เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้
- เข้าใจข่าวประเสริฐเรื่องการบังเกิดใหม่โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์
- ซาบซึ้งถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ รวมถึงตัวหนู และยอมรับว่าหนูเป็นคนบาปและไม่สามารถช่วยตัวเองให้รอดพ้นจากบาปได้
- ตัดสินใจต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของหนู และให้พระเยซูเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของหนู
ข้อท่องจำ
"พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์" ยอห์น 3:16
T I P S สำหรับคุณครู
ทิตัส 2:7-8 “ท่านเองจงประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างในการดีทุกด้าน ในการสอนอย่างจริงใจ จริงจัง และถูกต้องที่ไม่มีใครจะตำหนิได้..” หลายต่อหลายครั้งที่เราได้ยินว่า การกระทำมักเสียงดังกว่าคำพูด ไม่ว่าจะเป็นในชั้นเรียนรวี หรือในคริสตจักร เด็กๆ มักมองดูคุณครูของเขาเสมอ ดังนั้นคุณครูควรตระหนักว่า เมื่อคุณครูสอนพระคัมภีร์ให้กับเด็ก คุณครูไม่ได้สอนพวกเขาแค่วาจา คำพูดในชั้นเรียน แต่คุณครูสอนเด็กเหล่านั้นด้วยการกระทำที่สอดคล้องกับคำสั่งสอนที่คุณครูกล่าวในชั้นเรียนด้วย เมื่อคุณครูสอนให้เด็กเชื่อฟังสิทธิอำนาจ คุณครูเองก็ควรเป็นตัวอย่างในการเชื่อฟัง ไม่กล่าวร้ายหรือตำหนิผู้นำของตน เมื่อคุณครูสอนเด็กให้เกลียดความบาป คุณครูเองก็ควรระมัดระวังที่จะรักษาชีวิตให้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า เป็นแบบอย่างแก่เด็กๆ
เกม “ซ่อนแอบแบบใหม่”
วิธีเล่น
- ขออาสาสมัครหรือเลือกเด็กหนึ่งคนให้เป็น “พระเยซู” คือจะเป็นคนที่จะต้องไปซ่อนตัวไม่ให้ใครหาพบ
- เด็กที่เหลือในชั้นเรียนทุกคนจะเป็น “นิโคเดมัส” คือเป็นคนที่จะออกไปตามหาคนที่ซ่อนตัวอยู่
- ให้เด็กทุกคนในชั้นเรียน ยกเว้น “พระเยซู” ปิดตาของตัวเองและนับ 1-20 อย่างซื่อสัตย์ ในระหว่างนี้ ครูอาจจะช่วยพา “พระเยซู” ไปซ่อนแอบจากสายตาของเด็กคนอื่นๆ
- เมื่อนับครบ 20 ให้เด็กทุกคนลองตามหา “พระเยซู” เมื่อพบคนที่ซ่อนแอบแล้วให้ร้องว่า “ฉันพบพระเยซูแล้ว”
- เด็กคนแรกที่พบ “พระเยซู” จะได้เป็นคนที่จะไปซ่อนแอบถัดไป
บทนำเรื่อง “เวียน ว่าย ตาย เกิด”
