T I P S สำหรับคุณครู
มัทธิว 14:14, 16 เมื่อพระเยซูมองดูประชาชน พระองค์สงสารเขาทั้งหลาย จึงรักษาคนป่วยของพวกเขาให้หาย หลังจากนั้นพระเยซูพูดกับสาวกว่า “พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปจากที่นี่ จงเลี้ยงดูพวกเขาเถิด” หัวใจรักเมตตาอย่างพระเยซู เป็นสิ่งที่คุณครูควรเลียนแบบเมื่อมองดูเด็กๆ ในชั้นเรียนของคุณครูเอง การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคุณครูจะเป็นบทเรียนสำคัญของเด็กๆ ตัวอย่างชีวิตของคุณครูสามารถขยายผลไปถึงการหนุนใจเด็กให้พวกเขามีส่วนในการให้ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง สิ่งของ หรือเวลาของพวกเขา ถวายให้กับคริสตจักร ผู้รับใช้ และมิชชันนารี แบ่งปันกับเพื่อนในชั้นเรียน หรือมีส่วนแบ่งปันให้กับผู้ที่ประสบภัย กลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือ
เกม “ต่อหางเก็บของ”
สิ่งที่ต้องเตรียม:
- กระดาษ A4
- รูปขนมปังแผ่นละ 1 ก้อน จำนวน 5 แผ่น
- รูปปลาแผ่นละ 1 ตัว จำนวน 2 แผ่น
- นาฬิกาจับเวลา
วิธีเล่น:
- แบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม ทีมละเท่าๆ กัน เล่นทีละทีม
- วางรูปปลาทั้ง 2 ตัวและรูปขนมปังทั้ง 5 ก้อน ลงบนพื้นห่างๆ กัน
- ให้ทีมที่จะเล่นยืนต่อแถวเรียงหนึ่ง คุณครูแจกกระดาษ A4 ให้คนที่อยู่หัวแถวตามจำนวนคนในทีม และบวกเพิ่มอีก 1 แผ่น
- เมื่อคุณครูสั่งเริ่ม ให้เด็กคนที่อยู่หัวแถววางกระดาษทีละแผ่นลงบนพื้นไปในทิศทางที่จะสามารถเก็บปลาและขนมปัง ก้าวทีละก้าวตามแผ่นกระดาษที่วางไว้ เพื่อนข้างหลังค่อยๆ เดินตามมา
- เด็กที่อยู่ท้ายแถวต้องเป็นคนเก็บกระดาษที่อยู่ด้านหลังของตน และส่งไปให้คนที่อยู่หัวแถว เพื่อวางและเดินต่อไป โดยเด็กจะต้องเดินลงบนกระดาษ A4 เท่านั้น ห้ามเดินออกนอกกระดาษหรือเลยกระดาษเด็ดขาด
- เด็กในแต่ละทีมต้องช่วยกันเก็บรูปปลาและรูปขนมปังให้ได้ทั้งหมด
- ทีมไหนเก็บปลาและขนมปังได้เร็วที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ
บทนำเรื่อง “อดข้าว อดน้ำ”
หนูเคยอดข้าวไหม? หนึ่งมื้อ สองมื้อ หนูคิดว่าคนเราสามารถอดข้าว อดอาหารได้นานที่สุดกี่วัน? ในปีค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) เคยมีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งชื่อ แองกัส บาร์เบียรี่ เคยอดอาหารได้นานถึง 392 วัน หรือกว่า 1 ปี 27 วัน เขามีชีวิตอยู่ด้วยน้ำ น้ำอัดลม และวิตามิน แต่ไม่แตะอาหาร ขนมปัง ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์เลย จากคนที่มีน้ำหนักตัวถึง 207 กก. เขาสามารถทำสถิติลดน้ำหนักตัวได้ถึง 122 กก. ภายใต้การควบคุมของแพทย์
