บทเรียน : พระเจ้าสร้างเธอและฉัน

เมื่อกลับบ้านวันนี้ หนูจะได้

  • เห็นถึงความยิ่งใหญ่และฤทธานุภาพของพระเจ้า
  • รู้ว่าพระเจ้าทรงรักสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง และพระเจ้ามีแผนการพิเศษสำหรับมนุษย์ทุกคน รวมทั้งตัวหนูด้วย
  • ภูมิใจที่พระเจ้าสร้างหนูอย่างที่หนูเป็น

ข้อท่องจำ

“ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิต สร้างฟ้าและแผ่นดิน" -ปฐมกาล 1:1

T I P S สำหรับคุณครู

ครูสามารถให้เด็กจดจำว่าพระเจ้าทรงสร้างอะไรในแต่ละวันได้ โดยสอนเด็ก ทำท่าทางประกอบ การสร้างโลกในแต่ละวัน เป็นประโยคสั้นๆ ง่ายๆ เช่น

วันที่ 1 พระเจ้าแยกความสว่างจากความมืด (ใช้สองมือปิดตา แล้วอ้าแขนเปิดตาออก)

วันที่ 2 แยกน้ำออกจากฟ้า (ใช้มือทำท่าคลื่นน้ำ และชูสองมือเป็นฟ้ากว้าง)

วันที่ 3 ให้เกิดแผ่นดินและต้นไม้ (กางแขนแล้วรวบมือเข้าหากัน ยกทั้งสองมือขึ้น แล้วไหวมือไปมาให้เป็นรูปของพุ่มไม้)

วันที่ 4 สร้างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว (ทำมือเป็นวงกลมใหญ่ กางมือโค้งและเอนตัวนิดหน่อยให้เหมือนจันทร์เสี้ยว หุบและแบมือสลับกันเหมือนแสงดาวกระพริบ)

วันที่ 5 สร้างสัตว์ปีกและสัตว์น้ำ (โบกแขนเหมือนปีกนก มือประกบกันบิดไปมาเหมือนปลา)

วันที่ 6 สร้างสัตว์บก และมนุษย์ (ทำท่าช้างมีงวงหรือวัวมีเขา และใช้นิ้วโป้งทั้งสองชี้ที่ตัวเอง)

วันที่ 7 พระเจ้าทรงหยุดพัก (ทำท่าเอกเขนก หรือเอามือกอดอก ยิ้มแล้วพยักหน้า)

เกม “บอกใบ้”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ชื่อของสิ่งที่พระเจ้าสร้าง เขียนลงบนกระดาษแผ่นเล็กๆ ประมาณ 10 แผ่น

วิธีเล่น

  • แบ่งเด็กออกเป็นสองกลุ่มเท่าๆ กัน แต่ละกลุ่มจะส่งตัวแทนออกมาหนึ่งคนเพื่อแสดงท่าบอกใบ้ให้เพื่อนในกลุ่มทาย เมื่อตัวแทนของกลุ่มที่หนึ่งออกมา ให้ครูแสดงชื่อสิ่งที่จะให้เด็กทาย เด็กสามารถทำท่าทางอย่างไรก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามส่งเสียง หรือพูดอะไรออกมา (ครูสามารถเลือกสิ่งที่จะให้เด็กทายยากง่าย ตามความเหมาะสมของวัยและกลุ่มเด็ก)
  • หากเพื่อนในกลุ่มของตัวเองทายไม่ได้ ต้องสละสิทธิ์ให้อีกกลุ่มหนึ่งทาย หลังจากนั้น ให้สลับกลุ่มกันทาย กลุ่มที่สะสมคะแนนได้มากกว่าเป็นกลุ่มที่ชนะ

บทนำเรื่อง

หนูส้มไปโรงเรียนวันนี้ ครูวิทยาศาสตร์สอนเรื่องโลกของเรา ครูสอนว่าโลกของเรานี้มาจากกลุ่มก๊าซที่แตกแยกมาจากดวงอาทิตย์ แล้วสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ก็เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ มีอายุเป็นร้อยๆ ล้านปีแล้ว หนูส้มสับสนมากเพราะที่โบสถ์ที่หนูส้มไปไม่ได้สอนอย่างที่ครูวิทยาศาสตร์ของหนูส้มสอนเลย หนูส้มเลยยกมือถามคุณครูในห้องเรียว่า “โลกนี้มันจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้อย่างไร น่าจะต้องมีคนสร้างมันขึ้นมากแน่ๆ เลย” เพื่อนๆ บางคนฟังแล้วก็หัวเราะคำถามของหนูส้ม ท้ายชั่วโมงครูก็ให้การบ้านนักเรียน ให้ไปทำแบบจำลองของระบบสุริยะจักรวาลมาส่งครูในอาทิตย์หน้า