การเวียนว่าย ตาย เกิด ที่คนไทยมักได้ยินกันจนชินหู เป็นความเชื่อของการหมุนวนเวียนในภพชาติต่างๆ ของสัตว์โลก เช่นในภพนี้เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ถ้าคนๆ นั้นมีบาปหนา ทำบาปไว้มาก เมื่อเขาตายอาจไปเกิดใหม่เป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือคนที่ทำความดีไว้มากๆ ในภพนี้ อาจได้เกิดใหม่เป็นเทวดาในชาติหน้า กิเลส ตัณหา กรรม ความอยากได้ อยากเป็น อยากเสพ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวกำหนดให้ต้องตายและเกิดหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ การที่มนุษย์จะหลุดพ้นจากวัฎจักรนี้ได้ ต้องอาศัยการทำความดี ละเว้นความชั่ว ละทิ้ง ละวางกิเลสตัณหา ความอยากได้ อยากเป็นทั้งหมด และศึกษาจนมีความรู้ถ่องแท้เห็นจริงของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของคนๆ นั้น เช่น เด็กน้อยที่มีแขนกุดทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิด พวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็จะพูดกันว่า เมื่อชาติที่แล้วเด็กคนนี้ต้องเคยเอามือไปทำร้ายฆ่าสัตว์มาแน่นอน ทำให้เกิดมาชาตินี้ต้องชดใช้กรรมต่อสิ่งที่เขาทำไปเมื่อชาติที่แล้ว
ถ้าเป็นอย่างนี้ จะมีสักกี่คนที่จะหลุดพ้นจากเวรกรรมแบบนี้ ในโรม 3:10 กล่าวว่า “ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย” ใช่แล้ว! ไม่มีใครที่จะสามารถเป็นคนดีสมบูรณ์แบบได้เลย มนุษย์ยิ่งพยายามเท่าไร ก็จะยิ่งรู้ว่าเราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้หลุดพ้นจากความโลภ โกรธ หลง หรือความบาป นี่เองเป็นสาเหตุที่พระเจ้าส่งพระเยซูลงมาในโลกนี้ ใครก็ตามที่เชื่อและวางใจในพระเยซูก็จะไม่พินาศไป แต่จะได้ “เกิดใหม่” และมีชีวิตนิรันดร์
เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ยอห์น 3:1-21)
พระเยซูเริ่มเดินทางสั่งสอนคนเป็นจำนวนมาก มีประ ชาชนเป็นอันมากได้เชื่อและวางใจในพระเยซู เพราะพวกเขาได้เห็นพระเยซูทำการอัศจรรย์หมายสำคัญ แต่ก็มีผู้นำศาสนาชาวยิวคือพวกธรรมาจารย์ พวกฟาริสีที่เริ่มไม่พอใจที่เห็นพระเยซูสั่งสอนเทศนา รักษาคนเจ็บป่วยในพระนามของพระเจ้า สาวกของพระองค์ก็ไม่ใช่ชนชั้นสูงมีการ ศึกษาหรือมีหน้ามีตาในสังคม แต่กลับเป็นชาวประมงอย่าง เปโตร ยอห์นและยากอบ คนเก็บภาษีอย่างมัทธิว และที่สำคัญพวกเขาเห็นว่ามีคนจำนวนมากทั้งผู้ชายและผู้หญิงติดตามพระองค์ไป พวกเขาร้อนใจและพยายามจับผิดคิดว่า พระเยซูเป็นใครกัน? ทำไมบังอาจบอกว่าเป็นบุตรของพระเจ้าองค์เที่ยงแท้? ไม่ว่าพระเยซูจะเดินทางไปที่ไหนทำ อะไรในฝูงชนจะมีพวกฟารีสีแทรกเข้าไปอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยอยู่เสมอ พวกเขาจะคอยฟัง คอยดูว่าพวกเขาจะหาเรื่องที่จะจับผิดพระเยซูได้อย่างไร?
