม่แม้แต่กษัตริย์ดาวิด หรือซาโลมอน!!)

ประวัติศาสตร์หน้านี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า กษัตริย์องค์น้อยซึ่งมีพ่อและปู่ (กษัตริย์มนัสเสห์และกษัตริย์อาโมน) เป็นกษัตริย์ที่ชั่วช้าในสายตาของพระเจ้า ได้รับอิทธิพลดีมาจากใคร ผู้ใดที่สอนและช่วยให้พระองค์ใฝ่รู้และแสวงหาพระเจ้า ในเวลาที่แผ่นดินเต็มไปด้วยความชั่วช้า สังคมปนเปื้อนและหลงระเริงไปกับความบาป ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นได้ว่าในแผ่นดินก็ยังไม่หมดสิ้นคนที่ยังแสวงหาพระเจ้าอยู่ คนที่ยังสัตย์ซื่อและส่งต่อคำพยานเรื่องราวฤทธิ์เดชของพระเจ้าไปยังรุ่นต่อๆ ไป ด้วยเหตุนี้เองอยากหนุนใจคุณครูว่า อย่าให้เราเมื่อยล้าในการกระทำดี และอย่าให้เราหยุดสอนเรื่องราวของพระเจ้าแก่คนรุ่นต่อจากเรา เพราะเราไม่รู้ว่าอาจจะมีโยสิยาห์ตัวน้อยๆ นั่งฟังเราอยู่ก็ได้

(สนใจอ่านเรื่องราวของโยสิยาห์เพิ่มเติมได้ที่ 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 22-23; 2 พงศาวดาร 34-35)

เวลาที่ใช้ 4-5 นาที

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ปากกา
  • กระดานไวท์บอร์ด หรือ แผ่นสื่อข้อท่องจำ

วิธีทำ

หลังจากการแนะนำและสอนเนื้อหาความหมายของข้อพระคัมภีร์ให้กับเด็กเรียบร้อยแล้ว เกมทบทวนข้อท่องจำที่ครูได้สอนไปมีความจำเป็นมากในการช่วยให้เด็กสามารถสะสมพระคำไว้ในใจของเขาอย่างง่ายดาย เพลิดเพลินและไม่น่าเบื่อ โดยให้เด็กคนแรกพูดคำแรกของข้อท่องจำด้วยเสียงดังฟังชัด คนที่สองจะพูดคำแรกและเพิ่มคำที่สอง คนที่สามจะพูดทวนคำแรก คำที่สองและเพิ่มคำที่สามเข้าไป เด็กคนถัดไปก็จะต้องทำเช่นเดียวกัน คือพูดตั้งแต่คำแรกและเพิ่มอีกหนึ่งคำเข้าไป ข้อท่องจำก็จะได้รับการพูดเพิ่มที่ละหนึ่งคำวนจนเด็กได้พูดข้อท่องจำจนครบถ้วนทุกคำ (คำแต่ละคำอาจมีเสียงมากกว่า 1 พยางค์ แต่มีความหมายในตัว เช่น องค์พระผู้เป็นเจ้า, ความเต็มใจ, สิ่งใด เป็นต้น)

โดยรอบที่สอง อาจเริ่มลบบางคำบนกระดานออกและค่อยๆ ให้เด็กวนท่องข้อท่องจำเพิ่มทีละคำ ทำซ้ำจนเด็กทุกคนสามารถท่องจำได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องดูข้อความบนกระดาน