เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้
- เรียนรู้ว่าพระเจ้ารักและให้อภัยหนูเสมอ เมื่อหนูกลับใจใหม่
- ซาบซึ้งและดีใจที่พระเจ้าเป็นเหมือนพ่อที่รักลูกของพระองค์มาก และยินดีเสมอที่จะให้อภัยหนู หากหนูทำผิด
- ยอมรับว่าหนูเป็นคนบาป และต้องการเข้าส่วนในครอบครัวของพระเจ้า และหนูเองจะยินดียอมรับคนอื่นที่กลับตัวกลับใจมาหาพระเจ้าเช่นกัน
T I P S สำหรับคุณครู
สุภาษิต 4:23 “จงระแวดระวังใจของเจ้ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เพราะทุกสิ่งที่เจ้าทำออกมาจากใจ”
เมื่อเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียน ขอคุณครูทำความเข้าใจหัวใจของเด็ก ท่าทีภายใน ความเป็นไปภายใต้พฤติกรรมเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยคุณครูสามารถแก้ไขปัญหาได้ที่ต้นตอ มากกว่าการแก้ไขเพียงพฤติกรรมภายนอกเท่านั้น ขอคุณครูจะเชื่อในส่วนดีของเด็กและมีความหวังอยู่เสมอ ความรัก ความสัมพันธ์จำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อนความพยายามแก้ไขข้อบกพร่อง และหลายครั้งที่ความรักของคุณครูอาจเป็นชนวนสำคัญในการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของเด็กๆ ได้
เกม “กลับตาลปัตร”
วิธีเล่น
- ให้เด็กยืนล้อมเป็นวงกลม
- คุณครูออกคำสั่ง แต่ให้ผู้เล่นทำสิ่งที่ตรงข้าม เช่น เมื่อครูสั่ง “เดินหน้า” ให้ผู้เล่นเดินถอยหลัง, “ยกมือซ้าย” ให้ผู้เล่นยกมือขวา, “นั่งลง” ให้ผู้เล่นกระโดดยืนขึ้น, “ปิดปาก” ให้ผู้เล่นอ้าปากกว้าง, “หันซ้าย” ให้ผู้เล่นยืนหันไปทางขวา
- ให้ผู้เล่นที่ทำผิดออกจากวง ผู้เล่นที่เหลือคนสุดท้ายถือเป็นผู้ชนะ
บทนำเรื่อง “พ่อของแผ่นดิน”
วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม) เป็นวันเกิดของในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่า “ในหลวง” พระองค์ทรงเป็นพระราชาที่คนไทยรักมากที่สุด จนทุกคนพร้อมใจกันยกย่องให้ท่านเป็น “พ่อของแผ่นดิน”
ตลอดเวลาที่ท่านเป็นพระราชา ท่านไม่เคยหยุดทำงานเลย แม้แต่ในที่ที่เดินทางลำบากมากๆ หรือที่ที่ทุรกันดารรถเข้าไปไม่ถึง ท่านก็จะเดินทางไปหาประชาชนที่นั่น เพื่อไปดูว่าเขาลำบากเรื่องอะไร และท่านจะช่วยได้อย่างไรบ้าง
ในหลวงทรงรักเด็กๆ มากด้วยนะ ท่านอยากให้เด็กทุกคนได้เรียนหนังสือ แม้จะเป็นเด็กที่ยากจนหรือไม่มีพ่อแม่ ท่านก็ตั้งกองทุนและสร้างโรงเรียนขึ้นมา เพื่อให้เด็กๆ ได้มีความรู้ และเติบโตไปเป็นคนดีของประเทศชาติ