รูปภาพที่ 1แต่ในหมู่พวกฟาริสี มีชายคนหนึ่งชื่อนิโคเดมัส เขาเป็นขุนนางของพวกยิว มีฐานะและตำแหน่งเป็นผู้นำของชาวยิว คนนี้แอบมาหาพระเยซูตอนกลางคืน
ท่ามกลางความมืด ผู้คนต่างเข้าไปในบ้านของตนเพื่อหลับนอน ไม่มีประชาชนบนท้องถนน นิโคเดมัสเดินฝ่าความเงียบไปตามถนนดิน แล้วมาหยุดอยู่หน้าบ้านที่พระเยซูพักอยู่ “ก๊อก..ก๊อก..” เสียงเคาะประตูเบาๆ ประตูเปิดออกเหมือนรู้ว่าใครจะมาเยือนในค่ำคืนแบบนี้
ถึงแม้นิโคเดมัสจะเป็นฟาริสี และอยู่ในกลุ่มผู้นำของชาวยิวที่ต่อต้านพระเยซู แต่นิโคเดมัสไม่ได้คิดเหมือนอย่าง ฟาริสีคนอื่นๆ เขาไม่ได้อยากจับผิดพระองค์ แต่เขามีความสงสัยและประหลาดใจในสิ่งที่พระเยซูกระทำต่อหน้าฝูงชน ทำให้เขาถึงต้องแอบมาหาพระเยซูในเวลากลางคืนที่ไม่มีใครเห็น เขามาเพื่อจะรู้ให้ได้ว่าพระเยซูคือใครกันแน่?
รูปภาพที่ 2 เขาจึงเริ่มพูดกับพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ เรารู้ว่าท่านเป็นครูที่มาจากพระเจ้า และเพราะไม่มีใครสามารถทำหมายสำคัญการอัศจรรย์ที่ท่านทำนั้นได้ นอก จากพระเจ้าจะสถิตอยู่กับคนๆ นั้น” พระเยซูเอ่ยตอบเขาว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าคนใดไม่ได้บังเกิดใหม่ คนนั้นก็ไม่สามารถเห็นแผ่นดินของพระเจ้าได้” นิโคเดมัสเกิดความฉงนสงสัยจึงถามพระองค์ไปว่า “คนชราจะเกิดใหม่ได้อย่างไร? จะเข้าไปในท้องของแม่ครั้งที่สองแล้วเกิดใหม่ได้หรือ?”
รูปภาพที่ 3 พระเยซูจึงตอบว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า ถ้าใครไม่ได้เกิดจากน้ำและพระวิญญาณ คนนั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ (หมายความว่าคนเราจะต้องเกิดสองครั้ง ครั้งแรกคือเด็กทารกถือกำเนิดในถุงน้ำคร่ำในท้องแม่ และการเกิดครั้งที่สองคือการบังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ) ที่เกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และที่เกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านว่าพวกท่านต้องเกิดใหม่” นิโคเดมัสถามพระองค์ว่า “เหตุการณ์อย่างนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?” พระเยซูตอบเขาว่า “ท่านเป็นถึงอาจารย์ของชาวยิว ท่านไม่เข้าใจสิ่งเหล่า นี้เลยหรือ? เมื่อเราพูดสิ่งที่มาจากพระเจ้า พวกท่านเองปฏิเสธไม่ยอมรับสิ่งที่เราพูด ไม่เคยมีใครขึ้นไปบนสวรรค์นอกจากคนที่ลงมาจากที่นั่นคือบุตรมนุษย์ (คือพระเยซู บุตรพระเจ้าที่ลงมาเกิดในโลกนี้ และถือสภาพเป็นมนุษย์)