อาทิตย์ถัดมา หนูส้มเจ้าปัญญาก็เกิดความคิดขึ้นมา เธอทำแบบจำลองระบบสุริยะจักรวาลจากกระดาษ แล้วทาสีสวยอย่างตั้งใจ ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้ง 9 ดวง คุณพ่อยังชมเลยว่าหนูส้มต้องได้คะแนนเต็มสิบแน่ๆ หนูส้มยิ้มอยู่ในใจ หน้าตาหนูส้มเหมือนจะมีแผนอะไรบางอย่าง

พอเช้าวันรุ่งขึ้น หนูส้มไปโรงเรียนเช้ากว่าทุกๆ วัน แล้วเธอก็แอบเอาแบบจำลองของตัวเองไปวางไว้บนโต๊ะครูในห้องเรียน โดยไม่ได้เขียนชื่อไว้ว่าเป็นของใคร เมื่อเสียงกริ่งเข้าเรียนดัง ครูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับนักเรียนทั้งห้อง ก็เหลือบเห็นแบบจำลองกระดาษสีสันสดสวยวางอยู่บนโต๊ะ ครูออกปากชมว่า “แหม มันสวยมากเลย นักเรียนคนไหนเป็นคนทำนี่” แต่ก็ไม่มีใครยกมือ เพื่อนๆ ต่างมารุมดูแบบจำลองอันนั้น แล้วก็หันไปมองหาเจ้าของผลงาน แต่ไม่เห็นใคร

สักครู่หนูส้มก็เอ่ยขึ้นมาว่า “แบบนี้มันไม่มีใครสร้างหรอกค่ะ หนูคิดว่ามันเกิดขึ้นมาเอง เพราะเมื่อเช้าหนูมาโรงเรียนแต่เช้า หนูก็เห็นมันวางอยู่บนโต๊ะครูแล้ว และไม่เห็นมีใครในห้องนี้เลยค่ะ”

ครูเงยหน้าตอบ “มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน แบบจำลองกระดาษทาสีสวยแบบนี้ ดูก็รู้ว่ามันต้องมีคนทำ มันจะเกิดขึ้นมาเองได้อย่างไร” เพื่อนๆ พยักหน้าเห็นด้วยกับครู

หนูส้มตอบด้วยเสียงใสกลับไปว่า “ทำไมโลกของเราเต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ ภูเขาสวยมากกว่าแบบจำลองกระดาษนี้หลายเท่า ครูยังเชื่อว่ามันเกิดขึ้นเองไม่มีคนสร้างมันขึ้นมาเลยหละคะ ถ้าแบบจำลองอันสวยนี้มีคนทำมันขึ้นมา โลกของเราดีกว่าแบบจำลองนี้ตั้งเยอะ ก็น่าจะมีผู้สร้างมันขึ้นมานะคะ และผู้นั้นต้องเก่งมากๆ ด้วยใช่ไหมคะ??”

หนูคิดว่าหนูส้มพูดถูกไหม?

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์

วันนี้ครูมีเรื่องจริงจะมาเล่าให้หนูฟัง พระคัมภีร์เล่มนี้บันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นคำพูดของพระเจ้าที่เขียนไว้เป็นตัวหนังสือที่เราทุกคนสามารถอ่านและเข้าใจได้ พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า

ภาพที่ 1  ในปฐมกาลคือตั้งแต่เริ่มแรก จากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีอะไรเลย พระเจ้าได้เนรมิตสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกใบนี้ขึ้นมา เมื่อพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างนั้น พระองค์ทรงสร้างจากสิ่งที่ว่างเปล่าให้เกิดเป็นสรรพสิ่งทั้งปวง ยกตัวอย่างความแตกต่างระหว่างคำว่า “สร้าง” กับ “เนรมิตสร้าง” หากครอบครัวหนูจะสร้างบ้านหนึ่งหลัง ก็จะต้องวาดแบบ ไปซื้อไม้ ซื้อปูน และของอีกมากมาย แล้วนำมาประกอบสร้างออกมาเป็นบ้านหนึ่งหลัง แต่ถ้าใช้คำว่า “เนรมิตสร้าง” นั้นหมายถึงพระเจ้าเพียงใช้คำตรัส หรือคำพูด สั่งให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นโดยไม่มีวัตถุดิบใดๆ เลย หนูเห็นไหมว่าพระเจ้ามีฤทธิ์อำนาจมากขนาดไหน

