T I P S สำหรับคุณครู
สุภาษิต 16:24 “ถ้อยคำแช่มชื่นเป็นเหมือนรวงผึ้ง เป็นความหวานแด่วิญญาณจิต และเป็นพลานามัยแก่ร่างกาย”
คุณครูสามารถใช้คำพูดเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของเด็กๆ โดยการชมเชยความตั้งใจของเด็ก ความทุ่มเท หรือการพัฒนาตนของเขา อย่าเพียง แต่เลือกชมเมื่อเขาทำสำเร็จเท่านั้น การกล่าวคำพูดที่หนุนใจ เช่น ครูเชื่อว่าหนูทำได้ ครูเชื่อในตัวหนู ก็สามารถนำความชื่นบานเล็กๆ ให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนของคุณครู และสร้างกำลังใจให้เด็กต้องการที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
เกม “ปาฏิหาริย์จำลอง”
สิ่งที่ต้องเตรียม
- บัตรคำ
วิธีเล่น
- แบ่งเด็กออกเป็นทีมละ 3-5 คน
- คุณครูเตรียมบัตรคำ ให้เขียนการอัศจรรย์ของพระเยซูในพระคัมภีร์หนึ่งอย่างต่อหนึ่งบัตรคำ เช่น พระเยซูเดินบนน้ำ การเลี้ยงคน 5,000 คน การรักษาคนตาบอด การรักษาคนง่อย ฯลฯ
- ให้เด็กส่งตัวแทนหนึ่งคนจากทีมออกมาเลือกบัตรคำหนึ่งใบ และแสดง "ปาฏิหาริย์" ในบัตรคำนั้นโดยใช้ท่าทาง เสียง หรือวัตถุที่มีอยู่ โดยห้ามใช้คำพูดหรือคำบรรยายใดๆ
- แต่ละกลุ่มต้องทายว่าเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ที่แสดงคืออะไร แต่ละกลุ่มสามารถทายได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
- กลุ่มที่ทายถูกจะได้รับคะแนน
บทนำเรื่อง “นักโทษชั้นเลว”
หรั่ง พระนคร (อัครินทร์ ปูรี) หรั่งเป็นชื่อที่ถูกล้อตั้งแต่เด็ก ส่วนพระนครเป็นชื่อแก๊งในคุก หรั่งอดีตนักโทษชายที่เข้าสถานพินิจครั้งแรกตั้งแต่อายุได้เพียง 15 ปี แล้วชีวิตของเขาก็วนเวียนกลับเข้าไปอีก 7 ครั้ง และเรือนจำอีก 2 ครั้ง เขาเป็นอดีตนักโทษชั้นเลว ทำผิดทำบาปจนไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เป็นขาใหญ่ในคุก ไม่คิดจะกลับตัวกลับใจถึงขั้นคิดว่าจะต้องตายในคุก
แต่วันหนึ่งพี่สาวได้มาเยี่ยมและเล่าเรื่องของพระเยซูให้เขาฟัง เขาลองอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยให้ได้ออกจากคุกเพื่อจะกลับเนื้อกลับตัว อัศจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อ! เขาได้รับการอภัยโทษ การที่เคยเป็นคนไร้อนาคต สิ้นหวัง ในตอนนั้นเขาตัดสินใจเชื่อพระเยซู เขาได้รับชีวิตใหม่ ความหวังใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่ใครต่อใครที่เคยรู้จักเขาก็ต้องบอกว่า หรั่งเป็นคนใหม่แล้ว
ปัจจุบันหรั่งพระนคร เป็นนักทำกีตาร์มืออาชีพ เป็นนักพูด และนักประกาศที่เข้าไปประกาศข่าวดีเรื่องของพระเยซูให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ ชีวิตของหรั่งเป็นภาพสะท้อนของชีวิตใหม่ และความหวังใหม่ที่พระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดของเรานำมาถึงมนุษย์ในโลกทุกวันนี้
เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 27:62-28:10 ลูกา 24:1-12)
รูปภาพที่ 1 หลังจากที่เขาเอาพระเยซูไปฝังไว้ในอุโมงค์ ท่ามกลางความโศกเศร้าของเหล่าสาวก และผู้ที่ติดตามพระองค์ วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันสะบาโต พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้นำชาวยิวพากันไปหาปิลาตกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง เราจำได้ว่าเมื่อเยซูยังมีชีวิตอยู่ เขาเคยบอกไว้ว่า ล่วงไปสามวันแล้ว เราจะเป็นขึ้นมาใหม่” ดังนั้นขอท่านมีคำสั่งให้ทหารไปเฝ้าอุโมงค์ให้แข็งแรงจนถึงวันที่สาม มิฉะนั้นพวกสาวกของเขาจะมาขโมยศพไปแล้วประกาศว่า เขาเป็นขึ้น มาจากความตายแล้ว” ซึ่งจะทำให้คนทั้งหลายเชื่อว่า พระเยซูเป็นพระคริสต์ที่แท้จริง พวกเขาจึงไปจัดการทำให้อุโมงค์แน่นหนาและประทับตราไว้ที่หิน แล้ววางยามเฝ้าอยู่หน้าอุโมงค์นั้น
รูปภาพที่ 2 แต่ไม่มีใครรู้ว่า เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นในเช้าวันแรกของสัปดาห์ใหม่...