พวกท่านเคยได้ยินเรื่องของโมเสสผู้ที่ยกงูทองสัมฤทธิ์ขึ้นบนเสาในถิ่นทุรกันดาร ในสมัยนั้นประชาชนอิสราเอลบ่นต่อว่าพระเจ้าไม่หยุดหย่อน พระเจ้าจึงส่งงูมากัดพวกเขา ประชาชนจึงสำนึกผิดที่พวกเขาบ่นต่อว่าพระเจ้า และขอร้องให้โมเสสช่วยวิงวอนขอความเมตตาจากพระเจ้าที่จะช่วยพวกเขาให้รอดด้วย พระเจ้าจึงสั่งโมเสสให้หลอมงูตัวหนึ่งขึ้นมาจากทองสัมฤทธิ์ แล้วให้เอาไปแขวนไว้บนเสา เพื่อใครก็ตามที่ถูกงูกัด แต่หันหน้ามองดูที่งูทองสัมฤทธิ์นั้นจะรอดชีวิต เหตุการณ์ในครั้งนั้นเล็งถึงแผนการไถ่ของพระเจ้าคือบุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้น เพื่อทุกคนที่เชื่อและวาง ใจในพระบุตรนั้น จะได้รับการช่วยให้รอดพ้นจากความตายและมีชีวิตนิรันดร์
พระเจ้าทรงรักโลกนี้ รักมนุษย์ทุกคนที่อยู่ในโลกนี้ รวมทั้งหนูด้วย ดังนั้นพระเจ้าจึงส่งพระเยซูบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาจากสวรรค์ ยอมสละชีวิตของพระองค์เอง พระเยซูจะถูกยกขึ้นตรึงบนไม้กางเขน ยอมตายเพื่อทุกคนที่เชื่อและวางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร์ พระเยซูไม่ได้มาในโลกนี้ เพื่อพิพากษาลงโทษมนุษย์ แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอด ส่วนคนใดที่ไม่เชื่อวางใจในพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าก็ต้องถูกพิพากษา
ในคืนวันนั้น นิโคเดมัสเข้ามาหาพระเยซูด้วยความสง สัยคับข้องใจ ต้องการหาคำตอบว่า พระเยซูผู้นี้เป็นใครกันแน่? พระองค์เป็นบุตรพระเจ้าที่จะมาช่วยโลกให้รอดจริงหรือ? และในคืนนั้นเอง เขาได้เรียนรู้ว่า พระเยซูเป็นทางเดียวที่จะนำเขาไปถึงพระเจ้าพระบิดา เพราะพระเยซูเป็นผู้ที่พระเจ้าได้เจิมตั้งไว้ที่จะมาเป็นพระผู้ช่วยโลกให้รอดที่แท้จริง
แผนการแห่งความรอด
พระเจ้ารักมนุษย์ทุกคนรวมทั้งตัวครูและหนูด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนูถูกแยกออกจากพระเจ้า คือการต่อต้านพระเจ้า ทำสิ่งไม่ดี พูดไม่ดี คิดไม่ดี และนั่นคือความบาป มนุษย์พยายามหาหลากหลายหนทางเพื่อลบล้างความบาปของตัวเอง เพื่อจะทำให้พระเจ้าพอใจ แม้แต่พวกฟาริสีก็ยังคิดว่าพวกเขาต้องรักษากฏบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด เพื่อจะไม่ทำบาปและพระเจ้าจะพอใจพวกเขา นิโคเดมัสได้เข้าใจแล้วว่า ไม่ว่าฐานะ ตำแหน่งหน้าที่ การพยายามทำความดี การรักษาธรรมบัญญัติอย่างเคร่งครัดตามศาสนาของเขาก็ไม่สามารถทำให้เขาบังเกิดใหม่ หรือมีชีวิตใหม่ได้ มนุษย์ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ให้หลุดพ้นจากบาปกรรมได้ สำหรับเด็กที่ยังไม่เคยต้อนรับพระเยซู - หากหนูต้องการติดตามพระเยซู หนูรู้ว่าหนูไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้พ้นจากความบาปได้ หนูอยากบังเกิดใหม่ มีชีวิตใหม่ หนูต้องเชื่อและวางใจในพระเยซู หนูจะได้รับชีวิตนิรันดร์ (แนะนำให้คุณครูทบทวนวิธีการนำเด็กให้ต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ในหน้า 5 และเปิดโอกาสให้เด็กต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด)
พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เชื่อพระเจ้าแล้ว - หนูรู้แล้วใช่ไหมว่า การพยายามทำความดีไม่สามารถช่วยใครให้บังเกิดใหม่ได้ แต่ชีวิตนิรันดร์ที่หนูได้รับนั้นมาจากพระคุณ ความรักของพระเจ้าที่มีต่อหนู พระเยซูเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับหนู เมื่อนิโคเดมัสซึ่งเป็นคนฟาริสี เป็นพวกที่ต่อต้านคอยจับผิดพระเยซูมาหาพระองค์ คนปกติอาจไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับเขา เพราะอาจคิดว่าเขาเป็นศัตรู อาจคิดที่จะตอบโต้หรือผลักไส้เขาไปให้ไกลตัว แต่พระเยซูกลับต้อนรับเขา พูดคุยสนทนา และนำข่าวดีเรื่องการบังเกิดใหม่ให้แก่นิโคเดมัส หนูสามารถเลียนแบบพระองค์ โดยการเป็นเพื่อนที่โอบอ้อมอารี เป็นคนที่พร้อมจะตอบคำถามหากมีใครสงสัยและอยากรู้เรื่องของพระเจ้า หนูพร้อมที่จะนำข่าวดีไปให้กับเพื่อนของหนู
รูปภาพประกอบ
ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา
คำถามอภิปราย
(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)
- เมื่อพวกฟาริสีและผู้นำศาสนายิวเห็นพระเยซูสั่งสอนประชาชน ทำการอัศจรรย์รักษาคนเจ็บป่วย และมีคนจำนวนมากติดตามพระองค์ พวกเขารู้สึกและวางแผนคิดจะทำอะไร?
- นิโคเดมัสเป็นใคร? ทำไมเขาต้องแอบมาหาพระเยซูในเวลากลางคืน?
- ถ้าหนูเป็นพระเยซูในคืนวันนั้น รู้ว่านิโคเดมัสเป็นพวกฟาริสี หนูจะเปิดประตูต้อนรับเขาเหมือนที่พระเยซูต้อนรับให้เขาเข้ามาสนทนาพูดคุยด้วยไหม? อย่างไร?
- หนูเชื่อเรื่องการเวียนว่าย ตาย เกิด ไหม? มันเหมือนหรือต่างกับ “การบังเกิดใหม่” อย่างไร?
- งูทองสัมฤทธิ์ที่โมเสสแขวนไว้บนเสา เพื่อช่วยให้คนอิสราเอลที่เงยหน้ามองดูงูนั้น พวกเขาจะไม่ต้องตายจากการถูกงูกัดแต่จะรอดชีวิต พระเยซูเปรียบเทียบเรื่องนี้กับเหตุการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์
- หนูต้องทำอย่างไรถึงจะบังเกิดใหม่ ได้รับชีวิตนิรันดร์?
- หนูคิดว่า การบังเกิดใหม่ต้องอาศัยความเชื่อของหนูในพระเยซูคริสต์ หรือ ต้องอาศัยการทำคุณงามความดีของหนู?
กิจกรรม
สายตาแบบพระเจ้า “God’s Eye”

กิจกรรมพันไหมพรมให้เกิดลายทรงสี่เหลี่ยมตาเพชร หรือในภาษาอังกฤษเราเรียกกันว่า God’s Eye หรือ ตาของพระเจ้า จะทบทวนบทเรียนให้เด็กๆ เห็นว่าผู้ที่จะบังเกิดใหม่ เข้าใจเรื่องความจริงของพระเจ้านั้น ต้องมีสายตาฝ่ายวิญญาณหรือสายตาที่มองแบบพระเจ้า ผู้คนมากมายฟังเรื่องของพระเจ้าแล้วยังไงก็ไม่เข้าใจเพราะเขาไม่มีสายตาแบบพระเจ้านั่นเอง กิจกรรมนี้ดูเหมือนจะยาก แต่ที่จริงถ้าคุณครูช่วยเด็กเริ่มต้นให้เห็นรูปแบบหรือแพทเทิร์นการพันไหมพรมแล้ว เด็กสามารถทำได้เอง กิจกรรมนี้ช่วยฝึกสมาธิ และการทำงานประสานระหว่างตาและกล้ามเนื้อมือได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ต้องเตรียม - ไหมพรมเส้นใหญ่
- กิ่งไม้สำหรับเด็ก คนละ 2 กิ่ง (กิ่งยาว 15 ซม. และกิ่งสั้น 10 ซม.)