  ภาพที่ 2  ในวันแรก พระเจ้าสั่งว่า “จงเกิดความสว่าง” ความสว่างก็เกิดขึ้น แล้วพระองค์ทรงแยกความสว่างออกจากความมืด แล้วเรียกความสว่างนั้นว่า “วัน” และความมืดนั้นว่า “คืน” ให้สังเกตว่าในวันนั้นยังไม่มีดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์เลย พระองค์ทรงเห็นว่าดี

ในวันที่สอง พระเจ้าสั่งให้ผืนน้ำที่ครอบคลุมโลกแยกออกจากกัน คือให้เกิดเป็นผืนฟ้า และผืนน้ำ

ในวันที่สาม พระเจ้าสั่งให้ผืนน้ำรวมตัวกันอยู่แห่งเดียว และให้ที่แห้งปรากฏขึ้นจากผืนน้ำนั้น และเรียกที่แห้งว่าแผ่นดิน และเรียกน้ำที่รวมกันอยู่ว่า ทะเล พระเจ้าทรงเห็นว่าดี หลังจากนั้นพระเจ้าสั่งให้แผ่นดินเกิดพืช ผัก ต้นไม้ที่ออกผลตามชนิดของมัน และพระเจ้าทรงเห็นว่าดี (สำหรับครู—จะสังเกตได้ว่าในวันที่ 1-3 พระเจ้าสร้างสภาพแวดล้อม เพื่อเป็นการจัดเตรียมสถานที่ให้กับสิ่งที่พระองค์จะสร้างในวันที่ 4-6 ดูจากตารางข้างล่างนี้)

 สร้างสถานที่ วันที่ 1 ความมืดและความสว่าง วันที่ 2 ผืนน้ำ และ ผืนฟ้า วันที่ 3 แผ่นดิน และต้นไม้ พืช ผัก
 เพื่อสรรพสิ่งต่างๆ  วันที่ 4 ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวต่างๆ วันที่ 5 สัตว์น้ำ และ  สัตว์ปีก  วันที่ 6 สัตว์บก และ มนุษย์ชายหญิง

 
  ภาพที่ 3 ในวันที่สี่ พระเจ้าสั่งให้มีดวงสว่างขนาดใหญ่สองดวง คือดวงอาทิตย์ให้ครองวัน และเป็นตัวกำหนดฤดูกาล วันและปี และให้ดวงจันทร์ครองเวลากลางคืน แล้วพระองค์ยังทรงสร้างดวงดาวต่างๆ อีกมากมายด้วย และพระองค์ทรงเห็นว่าดี
ในวันที่ห้า พระเจ้าสร้างสัตว์ทะเล สัตว์ที่มีชีวิตให้แหวกว่ายอยู่ในน้ำเป็นฝูงๆ ตามชนิดของมัน และทรงสร้างให้มีนกต่างๆ ตามชนิดของมันบินไปมาในอากาศ พระเจ้าทรงเห็นว่าดี และพระองค์ทรงอวยพรแก่สัตว์เหล่านั้นให้มีลูกดกทวีขึ้นเต็มน้ำในทะเลและเต็มท้องฟ้า