ใกล้รุ่งเช้าวันอาทิตย์ มารีย์มักดาลากับมารีย์อีกคนหนึ่งได้นำเครื่องหอมเดินทางไปยังอุโมงค์ฝังศพ ทันใดนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง มีทูตสวรรค์ปรากฏด้วยแสงสว่างจ้าเสื้อของเขาขาวเหมือนหิมะ ลงมากลิ้งก้อนหินออกจากปากอุโมงค์แล้วนั่งอยู่บนหินนั้น พวกยามที่เฝ้าอยู่กลัวจนตัวสั่นและเป็นเหมือนคนตาย
หญิงเหล่านั้นก็ตกใจกลัวและรีบซบหน้าลงถึงดิน ทูตสวรรค์จึงพูดกับพวกนางว่า “อย่ากลัวเลย เรารู้แล้วว่าพวกเธอมาหาพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขน พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะพระองค์เป็นขึ้นมาแล้วตามที่พระองค์เคยพูดไว้ จงรีบไปบอกสาวกทั้งหลายว่า พระองค์เป็นขึ้นจากความตายแล้ว” พวกนางจึงระลึกถึงคำพูดของพระเยซูที่ว่า บุตรมนุษย์จะต้องถูกมอบไว้ในมือของพวกคนบาป และจะต้องถูกตรึงที่กางเขน และวันที่สามจะเป็นขึ้นมาใหม่ หญิงเหล่านั้นก็รีบวิ่งจากอุโมงค์เพื่อจะไปบอกพวกสาวกของพระองค์ด้วยความตื่นเต้นตกใจ
รูปภาพที่ 3 เมื่อพวกผู้หญิงกลับมาถึง พวกนางก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้แก่สาวกสิบเอ็ดคน และคนอื่นๆ ด้วย พวกสาวกของพระองค์ไม่เชื่อสิ่งที่พวกเขาได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นเปโตรและยอห์นก็รีบวิ่งไปยังอุโมงค์ เมื่อพวกเขามาถึง เขาหยุดอยู่ตรงทางเข้าอุโมงค์ มองเข้าไปแล้วเห็นเพียงผ้าลินินที่ห่อศพพับวางอยู่เท่านั้น แต่ไม่มีร่างของพระเยซูอยู่ที่นั่น พวกเขาจึงกลับไปด้วยความประหลาดใจเพราะยังไม่เข้าใจคำพูดของพระเยซูว่า พระองค์จะต้องเป็นขึ้นจากตาย
รูปภาพที่ 4 ในวันเดียวกันนั้นเอง พระเยซูมาปรากฏต่อหน้าพวกผู้หญิงและทักทายหญิงเหล่านั้น หญิงทั้งสองหยุด ชะงักทันที เสียงของพระองค์คุ้นเคยจนหัวใจของพวกเธอเต้นรัว พวกเธอเงยหน้าขึ้นและพบว่าเป็นพระเยซูจริงๆ ที่ยืนอยู่ต่อหน้าพวกเธอ! หญิงทั้งสองคุกเข่าลงก้มกราบเท้าของพระองค์ และนมัสการพระองค์ด้วยความปลามปลื้มใจ
พระเยซูพูดกับพวกเธอด้วยความเมตตา “อย่ากลัวเลย จงลุกขึ้นไปบอกพี่น้องของเราเถิด ให้พวกเขาไปที่แคว้นกาลิลี ที่นั่นพวกเขาจะได้พบเรา” พวกเธอรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปด้วยหัวใจที่ตื่นเต้นเบิกบาน เสียงฝีเท้าของพวกเธอสะท้อนไปทั่วถนนหนทาง เหมือนเสียงแห่งชัยชนะที่ประกาศว่า พระเยซูเป็นขึ้นแล้ว ความตายไม่อาจชนะพระองค์ได้!