นอกจากนี้ ท่านยังเปลี่ยน “บ้าน” ของท่าน คือวังจิตรลดา ให้กลายเป็นฟาร์มทดลอง มีทั้งแปลงนาข้าว มีโรงเลี้ยงวัว และโรงสีข้าว เพื่อทดลองดูว่าทำอย่างไรเกษตรกรถึงจะมีรายได้มากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น ท่านทำเป็นตัวอย่างให้ดูเพื่อที่ประชาชนจะได้นำไปทำตามได้
ความรักที่ในหลวงมีต่อพวกเรานั้นยิ่งใหญ่มาก มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่ท่านกำลังจะเข้าผ่าตัดในอีกไม่กี่ชั่วโมง ท่านยังสั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมคอมพิวเตอร์ไว้ให้ท่าน เพื่อที่ท่านจะได้คอยดูเรื่องน้ำท่วม เพราะท่านเป็นห่วงว่าประชาชนจะเดือดร้อน แม้ในยามที่ท่านเจ็บป่วย ท่านก็ยังคิดถึงประชาชนของท่านเสมอ
ความรักและความเมตตาที่ในหลวงมีให้พวกเรามากมายขนาดนี้ ทำให้ครูนึกถึงเรื่องราวของ “พ่อ” อีกท่านหนึ่งที่พระเยซูเคยเล่าให้สาวกฟัง ความรักของพ่อคนนี้ก็น่าประทับใจและยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลยทีเดียว
เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ลูกา 15:11-32)
ในเวลานั้น มีพวกคนเก็บภาษี และพวกคนบาปหลายคนต่างก็รุมล้อมกันเข้ามาฟังคำสั่งสอนของพระเยซู พวก ฟาริสีและพวกธรรมาจารย์เริ่มบ่นว่า “ดูสิ! คนนี้ยอมต้อน รับคนบาปและยังกินอาหารร่วมกับพวกเขาด้วย”
หลังจากนั้น พระเยซูจึงเล่าเรื่องนี้ให้พวกเขาฟังว่า...
รูปภาพที่ 1 ชายคนหนึ่งมีลูกชายอยู่สองคน ลูกชายคนเล็ก เข้าไปหาพ่อแล้วพูดว่า “พ่อครับ ช่วยแบ่งสมบัติส่วนที่เป็นของลูกมาให้ลูกตอนนี้เถิด” พ่อจึงแบ่งทรัพย์สมบัติให้กับลูกทั้งสองคนไป
รูปภาพที่ 2 ไม่นานหลังจากนั้น ลูกคนเล็กก็เก็บข้าวของออกจากบ้านแล้วเดินทางไปเมืองไกล ที่นั่นเขาใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย กินหรูอยู่สบาย เที่ยวเล่นไม่หยุด จนในที่สุดเขาผลาญทรัพย์สมบัติที่ได้มาจนหมดเกลี้ยงไม่เหลืออะไรเลย พอเกิดการกันดารอาหารอย่างรุนแรงทั่วเมือง เขาจึงเริ่มแร้น แค้นไม่มีเงิน และไม่มีอะไรจะกิน
รูปภาพที่ 3 เขาจึงต้องไปของานทำกับชาวเมืองคนหนึ่ง
ชายนั้นจึงส่งเขาไปเลี้ยงหมูในทุ่งนา เขาอดอยากและหิวมากจนนึกอยากกินอาหารที่หมูกินอยู่นั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากินแม้แต่น้อย
ในที่สุดเขาก็สำนึกตัวและคิดขึ้นมาว่า “คนใช้ที่บ้านของพ่อ ไม่ว่าจะมีมากสักกี่คนก็ยังมีอาหารเหลือเฟือ พวกเขาได้กินอิ่มกันทุกวัน แต่ดูข้านี่สิ กำลังจะอดตายที่นี่” เขาจึงตัดสินใจว่า “ข้าน่าจะลุกขึ้นกลับไปหาพ่อ และบอกพ่อว่า ‘พ่อครับ ข้าได้ทำผิดต่อฟ้าสวรรค์และต่อพ่อ ข้าไม่สมควรเป็นลูกของพ่ออีกต่อไป ขอให้พ่อรับข้าเป็นเหมือนคนใช้คนหนึ่งของท่านด้วยเถิด’”