ภาพที่ 4  ในวันที่หก พระเจ้าสั่งให้เกิดสัตว์ใช้งาน สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่าตามชนิดของมัน ให้มันหากินอยู่บนแผ่นดิน แล้วพระเจ้าทรงเห็นว่าดี หลังจากนั้นในวันเดียวกัน พระองค์ทรงปั้นมนุษย์ขึ้นมาด้วยดิน และระบายลมหายใจลงในมนุษย์นั้นทางจมูก มนุษย์จึงมีชีวิตขึ้น มนุษย์เป็นสิ่งเดียวที่พระเจ้าทรงสร้างด้วยวิธีที่แตกต่างจากสรรพสิ่งอื่นๆ มนุษย์คนแรกที่พระองค์ทรงสร้างคือชายชื่อว่าอาดัม พระองค์ทรงตั้งมนุษย์ให้ครอบครองสัตว์ต่างๆ และมีอำนาจเหนือแผ่นดินนั้น พระองค์ทรงให้พืชผักผลไม้สำหรับเป็นอาหารแก่มนุษย์ (สำหรับครู-มนุษย์ไม่ได้กินเนื้อสัตว์ จนกระทั่งหลังจากเกิดน้ำท่วมโลก) แล้วพระเจ้าเห็นว่าไม่ควรที่อาดัมจะอยู่คนเดียว พระเจ้าจึงสร้างคู่อุปถัมภ์ที่เหมาะสมกับเขา โดยขณะที่อาดัมหลับสนิทอยู่ พระองค์ทรงชักกระดูกซี่โครงอันหนึ่งของเขาออกมา แล้วทำให้เนื้อติดกันอย่างเดิม และทรงสร้างจากกระดูกซี่โครงนั้นให้เป็นผู้หญิงตั้งชื่อนางว่าเอวา และวางแผนให้เขาทั้งสองอยู่ร่วมกัน สถาบันครอบครัวจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง ในพระคัมภีร์บอกชัดเจนว่าพระเจ้าวางแผนในการสร้างมนุษย์ให้เป็นผู้ชาย และผู้หญิง และทั้งสองเพศนี้มีบทบาทต่างกันและเป็นองค์ประกอบในการสร้างครอบครัว คือให้ชายแต่งงานกับหญิง และพระองค์ยังอวยพรให้มีลูกดกทวีเต็มแผ่นดิน พระเจ้าเป็นพระเจ้าที่มีระเบียบแบบแผน ไม่ใช่พระเจ้าแห่งความวุ่นวายสับสน เป็นไปได้ไหมหากชายแต่งงานกับชายหรือหญิงอยู่กินกับหญิง แล้วจะเกิดลูกดกเต็มแผ่นดิน? คำตอบคือไม่ได้เลย พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์เอง ซึ่งหมายความว่าพระองค์สร้างให้มนุษย์มีลักษณะธรรมชาติคล้ายกับพระองค์คือ ไม่มีบาป(สภาพก่อนที่มนุษย์จะถูกล่อลวง) มีความนึกคิดหาเหตุผล รู้จักตัดสินใจ มีอารมณ์หลากหลายอารมณ์ และพระองค์ทรงพอใจกับสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างและเมื่อพระองค์สร้างมนุษย์เสร็จพระองค์ก็เห็นว่าดีนัก

ในวันที่เจ็ด พระเจ้าก็เสร็จจากการงานที่พระองค์ได้ทำ ทรงหยุดพักจากการงานเหล่านั้น และทรงตั้งไว้ให้เป็นวันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เราตั้งหนึ่งวันในแต่ละอาทิตย์ที่จะหยุดพักจากการงาน และใช้เวลานั้นระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และนมัสการพระองค์

แผนการของพระเจ้า

พระเจ้ารักและพึ่งพอใจกับสิ่งที่พระองค์สร้าง โดยเฉพาะมนุษย์ซึ่งรวมถึงตัวครูและตัวหนูด้วย พระเจ้าสร้างมนุษย์ตามลักษณะของพระองค์ เพราะพระองค์ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้าง เพื่อมนุษย์จะรับความรักจากพระองค์ และสรรเสริญถึงความยิ่งใหญ่ และฤทธานุภาพของพระองค์ ในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า หากมนุษย์ไม่สรรเสริญพระองค์ ก้อนหินและธรรมชาติที่พระองค์สร้างก็จะแซ่ซ้องสรรเสริญพระองค์

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

ภาพที่ 5  หนูเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่พระเจ้าให้เกิดขึ้นมา เป็นคนพิเศษในสายตาของพระเจ้าที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนหนูเลยในโลกนี้ ถึงแม้จะเป็นพี่น้องหรือฝาแฝดกัน ขอให้หนูขอบคุณพระเจ้าที่ให้หนูเกิดมาเป็นผู้ชายที่ในอนาคตจะเป็นคนที่ปกป้องดูแลสิ่งที่พระเจ้ามอบหมายให้ และสำหรับผู้หญิงที่หนูจะโตขึ้น และโลกนี้จะขาดหนูไม่ได้ พระเจ้ามีแผนการพิเศษในชีวิตของหนูแต่ละคน ไม่ว่าหนูจะตัวสูงหรือตัวเตี้ย ตัวผอมหรือตัวจ้ำม้ำ ผิวขาวหรือดำ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หนูเป็นคนพิเศษของพระเจ้า ขอให้หนูภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นตัวของหนูเอง

