บทเรียน : เศรษฐีกับลาซารัส

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าชีวิตหลังความตายมีจริง และหนูต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่วันนี้
  • ตระหนักว่า หากหนูต้องการมีชีวิตนิรันดร์ในแผ่นดินสวรรค์ หนูจำเป็นต้องตัดสินใจเชื่อพระเจ้าตั้งแต่วันนี้ ไม่อย่างนั้นอาจจะสายเกินไป
  • ตัดสินใจต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วย  ให้รอด และขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิต  นิรันดร์

T I P S สำหรับคุณครู

1 ซามูเอล 15:22 “พระยาห์เวห์พอพระทัยในเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและเครื่องสัตวบูชามากเท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์หรือ? ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา และซึ่งจะเอาใจใส่ก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้”

หากคุณครูกำลังรู้สึกว่า “ทำไมสิ่งที่ทำไม่เกิดผล? ทำไมชั้นเรียนเด็กน้อยลงๆ ทุกอาทิตย์? สิ่งที่ทำอยู่นี้มีประโยชน์อะไร?” ขอหนุนใจคุณครูว่า พระเจ้าต้องการการเชื่อฟังจากชีวิตของคุณครูมากกว่าผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตามเป้า พระเจ้าต้องการความสัตย์ซื่อของคุณครูมากกว่าของถวายใดๆ สำหรับพระเจ้า สิ่งสำคัญคือท่าทีภายในและความสัตย์ซื่อ ส่วนผลลัพธ์เป็นสิ่งที่พระองค์จะกระทำตามพระประสงค์ของพระองค์

เกม “สูง ต่ำ เท่ากัน”

วิธีเล่น

  1. คุณครูกำหนดท่าทางให้เด็กทำตามคำสั่ง เมื่อคุณครูสั่งคำว่า “สูง” ให้คุณครูยืนเขย่งเท้าและให้เด็กทำตามคำสั่ง เมื่อสั่งคำว่า “เตี้ย” ให้ย่อหัวเข่าก้มตัวให้ต่ำลง เมื่อสั่งคำว่า “เท่ากัน” ให้ยืนตรงกางแขนทั้งสองข้างออก
  2. เพิ่มความเร็วในการออกคำสั่ง เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน
  3. เมื่อเด็กๆ คุ้นเคยกับทั้งสามคำสั่งพอสมควรแล้ว เพิ่มกติกาให้เด็กทำตามคำพูดที่คุณครูสั่ง แต่ในขณะเดียวกันคุณครูอาจจะพูดคำสั่งอย่างหนึ่ง แต่แสดงท่าทางอีกอย่างหนึ่ง เด็กจะต้องทำตามคำสั่งให้ถูกต้อง เช่น คุณครูอาจจะออกคำสั่งว่า “สูง” แต่แสดงท่าทางย่อเข่าก้มตัวลงต่ำ เด็กบางคนอาจเผลอทำตามท่าทางของคุณครูที่เขามองเห็นแทนทำตามคำสั่งที่เขาได้ยิน

บทนำเรื่อง “การส่งของให้คนตาย”

การส่งของให้คนตายมีประเพณีสืบทอดกันมาเนิ่นนาน หลายยุคหลายสมัย ผู้คนส่งของกินของใช้ให้กับคนที่ตายไปแล้ว ด้วยความหวังว่าวิญญาณของผู้ตายจะได้ใช้ในโลกหลังความตาย ชาวจีนลัทธินับถือบรรพบุรุษ จะเผาข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากกระดาษให้เหล่าบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ไม่ว่าจะเป็นบ้านกระดาษ เงินทองกระดาษ เสื้อผ้ากระดาษ หรือแม้แต่รถยนต์กระดาษ ชาวไทยพุทธ จะมีการทำบุญตักบาตรด้วยอาหารที่ผู้ตายโปรด ถือเป็นการเพิ่มบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไป ชาวอียิปต์โบราณ เมื่อต้องฝังศพใครสักคน จะนำข้าวของเครื่องใช้ และทรัพย์สมบัติของผู้ตายฝังลงไปในสุสานพร้อมกับร่างกาย และอาจมีการนำอาหารเครื่องดื่มมาถวายหน้าหลุมศพ ด้วยเชื่อว่าวิญญาณของผู้ตายจะได้ไม่ลำบากอดอยากชาวกรีกโรมันโบราณ  ญาติพี่น้องจะใส่เหรียญไว้ในปากของคนตายหรือในโลงศพ ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้ตายจะได้เอาไปใช้เป็นค่าโดยสารเรือข้ามฟากที่จะเดินทางจากโลกมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย

การส่งของให้คนตาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็สะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยมีความเชื่อเรื่องชีวิตและโลกหลังความตาย ทุกคนต้องการให้คนที่รัก มีชีวิตหลังความตายในที่ที่มีความสุข