แผนการแห่งความรอด
แผนการไถ่มวลมนุษย์ทุกคนนั้นสำเร็จครบถ้วนแล้ว ความบาปได้เข้ามาในโลกตั้งแต่สมัยของอาดัมและเอวา และตั้งแต่นั้นมามนุษย์ทุกคนจึงสืบเชื้อสายบาป และมีธรรมชาติบาป ไม่ว่ามนุษย์จะพยายามมากแค่ไหน ความดี ความฉลาด ความสามารถ ทรัพย์สมบัติ อะไรก็ไม่สามารถช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความบาปนี้ได้
มีเพียงหนทางเดียวคือ พระเจ้าส่งพระเยซูบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาในโลกนี้ ตายบนไม้กางเขน ถูกฝังในอุโมงค์ และในวันที่สามเป็นขึ้นจากตาย พระองค์เอา ชนะความบาปโดยความตาย และเอาชนะความตายโดยการเป็นขึ้นตาย คนที่เชื่อในพระองค์จะได้รับชีวิตนิรันดร์ เป็นชีวิตที่เมื่อเขาตายไป เขาจะเป็นขึ้นจากตายเหมือนอย่างพระเยซู และได้รับร่างกายใหม่เช่นเดียวกับพระองค์ และเขาจะได้เข้าส่วนในครอบครัวของพระเจ้า และอยู่กับพระองค์บนแผ่นดินสวรรค์
สำหรับเด็กที่ยังไม่เป็นคริสเตียน หากหนูต้องการได้รับชีวิตใหม่ ชีวิตนิรันดร์นี้ หนูจะต้องยอมรับว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า และเชื่อด้วยใจว่าพระเยซูยอมตายเพื่อหนู และในวันที่สาม พระองค์เป็นขึ้นจากความตาย
พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

หนูรู้ไหมว่า การที่พระเยซูเป็นขึ้นจากความตายนั้นมีความหมายต่อครูและหนูอย่างไร? วันนี้พระองค์ไม่ได้เป็นศพคนตายที่เหลือเพียงแต่กระดูก และยังถูกฝังเก็บไว้ในอุโมงค์หิน
สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน แต่พระเยซูเป็นพระเจ้าที่มีฤทธิ์อำนาจเหนือความตาย หากหนูเป็นลูกของพระองค์หนูสามารถแน่ใจได้ว่า พระเยซูเป็นพระเจ้าที่มีชีวิตอยู่ (ทรงพระชนม์อยู่) และพระองค์อยู่กับหนูทุกหนแห่งและทุกเวลา ดังนั้นหนูจึงสามารถพูดคุยอธิษฐานกับพระองค์ได้ในทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์ ในเวลาที่ยาก ลำบากหรือมีปัญหา หนูไม่ต้องกลัวเพราะพระองค์อยู่ด้วย พระองค์เป็นผู้ช่วยของหนู และพระองค์สัญญาว่าพระ องค์จะไม่ละเลยหรือทอดทิ้งหนูเลย
รูปภาพประกอบ
ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา
คำถามอภิปราย
(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)
- พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้นำชาวยิว ขอให้ปิลาตทำอะไรกับอุโมงค์ฝังศพของพระเยซู? และเพราะอะไรพวกเขาจึงขอให้ทำเช่นนั้น?