- กาว และ กรรไกร
วิธีทำ
- แจกกิ่งไม้ให้เด็กแต่ละคน คนละ 2 กิ่ง กิ่งยาวและกิ่งสั้น
- วางกิ่งไม้ให้เป็นรูปไม้กางเขน อาจทากาวตรงจุดที่ไม้สองท่อนทาบกัน เพื่อความง่ายในการจับสำหรับเด็ก
- เลือกไหมพรมสีตามชอบ จะเริ่มการพันไม้จากการพันทะแยงไปมา 3-4 รอบเพื่อให้ไม้ทั้งสองท่อนอยู่ตัวเป็นรูปไม้กางเขน
- หลังจากนั้นจะเริ่มพันไหมพรมตามแบบดังนี้

- เด็กสามารถเปลี่ยนสีไหมพรมโดยมัดไหมพรมสีใหม่ต่อกับเส้นเก่า เพื่อเพิ่มลวดลายให้เป็นวงหลายวงซ้อนกันให้สมชื่อของ “ตาของพระเจ้า”
- สามารถดูวิธีทำอย่างละเอียดได้ที่ https://tinkerlab.com/how-to-make-a-gods-eye-craft/
กิจกรรม
“ยิ่งใกล้ ยิ่งรู้จัก” (กิจกรรมสร้างสรรค์)
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ถ่ายเอกสารใบงานสำหรับเด็กแต่ละคน
วิธีทำ
- เมื่อเด็กแต่ละคนได้รับใบงานแล้ว ให้เขาเลือกเพื่อนหนึ่งคนที่อยู่ในชั้นเรียนไว้ในใจ คุณครูอาจหนุนใจให้เด็กเลือกเพื่อนที่เขาไม่ค่อยสนิท หรืออยากจะรู้จักเพื่อนคนนั้นเพิ่มเติม
- โดยไม่พูดคุยกับเพื่อนคนที่เด็กมีไว้ในใจ ให้เด็กลองตอบคำถามในใบงานเกี่ยวกับเพื่อนคนนั้นในช่องที่เขียนว่า “ลองเดาดูสิ!
- เมื่อเด็กทุกคนตอบคำถามส่วนแรกเสร็จแล้ว ให้เด็กแต่ละคนเดินไปหาเพื่อนที่เขาเลือกไว้ในใจ และใช้คำถามชุดเดิม แต่คราวนี้เขาไม่ต้องลองเดาคำตอบเอง แต่จะได้รับคำตอบจริงจากเพื่อนที่เขาเลือกไว้ในใจ
- ใช้เวลาอภิปรายกับเด็ก - ให้เด็กสังเกตุเปรียบเทียบดูคำตอบจากตารางทั้งสองข้าง ดูว่าเด็กรู้จักเพื่อนของเขามากขึ้นไหมเมื่อได้มีโอกาสพูดคุย ชี้ให้เด็กเห็นว่า ความจริงจากบทเรียน นิโคเดมัสเป็นผู้นำของชาวยิว เขาอาจจะคิดว่าเขารู้จักพระเจ้ามากกว่าคนอื่น แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นเพียงความคิดของเขาเท่านั้น การที่หนูจะรู้จักพระเจ้า หนูก็ต้องมีเวลาพูดคุยสนทนา หรืออธิษฐานกับพระเจ้า เหมือนกับที่นิโคเดมัสรู้จักพระเจ้ามากขึ้นหลังจากที่เขาได้นั่งพูดคุยกับพระเยซู และเหมือนกับที่หนูได้รู้จักเพื่อนของหนูมากขึ้น เมื่อหนูได้พูดคุยกับเพื่อนของหนู