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

  1. คำว่า “ปฐมกาล” มีความหมายว่าอะไร?
  2. เมื่อเราพูดว่าพระเจ้าเนรมิตสร้าง มีความหมายว่าพระเจ้าสร้างสิ่งเหล่านั้นจากอะไร?
  3. ในวันที่ 6 พระเจ้าเนรมิตปั้นมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง หนูคิดว่าผู้ชายและผู้หญิงมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง และมีอะไรที่เหมือนกันบ้าง?
  4. พระเจ้ามีความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างว่าอย่างไร?
  5. พระเจ้าทรงหยุดพักในวันที่ 7 หนูคิดว่าพระเจ้าเหนื่อยไหมจึงหยุดพัก?
  6. จากบทเรียนที่เรียนวันนี้ ทำให้เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับพระเจ้า?
  7. อะไรบ้างที่ทำให้เรารู้ว่า มนุษย์เป็นสิ่งที่พิเศษในสายตาของพระเจ้า? (พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์จากดิน และทรงเห็นว่าดีนัก, พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระเจ้า ซึ่งพระเจ้าไม่ได้ทำเช่นนี้กับสัตว์ หรือสิ่งอื่นที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา)

กิจกรรม

“หนูเป็นคนพิเศษของพระเจ้า” (งานประดิษฐ์)

เป้าหมาย

  • ให้หนูเข้าใจว่าหนูเป็นคนพิเศษในสายตาของพระเจ้า ไม่ว่าจะเกิดมาเป็นชายหรือหญิง ทั้งสองมีบทบาทที่แตกต่างกันในบ้าน ในโรงเรียน ในคริสตจักร ในชุมชน ขอให้หนูภาคภูมิใจที่พระเจ้าได้ให้หนูเกิดมาอย่างที่หนูเป็น

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดาษแข็งสำหรับถ่ายเอกสาร หรือสำหรับลอกแบบ
  • กรรไกร
  • หมุดสองขา
  • สีเทียนหรือสีไม้

วิธีทำ

  • ครูถ่ายเอกสารแบบตุ๊กตาเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชายลงบนกระดาษแข็ง(หรือกระดาษทำปก) ตามจำนวนเด็กในชั้นเรียน ครูอาจถ่ายสำรองไว้อย่างละตัวหรือสองตัวสำหรับเด็กที่มาใหม่ในวันนั้น
  • เด็กแต่ละคนจะได้รับแบบที่ถ่ายเอกสารหนึ่งใบ (เด็กชายจะได้รับตุ๊กตาเด็กชาย เด็กหญิงจะได้รับตุ๊กตาเด็กหญิง) หมุดสองขาคนละ 5 ตัว
  • ให้เด็กตัดกระดาษตามรูปเป็นชิ้นส่วนของร่างกาย ขาและแขน และเจาะรูโดยใช้ตุ๊ดตู่ตามรอยจุดบนแบบ หลังจากนั้นระบายสีให้สวยงาม
  • ใช้หมุดประกอบแขนเข้ากับหัวไหล่ ส่วนเอวติดท่อนบนกับล่าง และขาทั้งสองข้างเข้ากับกางเกงหรือกระโปรงของตุ๊กตา เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

กิจกรรม

“หนูเป็นคนพิเศษ” (เกม)

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ลูกบอล 1 ลูก
  • วิทยุและเทปเพลงเด็ก

วิธีเล่น

  • ให้เด็กนั่งเป็นวงกลมบนเก้าอี้หรือบนพื้นก็ได้ เมื่อครูเปิดเพลงให้เด็กส่งลูกบอลต่อให้เด็กที่นั่งถัดไป จนเพลงหยุด เด็กที่ถือลูกบอลอยู่จะได้เป็น “คนพิเศษ”
  • ครูจะไปสัมภาษณ์เด็กคนนั้น ว่าชื่ออะไร อยู่ชั้นไหน ชอบทานอะไร ชอบสีอะไร เป็นการแนะนำเพื่อนไปในตัว
  • แต่หากชั้นเรียนของครูมีเด็กที่มาเป็นประจำนานแล้ว เด็กรู้จักกันดีพอสมควร ให้เด็กที่นั่งข้างๆ ทั้งสองข้างหรือขออาสาสมัครสัก 2-3 คน พูดถึงสิ่งดีในตัวเด็กที่ถือลูกบอล 1 อย่างสั้นๆ อาจจะเริ่มจากครูก่อน และให้เพื่อนในห้องทำตาม (วิธีนี้เป็นการชมเชยเด็ก และสร้างความมั่นใจในตัวเด็กๆ ได้ดี)
  • เริ่มเปิดดนตรี และส่งลูกบอลต่อ

กิจกรรม

ภาพระบายสี