น่าอัศจรรย์จริงๆ ที่เขาสามารถอดอาหารได้นานเป็นปี หลายคนที่ได้ยินเรื่องนี้คงคิดในใจว่า อดกินข้าวแค่มื้อเดียว ท้องคงร้องไม่หยุดแล้ว ชีวิตนี้ขาดข้าวไม่ได้แน่ๆ ถ้าเป็นฝรั่งชาวตะวันตกคงคิดเหมือนกันว่า ชีวิตนี้คงขาดขนมปังไม่ได้แน่ๆ เพราะอาหารหลักของพวกเขาเป็นขนมปัง แล้วหนูรู้ไหมว่า อาหารหลักของชาวอิสราเอลคืออะไร? คนอิสราเอลไม่ได้กินข้าวเป็นอาหารหลักเหมือนคนไทย หรือที่บ้านของเรา พวกเขากินขนมปังเป็นอาหารหลัก แต่ขนมปังของเขาหน้าตารูปลักษณ์ไม่เหมือนกับขนมปังที่ชาวตะวันตกกินกัน ขนมปังที่ฝรั่งกินกันจะเป็นก้อนกลมหรือเป็นแถวยาวและมีเนื้อฟู ซึ่งหนูอาจเคยได้ลองชิมจากร้านเบเกอรี่ทั่วไป ส่วนขนมปังที่ชาวอิสราเอลกินมีลักษณะเป็นแผ่นแป้งกลมแบนสีขาว อาจใส่หรือไม่ใส่ยีสต์ก็ได้ คนอิสราเอลมักฉีกขนมปังกินกับถั่วบดผสมเครื่องเทศและน้ำมัน
เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มาระโก 6:30-44, ยอห์น 6:1-15)
พระเยซูเดินทางไปทั่วแคว้นกาลิลีเพื่อประกาศเรื่องอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูสำแดงความรักเมตตาต่อผู้คนที่มาหาพระองค์โดยการรักษาคนเจ็บป่วย ไม่ว่าพระ องค์จะไปที่ไหน ก็จะมีผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาห้อมล้อมติดตามพระองค์ไป
ครั้งหนึ่งพระเยซูได้ยินข่าวเรื่องยอห์นผู้ให้บัพติศมาถูกประหารชีวิตโดยกษัตริย์เฮโรด พระเยซูจึงสั่งพวกสาวกว่า “มาเถิด จงปลีกตัวออกมาหาที่สงบเพื่อหยุดพักสักหน่อยหนึ่ง” เพราะในเวลานั้นมีคนมาหาพระเยซูมากมายจนไม่มีเวลาแม้แต่จะรับประทานอาหาร พระองค์จึงปลีกตัวลงเรือกับสาวกไปยังที่สงบเพื่อจะอยู่กันตามลำพัง แต่ขณะเดียว กันมีคนเห็นพระองค์กำลังเดินทางและจำพระองค์ได้ ข่าวได้แพร่ออกไปว่าพระองค์กำลังจะข้ามไปอีกฟากหนึ่ง ฝูงชนจำนวนมากต่างก็พากันออกจากเมือง วิ่งไปถึงที่หมายล่วงหน้าก่อนที่พระเยซูและสาวกจะไปถึงฝั่ง
รูปภาพที่ 1 เมื่อพระเยซูก้าวเท้าออกจากเรือแล้วเห็นฝูงชนมากมาย พระองค์ก็เต็มไปด้วยความเมตตาสงสาร จึงต้อนรับพวกเขาเพราะพวกเขากำลังแสวงหาพระเจ้า และเป็นเหมือนฝูงแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง พระองค์จึงเริ่มสั่งสอนประ ชาชนทั้งหลาย คนที่ต้องการหายโรค พระองค์ก็รักษาพวกเขา
เมื่อถึงเวลาเย็นแล้ว บรรดาสาวกมาหาพระเยซูพูดว่า “พระอาจารย์ ที่นี่เป็นที่กันดารและเปลี่ยวมาก และตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ขอพระองค์ช่วยบอกให้ประชาชนกลับไปเถิด พวกเขาจะได้ไปหาซื้ออาหารและหาที่พักตามหมู่บ้านและตามชนบทแถบนี้” พระองค์นั่งอยู่บนเนินเขา เงยหน้ามองดูประชาชนกลุ่มใหญ่แล้วจึงพูดกับสาวกว่า “พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปจากที่นี่ พวกท่านจงเลี้ยงพวกเขาเถิด” พระเยซูหันไปถามเพื่อทดสอบฟีลิปสาวกของพระองค์ว่า “เราจะไปซื้ออาหารที่ไหนมาให้คนเหล่านี้กินกันดี?” ฟีลิป ตอบว่า “เงินค่าแรง 200 เดนาริอัน (1 เหรียญเดนาริอันเท่ากับค่าจ้างแรงงาน 1 วัน) ยังไม่แน่ว่าจะพอซื้ออาหารเลี้ยงคนทั้งหมดนี้ให้กินคนละคำหนึ่งเลย” พระเยซูจึงสั่งพวกสาวกว่า “ไปดูสิว่าพวกท่านมีขนมปังกันอยู่กี่ก้อน?”