ยอห์น 14:2-3 พระเยซูพูดว่า “ในพระนิเวศของพระเจ้า (แผ่นดินสวรรค์) มีที่อยู่มากมาย และเราได้จัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา” แน่นอนทีเดียวว่า ในโลกนี้ เมื่อเราตายไป เราจะเอาอะไรติดมือไปไม่ได้เลย แต่คนที่รู้จักกับเจ้าของสวรรค์ หรือพระผู้สร้างเท่านั้น ที่จะได้รับประกันว่า เขาจะมีที่อยู่เตรียมไว้สำหรับเขาแล้วบนแผ่นดินสวรรค์

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ลูกา 16:19–31)

(หมายเหตุสำหรับคุณครู: นักศาสนศาสตร์หลายท่านมีความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นคำอุปมา แต่ก็มีหลายท่านที่เห็นว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเหตุการณ์จริง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่าพระคำตอนนี้มีภาพสะท้อนชัดเจนชี้ไปถึงชีวิตหลังความ ตายและแผนการแห่งความรอด ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก จึงได้รวมไว้ในบทเรียนคำอุปมาของพระเยซูเล่มนี้)

 รูปภาพที่ 1  ระหว่างที่พระเยซูสั่งสอนสาวกและประชาชน พระองค์เล่าเรื่องนี้ให้พวกเขาฟังว่า...
มีชายคนหนึ่งเป็นเศรษฐี เขาแต่งตัวหรูหราด้วยผ้าสีม่วงและผ้าป่านเนื้อละเอียด เขากินอยู่อย่างฟุ่มเฟือย และมีงานเลี้ยงรื่นเริงอยู่เสมอ
ขณะเดียวกัน มีชายยากจนคนหนึ่งชื่อว่า ลาซารัส เขามีแผลเต็มตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า นอนอยู่ที่พื้นหน้าประตูบ้านของเศรษฐีคนนี้ ลาซารัสอยู่อย่างหิวโหย เขาอยากจะกินแค่เศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี แม้แต่สุนัขก็ยังมาเลียแผลของเขา

รูปภาพที่ 2  ต่อมาภายหลัง ลาซารัสชายยากจนคนนั้นตาย เหล่าทูตสวรรค์จึงมาพาเขาไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม (เปรียบเสมือนแผ่นดินของพระเจ้า) แต่เมื่อเศรษฐีคนนั้นตาย เขากลับไม่ได้ไปอยู่ที่ดีแบบลาซารัส เขาไปอยู่ในแดนคนตายที่ที่มีแต่ความทุกข์ทรมานแสนสาหัส

 

  รูปภาพที่ 3  เศรษฐีแหงนหน้าขึ้น เขาเห็นอับราฮัมอยู่แต่ไกลและเห็นลาซารัสอยู่ข้างๆ อับราฮัม เศรษฐีจึงร้องขึ้นว่า “ท่านอับราฮัม! ขอเมตตาข้าด้วยเถิด โปรดใช้ลาซารัสจุ่มปลายนิ้วในน้ำ แล้วเอามาแตะลิ้นของข้าให้เย็นลง เพราะข้าต้องทุกข์ทรมานเหลือเกินในเปลวเพลิงนี้”
อับราฮัมจึงตอบว่า “ลูกเอ๋ย! เจ้าจำได้ไหมว่าเมื่อเจ้ามีชีวิตอยู่ เจ้าได้รับแต่สิ่งดีๆ แต่ลาซารัสได้รับแต่ความทุกข์
บัดนี้เขาได้รับการปลอบโยนแล้ว ส่วนเจ้าได้รับความทุกข์ทรมาน ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างเรายังมีเหวลึกใหญ่ตั้งขวางอยู่ เพื่อว่าถ้าใครอยากจะข้ามจากที่นี่ไปถึงพวกเจ้าก็ทำไม่ได้ หรือถ้าจะข้ามจากที่นั่นมาถึงเราก็ทำไม่ได้เช่นกัน”

  รูปภาพที่ 4  เศรษฐีจึงวิงวอนต่อไปว่า “ถ้าอย่างนั้น ขอท่านส่งลาซารัสไปที่บ้านของข้า เพราะว่าข้ายังมีน้องชายห้าคน ขอให้ลาซารัสไปเตือนพวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ต้องมาอยู่ในที่ทุกข์ทรมานแบบข้าเช่นนี้”

แต่อับราฮัมตอบว่า “พี่น้องของเจ้าก็มีคำสอนของโมเสสและบรรดาผู้เผยพระวจนะอยู่แล้ว ให้พวกเขาฟังคนเหล่านั้นเถิด”

เศรษฐียังพยายามอ้อนวอนว่า “ไม่ได้หรอก ท่านอับราฮัม แต่ถ้ามีใครสักคนหนึ่งจากพวกคนตายไปบอกพวกเขา  พวกเขาคงจะกลับใจใหม่ และเชื่อแน่นอน!”