คิดได้เช่นนั้นแล้ว เขาก็ลุกขึ้นและเดินทางกลับบ้าน
รูปภาพที่ 4 แต่ระหว่างทางกลับบ้าน เขายังเดินอยู่ไกลลิบๆ พ่อของเขาเห็นลูกกำลังเดินมา และรู้สึกสงสารจับใจ
พ่อจึงวิ่งออกไปหา โผเข้ากอดคอลูกชาย จูบด้วยความรัก
ลูกชายสารภาพพูดกับพ่อว่า “พ่อครับ ลูกได้ทำผิดต่อสวรรค์และผิดต่อพ่อด้วย ข้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของพ่ออีกต่อไป ขอให้ลูกอยู่ในฐานะคนใช้คนหนึ่งของพ่อก็พอ” แต่พ่อกลับสั่งพวกคนรับใช้ทันทีว่า “รีบไปเอาเสื้อที่ดีที่สุดมาให้ลูกเราใส่ เอาแหวนมาสวมที่นิ้ว และเอารองเท้ามาสวมที่เท้าให้เขาด้วย แล้วจงไปเอาลูกวัวตัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน วันนี้เราจะจัดงานเลี้ยงฉลองเพราะลูกของเราคนนี้ตายแล้วแต่กลับเป็นขึ้นอีก หายไปแล้วแต่ได้พบกันอีก” พวกคนใช้จึงเริ่มจัดงานเลี้ยงอย่างชื่นบาน
ส่วนลูกชายคนโตกลับจากทำงานในทุ่งนา เมื่อเข้าใกล้บ้านก็ได้ยินเสียงดนตรีและการเต้นรำ เขาเรียกคนใช้มาถามว่าเกิดอะไรขึ้น คนใช้ตอบว่า “น้องชายของท่านกลับ มาบ้านอย่างปลอดภัย และพ่อของท่านให้ฆ่าลูกวัวตัวอ้วนพีเพื่อเลี้ยงฉลองกัน!” ลูกชายคนโตกลับโกรธมากและไม่ยอมเข้าไปในบ้าน พ่อจึงออกมาขอร้องให้เข้าไปข้างใน
รูปภาพที่ 5 แต่ลูกชายตอบพ่อว่า “ดูซิ ข้ารับใช้พ่ออย่างซื่อสัตย์มาตลอดกี่ปีแล้ว ข้าไม่เคยละเมิดคำสั่งของพ่อเลย แต่พ่อไม่เคยให้แม้แต่ลูกแพะสักตัวหนึ่งแก่ข้า เพื่อฉลองกับเพื่อนฝูง แต่เมื่อลูกคนนี้ของพ่อที่ผลาญเอาสมบัติของพ่อไปใช้กับหญิงโสเภณีกลับมา พ่อถึงกลับฆ่าลูกวัวอ้วนเลี้ยงฉลองให้มัน” พ่อจึงตอบลูกชายของเขาว่า “ลูกเอ๋ย เจ้าก็อยู่กับพ่อตลอดเวลา และทุกสิ่งที่เป็นของพ่อก็เป็นของเจ้า แต่วันนี้ เราควรจะยินดีและเฉลิมฉลองกัน เพราะน้องของเจ้าเหมือนตายไปแล้วแต่กลับเป็นขึ้นมา เคยหลงหายไปแต่กลับได้พบกันอีก”
แผนการแห่งความรอด

ภาพของพ่อในคำอุปมานี้เปรียบเสมือนพระบิดาในสวรรค์ที่เปี่ยมด้วยความรัก พระเจ้ารักหนู เพราะพระองค์เป็นผู้สร้างหนู หนูเป็นของพระองค์ ไม่ว่าหนูจะเคยทำผิดพลาด หรือห่างเหินจากพระองค์แค่ไหน พระองค์ยังรอคอยให้หนูกลับมาหาพระองค์เสมอ ไม่มีความบาปผิดไหนที่ใหญ่เกินไปที่พระเจ้าจะให้อภัยไม่ได้ ไม่มีใครชั่วช้าเลวทรามเกินกว่าที่พระเจ้าจะยกโทษให้สำหรับเด็กที่ไม่เป็นคริสเตียน หากหนูรู้ตัวว่า หนูเคยเป็นเด็กไม่ดี เคยทำผิดพลาดหลายครั้งหลายครา หนูต้องการการให้อภัยและการเริ่มต้นใหม่ หนูจำเป็นต้องกลับใจใหม่ สำนึกว่าหนูเป็นคนบาปที่ต้องการความเมตตาจากพระเจ้า ตัดสินใจที่จะเชื่อวางใจในพระเยซูให้เป็นผู้ช่วยให้รอดของหนู พระเจ้าก็พร้อมเสมอที่จะให้อภัยยกโทษบาปของหนู และให้หนูเข้าส่วนเป็นครอบครัวของพระองค์
พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร
พี่ชายคนโตไม่พอใจที่พ่อจัดงานเลี้ยงให้น้องคนเล็ก ใจของเขาในเวลานั้นขาดความรักเมตตาน้อง มีแต่ใจอิจฉา ช่างจดจำความผิดของน้อง เขาตัดพ้อกับพ่อว่า พ่อไม่เคยให้แม้แต่ลูกแพะสักตัวแก่เขาเลย แต่หนูจำได้ไหมว่าตอนต้นเรื่อง เมื่อลูกชายคนเล็กขอสมบัติจากพ่อ พ่อได้แบ่งสมบัติให้แก่ลูกทั้งสองคน ซึ่งในธรรมเนียมของชาวยิว ลูกชายหัวปี (คนโต) จะได้รับมรดกเป็น 2 ส่วนในขณะที่ลูกคนอื่นๆ จะได้รับคนละ 1 ส่วน นั่นหมายความว่า พี่ชายคนโตนี้ได้รับมรดกจากพ่อมากกว่าน้องชายสองเท่า นี่เองเป็นเหตุให้พ่อพูดกับเขาว่า “ทุกสิ่งที่เป็นของพ่อก็เป็นของเจ้า” เพราะฉะนั้น คำตัดพ้อของพี่ชายคนโตที่ดูเหมือนพ่อนั้นไม่ยุติธรรมเลย นั่นเป็นเพียงความรู้สึกของเขาเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ที่พ่อต้อนรับน้องชายกลับบ้านก็เพราะ ความรัก ความเมตตา ให้อภัย สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน พระเจ้าพระบิดาก็เป็นเช่นนั้น พระองค์ต้องการให้หนูที่เป็นลูกของพระเจ้ามีใจเมตตา ให้อภัย และยินดีกับคนที่กลับใจ ต้อนรับเขาเข้าในครอบครัวของพระเจ้า ไม่ว่าเขาจะมีฐานะแบบไหน รูปร่างหน้าตาอย่างไร หรือเคยเป็นคนไม่น่ารักแค่ไหน เมื่อพระเจ้ายินดีให้อภัยและยอมรับเขา หนูเองก็ควรร่วมยินดีกับพระองค์ด้วย
รูปภาพประกอบ
ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา
คำถามอภิปราย
(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)
- ลูกคนเล็กขออะไรจากพ่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง?
- เมื่อลูกชายคนเล็กได้สมบัติจากพ่อแล้ว เขาทำอะไร?
- หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายคนเล็ก? หากหนูเป็นเขา หนูจะทำอย่างไรต่อไป?
- พ่อแสดงความรักเมตตากับลูกชายคนเล็กอย่างไรบ้าง เมื่อเขากลับบ้าน?
- หนูคิดว่า ทำไมพี่คนโตถึงไม่ดีใจ และยินดีต้อนรับน้องชาย เมื่อเห็นว่าเขากลับมาบ้านแล้ว?
- คำอุปมานี้สอนหนูเกี่ยวกับความรักของพระเจ้า พระบิดาอย่างไรบ้าง?
- หนูสามารถตอบสนองความรักของพระเจ้าที่มีต่อหนูได้อย่างไรบ้าง?