รูปภาพที่ 2 ในเวลานั้นเอง สาวกอีกคนของพระเยซูชื่อว่า อันดรูว์ น้องชายของเปโตรพูดขึ้นว่า “เด็กคนหนึ่งที่นี่มีขนมปังข้าวบาร์เลย์ห้าก้อนกับปลาเล็กๆ สองตัว แต่ไม่น่า จะพออะไรกับคนมากมายขนาดนี้?” และพระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เอาอาหารนั้นมาให้เราเถิด”
แล้วพระองค์จึงสั่งให้พวกสาวกจัดประชาชนนั่งรวมกันเป็นกลุ่มบนลานหญ้า พวกเขาจึงนั่งกันเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 100 คนบ้าง 50 คนบ้าง มีพวกผู้ชายนับได้ราว 5,000 คนยังไม่รวมผู้หญิงและเด็กๆ
รูปภาพที่ 3 เมื่อพระเยซูรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นแล้ว ก็แหงนหน้าขึ้นมองดูท้องฟ้าและขอบคุณพระเจ้า แล้วหักขนมปังส่งให้พวกสาวกเอาไปแจกให้คนทั้งหลายได้กินกันมากเท่าที่พวกเขาต้องการ ส่วนปลาสองตัวนั้นพระองค์ก็แบ่งให้โดยทั่วกัน ในวันนั้นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนได้กินกันจนอิ่ม
รูปภาพที่ 4 เมื่อทุกคนได้กินกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระองค์สั่งเหล่าสาวกว่า “พวกท่านจงไปเก็บรวบรวมเศษที่เหลือเถิด อย่าให้เสียของเลย” พวกเขาจึงเริ่มออกไปรวบ รวมเก็บเศษอาหารที่เหลือจากขนมปังข้าวบาร์เลย์ห้าก้อนได้ถึง 12 กระบุงเต็ม
หลังจากประชาชนได้เห็นหมายสำคัญการอัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทำ ก็เริ่มพูดกันว่า “นี่คือผู้เผยพระวจนะคนนั้นที่จะเข้ามาในโลกแน่นอน”
แผนการแห่งความรอด
พวกประชาชนพูดถูกแล้ว! พระเยซูคือผู้เผยพระวจนะคนนั้นที่พระเจ้าสัญญาที่จะประทานให้ตั้งแต่สมัยของโมเสส (ฉธบ 18:15-19) ผู้เผยพระวจนะคนนี้จะเป็นคนที่มาจากพระเจ้าโดยตรง และเขาจะพูดทุกสิ่งที่พระเจ้าบัญชาให้เขาพูด ดังนั้นชาวยิวได้เฝ้าคอยผู้เผยพระวจนะคนนั้นมาเป็นเวลานาน และในวันนี้ เราได้รู้แล้วว่า พระเยซูเป็นผู้เผยพระวจนะคนนั้น สิ่งที่พระองค์พูดถึงเรื่องอาณาจักรของพระเจ้าเป็นความจริง พระองค์ไม่เพียงแต่ทำให้ประชาชนกินอาหารอิ่มท้องเท่านั้น แต่ยังพูดต่อไปด้วยว่า พระบิดาประทานอาหารแท้ที่มาจากสวรรค์ให้กับพวกท่าน และอาหารแท้นั้นคือ “พระเยซู” พระองค์เองที่ลงมาจากสวรรค์และประทานชีวิตให้กับโลก (ยอห์น 6:32-33) พระเยซูเป็นอาหารแห่งชีวิต ทุกคนที่รับอาหารนี้คือเชื่อวางใจในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร์
สำหรับเด็กที่ไม่เป็นคริสเตียน หากหนูต้องการได้รับชีวิตนิรันดร์ หนูจะต้องยอมรับพระเยซูให้เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ของหนู และวางใจในพระเยซูผู้มีฤทธิ์อำนาจช่วยหนูรอดพ้นจากความตาย และมีชีวิตนิรันดร์ คือชีวิตที่จะได้อยู่กับพระเจ้าตลอดไป
พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน หนูเคยเป็นเหมือนสาวกของพระเยซูไหม? พวกเขามองดูปัญหาและพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยการมองดูเพียงแค่สิ่งที่ตาเขามองเห็น ข้อจำกัดต่างๆ รอบตัวเขา มันเป็นเวลาเย็นมากแล้ว เป็นที่เปลี่ยวไม่มีอาหาร เงินที่เขามีก็ไม่มากพอ ขนมปังและปลาก็มีน้อยเกินไป พวกเขาคิดแต่ว่า ไม่ได้ และไม่พอ พวกเขาไม่ได้เพ่งดูที่ฤทธิ์อำนาจของพระเยซู ลืมไปว่าพระเยซูคือใครและทำอะไรได้บ้าง แต่ครูอยากให้หนูเป็นเหมือนเด็กที่มอบขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัวให้กับพระเยซู เขายินดีมอบทั้งหมดที่เขามีให้กับพระองค์ และพระเจ้าทรงอวยพรสิ่งเหล่านั้น เพียงแค่การยอมเปิดมือของหนูออกให้กับพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถ เวลา หรือเงินของหนู พระเจ้าสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินความคาดหมายของหนูได้จากสิ่งเล็กน้อยและธรรมดาแน่นอน
รูปภาพประกอบ
ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา
คำถามอภิปราย
(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)
- สาวกมาขอให้พระเยซูบอกให้ประชาชนกลับบ้าน เพราะสาเหตุใด?