แต่อับราฮัมตอบว่า “ถ้าพวกเขาไม่ฟังโมเสสและพวกผู้เผยพระวจนะ แม้จะมีใครเป็นขึ้นมาจากความตาย พวกเขาก็จะไม่ยอมเชื่ออยู่ดีนั่นแหละ”

แผนการแห่งความรอด

สำหรับเด็กที่ไม่เป็นคริสเตียน การจะได้รับชีวิตใหม่ นั้น แน่นอนไม่ได้ขึ้นอยู่ความรวยหรือความยากจน ไม่ว่าหนูจะเป็นคนมีชื่อเสียง หรือเป็นคนธรรมดาสามัญ พระเจ้ารู้จักและเห็นคุณค่าในตัวของหนู อับราฮัมเตือนว่า เราควรฟังคำสอนของพระเจ้าและเชื่อพระองค์ในเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ อย่ารอให้เกิดเรื่องร้ายแรงถึงชีวิตก่อนถึงอยากจะเปลี่ยนใจ เพราะตอนนั้นมันก็สายเกินไปแล้ว หนูมีเพียงสองทางเท่านั้นหลังความตาย คือ การได้ไปอยู่กับพระเจ้า หรือ การแยกจากพระองค์ในแดนคนตายที่ที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน หากหนูต้องการไปอยู่กับพระเจ้าหลังความตาย หนูจำเป็นต้องฟังคำของพระองค์ และเชื่อไว้วางใจในพระองค์ ให้พระเยซูคริสต์เข้ามาเป็นผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของหนู

 

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน ลาซารัส ชายยากจนไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน ไม่มีแม้แต่อาหาร เขามีชีวิตที่ลำบากยากแค้นบนโลกใบนี้ แต่พระเจ้ากลับให้เขาได้ไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม แม้ว่าโลกนี้จะมองเขาไม่มีค่า แต่พระเจ้าเห็นคุณค่าในตัวเขา หากหนูรู้สึกหนูไม่มีอะไรพิเศษเลย หนูตัวเล็กไม่มีความสำคัญอะไรเลยในสายตาของคนอื่น วันนี้ ให้หนูจดจำไว้ว่า สำหรับพระเจ้าแล้ว พระเจ้ารู้จักชื่อของหนู รู้ว่าหนูมีผมกี่เส้นบนศีรษะของหนู รู้ว่าหนูต้องการอะไร รู้ว่าหนูกลัวอะไร และรู้ว่าหนูต้องเผชิญกับอะไรบ้าง พระเจ้ารักหนู และในสายตาของพระเจ้า หนูเป็นลูกของพระองค์ และหนูมีคุณค่าในสายตาของพระองค์เสมอ ให้หนูเอามือทาบไว้บนหัวใจและพูดว่า “พระเจ้ารักหนู และหนูเป็นของพระองค์”

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. บทเรียนในวันนี้ กล่าวถึงชายสองคนคือใครบ้าง?
  2. พระคัมภีร์ตอนนี้สอนถึงชีวิตหลังความตาย เกิดอะไรขึ้นกับลาซารัสและเศรษฐี หลังจากที่ทั้งสองจากโลกนี้ไป?
  3. หนูคิดว่า อะไรทำให้ลาซารัสได้ไปอยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า และเศรษฐีต้องไปอยู่ในแดนคนตาย?
  4. เศรษฐีขอร้องให้ลาซารัสทำอะไรให้เขา เพราะเขาทุกข์ระทมเหลือเกิน? และลาซารัสสามารถช่วยเศรษฐีได้หรือไม่? อย่างไร?
  5. เศรษฐีขอให้อับราฮัมส่งลาซารัส หรือใครสักคนไปหาน้องชายทั้งห้าคนของเขาเพื่ออะไร?
  6. อับราฮัมตอบเศรษฐีนั้นว่าอย่างไร?
  7. หนูได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนในวันนี้?

กิจกรรม

“หนังสือเล่มเล็ก”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ภาพคนละ 1 ชุด
  • สีไม้ หรือ สีเทียน
  • กาว
  • ที่เย็บกระดาษ

วิธีทำ

  1. เด็กจะได้รับภาพถ่ายเอกสารสำหรับทำหนังสือเล่มเล็กคนละ 1 ชุด
  2. ระบายสีตกแต่งรูปภาพทั้งหมดให้สวยงาม และเขียนข้อท่องจำ สุภาษิต 11:4 ลงในหน้าข้อท่องจำ
  3. ให้เด็กพับครึ่งกระดาษตามแนวตั้ง แล้วทากาวประกบกันเพื่อให้เกิดภาพทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  4. เรียงกระดาษเพื่อประกอบหนังสือเล่มเล็กตามลำดับต่อไปนี้ เริ่มจากหน้าปก, หน้าข้อท่องจำ และ หน้าที่ 1-5 เย็บประกอบเป็นรูปเล่มให้เรียบร้อยด้วยที่เย็บกระดาษ
  5. ให้เด็กจับคู่หรือสลับกันเล่าเรื่องราวจากภาพในหนังสือเล่มเล็กที่ตนเองทำ

กิจกรรม

“จริง หรือ ไม่จริง” (ลูกา 16:19-31)

มาลองตอบคำถามสนุกๆ กันเถอะ! ใครรู้คำตอบ ยกมือแล้ววงกลมไว้เลยนะ!
เตรียมดินสอให้พร้อม แล้วออกผจญภัยในโลกแห่งพระคัมภีร์ไปด้วยกัน!

กิจกรรม

ทำที่บ้าน