กิจกรรม
“กล่องหัวใจ” (กิจกรรมประดิษฐ์)
สิ่งที่ต้องเตรียม
- แบบกล่อง พิมพ์หรือถ่ายเอกสารลงบนกระดาษทำปกรายงาน
- กาว
- กรรไกร
- สี
- ปากกา
วิธีทำ
- ใช้กรรไกรตัดตามเส้นทึบ ขอบของแบบทั้งหมด รวมถึงแฉกด้านข้างที่เป็นรูปหัวใจด้วย
- เขียนลักษณะของความรักลงบนสี่เหลี่ยมทั้ง 4 ช่องจากข้อท่องจำ 1 โครินธ์ 13:7
ช่องที่ 1 - ความรักทนได้ทุกอย่าง
ช่องที่ 2 - ความรักเชื่ออยู่เสมอ
ช่องที่ 3 - ความรักมีความหวัง
ช่องที่ 4 - ความรักมีความทรหดอดทนอยู่เสมอ
- อธิบายให้เด็กเห็นว่า แบบนี้จะประกอบขึ้นเป็นกล่องที่มีรูปหัวใจอยู่ด้านบน (อาจแสดงตัวอย่างให้เด็กเห็น) หลังจากนั้นให้เด็กตกแต่งระบายสีแบบให้สวยงาม
- พับกระดาษตามเส้นประทั้งหมด เพื่อเตรียมให้กล่องขึ้นรูปได้ง่าย
- พับแถบปีกด้านข้างรูปหัวใจเข้าด้านใน แฉกหัวใจสองฝั่งจะกลายเป็นขอบด้านข้างของกล่อง ช่วยให้กล่องดูมีลูกเล่นและสามารถปิด-เปิดได้ง่าย
- ทากาวบนช่องที่กำกับให้ทากาวบนแถบข้างหนึ่งของกล่องแล้วประกบเข้ากับฝั่งตรงข้าม เพื่อสร้างทรงกล่อง
- ประกอบก้นกล่อง พับฐานด้านล่างของกล่องเข้าหากัน โดยเริ่มจากแถบตรงข้ามกัน แล้วสอดแถบสุดท้ายเพื่อให้ฐานล็อกแน่น (หรือจะทากาวก็ได้)
- ใส่ลูกอมลงในกล่อง
- ปิดฝาบน พับฝาบนลงมาปิดกล่อง ฝานี้สามารถเปิด-ปิดได้หลายครั้งโดยไม่ต้องใช้กาว
- หลังจากนั้น ให้เด็กนำกล่องหัวใจที่มีลูกอมอยู่ข้างในไปให้เพื่อนของเขาที่โรงเรียนในสัปดาห์ที่จะถึง
กิจกรรม
“ไม่มีอะไรจะทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้าได้” (กิจกรรมสร้างสรรค์)
สิ่งที่ต้องเตรียม
- แก้วน้ำที่ปากมีขนาดกว้างประมาณ 3-4 นิ้ว
- จานกระดาษขนาด 7 นิ้วจำนวน 1 ใบ
- แกนกระดาษทิชชูแผ่นใหญ่ขนาด 10 นิ้ว (หากไม่มี สามารถใช้กระดาษม้วนให้มีลักษณะเหมือนแกนกระดาษทิชชูเองได้)
- ไข่
- ปากกาเมจิก
วิธีทำ
คุณครูเตรียมแก้วใส่น้ำประมาณ 3/4 ของแก้ว เปรียบเทียบแก้วน้ำเสมือนความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ รวมถึงตัวเด็กๆ ด้วย (อาจเขียนคำว่า “ความรักของพระเจ้า” บนสติกเกอร์ติดลงบนแก้ว)- เขียนคำว่า “แยกออกจาก” ตรงกลางจานกระดาษ แล้ววางจานลงบนปากแก้วน้ำ
- อ่านข้อพระคัมภีร์ โรม 8:38-39 “เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่า แม้ความตายหรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบัน หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้”
- ในพระคำของพระเจ้าบอกกับเราว่า ไม่มีอะไรที่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้าได้เลย ลองให้เด็กๆ คิดถึงสิ่งที่อาจพรากมนุษย์/ตัวเด็ก ออกจากความรักของพระเจ้า เช่น ความตาย ความชั่วร้าย คำโกหกหลอกลวง ความผิด มารซาตาน เงินทอง เป็นต้น ให้คุณครูเขียนคำเหล่านี้ลงบนแกนของกระดาษทิชชู
- เมื่อเขียนคำเหล่านี้เสร็จแล้ว ให้ตั้งแกนกระดาษตรงกลางของจานกระดาษ
- เปรียบไข่ที่คุณครูถืออยู่ในมือ เสมือนตัวเด็กๆ วางไข่ลงบนยอดของแกนกระดาษ
- ความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์นั้น ไม่มีอะไรที่จะสามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้าได้ เมื่อคุณครูพูดจบให้ใช้มือดึงจานกระดาษอย่างเร็วที่สุดออกไปทางด้านข้างให้พ้นจากปากของแก้วน้ำ
- ผลลัพธ์: ไข่จะตกลงในแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ด้านล่าง เป็นการทดลองสนุกๆ ที่ทำให้เด็กได้จดจำความจริงที่ว่า “ไม่มีอะไรที่จะทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้าได้”