- เมื่อพระเยซูบอกให้สาวกเลี้ยงอาหารแก่ฝูงชน สาวกตอบพระเยซูว่าอย่างไร? ถ้าหนูเป็นสาวกหนูจะตอบพระเยซูว่าอะไร?
- ในวันนั้นพระคัมภีร์บันทึกว่าพระเยซูเลี้ยงอาหารแก่ประชาชนกี่คน?
- ขนมปังห้าก้อนและปลาสองตัวเป็นของใคร? และหนูคิดว่าทำไมเขาถึงยกอาหารของเขาให้กับพระเยซู?
- เศษอาหารที่เหลือ พวกเขาเก็บได้กี่กระบุง?
- หากหนูอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เห็นอาหารถูกแจกจ่ายแก่คนมากมายจากมือของพระเยซู หนูจะรู้สึกอย่างไร? หนูคิดว่ามีอะไรที่พระเยซูทำไม่ได้ไหม?
- หนูได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนในวันนี้บ้าง?
กิจกรรม
กล่องปันน้ำใจ
สิ่งที่ต้องเตรียม
- แบบกล่องถ่ายเอกสาร
- ปากกา
- สีสำหรับระบาย
- กาว
- กรรไกร
วิธีทำ
- แจกแบบกล่องปันน้ำใจให้เด็กแต่ละคน (คุณครูควรถ่ายเอกสารลงบนกระดาษแข็งสำหรับทำปกหนังสือ)
- ให้เด็กตัดแบบของกล่องตามรอยเส้นอย่างระมัดระวัง
- ระบายสีรูปขนมปังและปลาบนกล่อง ตกแต่งให้มีสีสันสวยงาม
- หลังจากนั้นพับตามรอยเส้นปะทั้งเส้นตรง และเส้นโค้ง
- ทากาวในแถบที่กำหนดไว้ พับกระดาษเพื่อแปะบนส่วนที่ทากาว พับกระดาษส่วนโค้งหัวท้ายซ้อนทับกัน ก็จะได้กล่องทรงหมอนสำหรับใส่ขนมลูกอมขนาดกะทัดรัด
- คุณครูแจกลูกอม หรือขนมชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เด็กบรรจุใส่กล่อง
- แนะนำให้เด็กนำกล่องใส่ขนมกลับบ้าน และนำไปให้กับเพื่อนหนึ่งคนที่เด็กอยากแบ่งปันขนมนี้กับเขาเพื่อแสดงความรักและอธิษฐานเผื่อเขา (คุณครูอาจแจกขนมเพิ่มเติมให้เด็กๆ ได้แบ่งปันกันในชั้นเรียนเองด้วย)
กิจกรรม
สมุดภาพเล่มเล็ก
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ถ่ายเอกสารภาพเรื่องเล่าพระเยซูเลี้ยงชาย 5,000 คน
- สีสำหรับระบาย
- กาว
วิธีทำ
- แจกภาพเรื่องเล่าที่คุณครูถ่ายเอกสารให้เด็กแต่ละคน
- ให้เด็กระบายสีเรื่องเล่าแต่ละภาพให้สวยงาม
- พับครึ่งของหน้ากระดาษตามความยาวของกระดาษ (แนวตั้งของกระดาษ)
- ทากาวเพื่อแปะกระดาษทั้งสองด้านให้ติดกัน ก็จะได้กระดาษเป็นแนวยาวที่มีรูปเรื่องเล่าอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
- หลังจากนั้น พับครึ่งกระดาษอีกหนึ่งพับ ให้รูปของเรื่องเล่าที่ควรจะเป็นรูปที่ 1 อยู่ด้านหน้าสุด (รูปพระเยซูนั่งสั่งสอนอยู่ท่ามกลางประชาชน)
- เด็กๆ ก็จะได้หนังสือเรื่องเล่าเล่มเล็กที่มีสีสันสวยงาม
- ให้คุณครูใช้หนังสือเล่มเล็ก เล่าเรื่องพระเยซูเลี้ยงชาย 5,000 คนให้เด็กๆ ฟังอีกหนึ่งรอบโดยเปิดรูปภาพในหนังสือเล่มเล็กให้สอดคล้องกับเรื่องที่เล่า
- เปิดโอกาสให้เด็กจับคู่เพื่อน และลองเล่าเรื่องจากหนังสือเล่มเล็กของเด็กๆ