- เมื่อพวกผู้หญิงไปที่อุโมงค์ฝังศพในรุ่งเช้าวันอาทิตย์ มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น?
- พวกผู้หญิงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้แก่ใครฟัง? และพวกเขาเชื่อหรือไม่?
- ถ้าหนูเป็นพวกเหล่าสาวกที่ได้ยินเหตุการณ์นี้ หนูจะเชื่อไหม? เพราะอะไร?
- พระเยซูปรากฏตัวกับใครเป็นพวกแรก? หนูคิดว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
- พระเยซูเป็นขึ้นจากความตาย มีความหมายต่อผู้ที่เชื่อพระองค์อย่างไรบ้าง? (พระเยซูมีอำนาจเหนือความบาป และความตาย, ผู้ที่เชื่อในพระองค์ แม้เขาตายแล้ว เขาจะเป็นขึ้นจากตาย และได้รับชีวิตและร่างกายใหม่เหมือนพระเยซู)
- พระเยซูพิสูจน์ให้หนูรู้แล้วว่า พระเยซูเป็นพระเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่ พระองค์อยู่กับหนู สิ่งนี้มีความหมายต่อชีวิตหนูอย่างไร?
กิจกรรม
พระเยซูเป็นขึ้นแล้ว
สิ่งที่ต้องเตรียม
- จานกระดาษขนาด 7 นิ้วจำนวน 2 ใบต่อเด็กหนึ่งคน
- รูปพระเยซูเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 1/2 นิ้ว
- ปากกา
- กระดาษสี
- สี
- สติกเกอร์หรืออุปกรณ์สำหรับตกแต่ง
- ที่เจาะรูกระดาษ
- เชือกหรือริบบิ้น
- กาวหรือลวดเย็บกระดาษ
วิธีทำ
- ก่อนชั้นเรียนคุณครูเตรียมเจาะวงกลมตรงกลางจานกระดาษให้สามารถเปิดแง้มคล้ายๆ ประตูได้ตามที่แสดงในรูป เด็กแต่ละคนจะได้รับจานกระดาษปกติ 1 ใบและจานกระดาษที่เจาะตรงกลางอีก 1 ใบ เพื่อใช้ประกบกันให้มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ที่สามารถเปิดด้านหน้าได้
- ติดรูปพระเยซูที่ตัดเป็นวงกลมแล้วลงตรงกลางจานกระดาษปกติ (ที่ไม่ได้เจาะวงกลม) แล้วพักไว้
- คว่ำจานกระดาษที่เจาะวงกลมไว้แล้วเหมือนปากอุโมงค์ ระบายสีตกแต่งปากอุโมงค์ (ซึ่งจะเป็นด้านหลังของจานกระดาษ)ให้สวยงาม อาจใช้สติกเกอร์หรือดอกไม้กระดาษตกแต่งเพิ่มเติม
- หลังจากนั้นเจาะรูด้านบนจานทั้งสองใบ (กรุณาดูให้มั่นใจว่ารูที่เจาะสำหรับแขวนเชือก เป็นรูที่อยู่ตรงกลางด้านบนของจานทั้งสอง เพื่อเมื่อแขวนแล้วจะได้ภาพอุโมงค์ที่มีพระเยซูอยู่ตรงกลางอุโมงค์ ไม่กลับหัวกลับหาง)
- ประกบจานกระดาษทั้งสองเข้าด้วยกัน อาจใช้กาวหรือลวดเย็บกระดาษก็ได้
- รอยเชือกหรือริบบิ้นสำหรับแขวน
- ย้ำความจริงให้เด็กเข้าใจว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์เอาชนะความตาย และมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ พระเยซูไม่เป็นเหมือนพระหรือศาสดาคนอื่นๆ ที่ตายแล้วตายเลย แต่พระองค์เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ และมีฤทธิ์สามารถช่วยให้เด็กรอดพ้นโทษของบาป และยังเข้าใจและช่วยเหลือพวกเขาได้ในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นปัญหาหรือความทุกข์ใจใดที่พวกเขาต้องเผชิญ
“พวกท่านแสวงหาคนเป็นในพวกคนตายทำไมเล่า พระองค์ไม่อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว” ลูกา 24:5-6
