บทเรียน : พระเยซูรักษาชายง่อย

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า มีฤทธิ์อำนาจในการรักษาโรคและมีอำนาจในการอภัยบาป
  • เข้าใจว่าพระเยซูให้ความสำคัญกับคนที่มีความเชื่อในพระองค์ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรือมีฐานะอย่างไร
  • ดำเนินชีวิตโดยความเชื่อและช่วยผู้อื่นให้มาถึงพระเยซู

T I P S สำหรับคุณครู

2 โครินธ์ 1:3-4 “พระบิดาผู้ทรงพระเมตตากรุณา พระเจ้าแห่งการหนุนใจทุกอย่าง พระองค์ผู้ทรงหนุนใจเราในความยากลำบากทั้งหมดของเรา เพื่อเราจะสามารถหนุนใจคนทั้งหลาย” ขอให้คุณครูพึงตระหนักว่าประสบการณ์ชีวิตของคุณครูนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันชีวิตของคุณครูสู่ชีวิตของเด็กๆ ในสังคมที่ปัญหาครอบครัวมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นทุกวัน พระเจ้าผู้เต็มไปด้วยความรักเมตตา ได้ช่วยคุณครูให้เผชิญความยากลำบาก หรืออุปสรรคปัญหาในชีวิตมาได้เช่นไร พระองค์เองก็สามารถใช้ประสบการณ์เหล่านั้นเพิ่มพูนให้คุณครูมีความเมตตา สงสาร และเข้าใจหัวใจของเด็กๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิตของพวกเขาเช่นกัน

เกม “ร่วมด้วยช่วยกัน”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ผ้าเช็ดตัว
  • ลูกโป่ง 8-10 ลูก
  • นาฬิกาเพื่อจับเวลา

วิธีเล่น

  • ให้คุณครูเป่าลูกโป่งทั้งหมดเตรียมไว้ คุณครูกำหนดจุดเริ่มต้นและเส้นชัยให้มีระยะห่างประมาณ 15-20 เมตร
  • แบ่งเด็กออกเป็นทีม ทีมละ 4 คน
  • ให้เด็กเล่นทีละทีม ทีมไหนเล่นก่อนคุณครูแจกผ้าเช็ดตัว พร้อมกับลูกโป่ง 8-10 ใบให้ทีมนั้น
  • ให้เด็กในทีมกางผ้าเช็ดตัวออก และช่วยกันเลี้ยงประคองลูกโป่งทั้งหมดบนผ้าเช็ดตัวไม่ให้หล่นลงพื้นจากจุดเริ่มต้นไปให้ถึงเส้นชัย
  • ทีมไหนสามารถเลี้ยงลูกโป่งจนถึงจุดหมายได้เร็วที่สุดและยังเหลือลูกโป่งมากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ

บทนำเรื่อง “ง่อยเปลี้ยเสียขา”

หนูเคยได้ยินสำนวนไทย “ง่อยเปลี้ยเสียขา” ไหม? หรือเวลาหนูได้ยินคำว่า “คนง่อย” มันหมายความว่าอย่างไรกัน? คำว่า “ง่อยเปลี้ยเสียขา” หมายถึง คนที่มีร่างกายพิการจนเดินไม่ได้อย่างปกติ ซึ่งอาจจะเป็นตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากอุบัติเหตุ หรือจากโรคร้ายต่างๆ
ปัจจุบันคนพิการที่เดินไม่ได้ ต้องใช้รถเข็นช่วยให้พวกเขาไปไหนมาไหนได้ เขาใช้ชีวิตกันยังไงในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร มานิตย์ อินทร์พิมพ์ พิการเป็นอัมพาตครึ่งท่อน เขาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิคนพิการเล่าว่า “ตอนผมอยู่ในช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ ตอนนั้นเงินเดือน 9,000 กว่าบาท ไม่มีเงินซื้อรถ ออกจากบ้านไปทำงานต้องนั่งแท็กซี่วันละ 300 บาทคูณ 30 วันก็ 9,000 บาท เงินเดือนผมไม่เหลืออะไรเลย” คนไทยส่วนใหญ่ยังมีภาพจำว่า คนพิการเป็นภาพที่ไม่สวยงาม เป็นคนที่ไม่มีความรู้ ไม่มีงานทำ เป็นคนพิการต้องมานั่งขอทานข้างถนน
แล้วหนูล่ะ คิดอย่างไรกับคนพิการ? หนูมีญาติพี่น้องหรือเพื่อนที่เป็นคนพิการไหม? วันนี้เราจะได้เรียนเรื่องของพระเยซู ตอนที่พระเยซูรักษาชายพิการเดินไม่ได้ พระองค์ไม่เคยมองข้ามความพิการ ความอ่อนแอ หรือความด้อยของคนในสังคมเลย แต่พระองค์เลือกแสดงความรักเมตตาต่อคนพิการ ต่อคนเจ็บป่วย พระองค์ไม่เคยเลี่ยง แต่พระองค์เลือก พระองค์ไม่เคยมองข้าม แต่พระองค์ต้อนรับพวกเขา แตะต้องและรักษาพวกเขา

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มาระโก 2:1-12)

พระเยซูเดินทางไปทั่วแคว้นกาลิลี เพื่อประกาศเรื่องอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูสำแดงความรักเมตตาต่อผู้คนที่เข้ามาหาพระองค์ ไม่ว่าพระองค์จะไปแห่งหนตำบลใด ก็มีฝูงชนมาห้อมล้อมติดตามพระองค์

 รูปภาพที่ 1 ครั้งหนึ่งพระเยซูได้เข้าไปยังเมืองคาเปอรนาอุม เมื่อประชาชนได้ยินว่าพระเยซูมาอยู่ที่บ้าน พวกเขาต่างพากันเดินทางเพื่อจะมาหาพระองค์ที่บ้านหลังนั้น โอ้โห! ดูสิประชาชนมากมายมาชุมนุมกันจนล้นออกไปถึงนอกประตู ขณะที่พระเยซูสั่งสอนพระคำของพระเจ้าให้ผู้คนฟังอยู่นั้น มีผู้ชายสี่คนช่วยกันหามชายง่อยคนหนึ่งมาหาพระเยซู แต่พอมาถึงบ้านหลังนั้นก็พบว่า มีผู้คนออกันอยู่ที่ประตูพวกเขาไม่สามารถเข้าไปถึงตัวพระเยซูได้เลย เพราะผู้คนแออัดยัดเยียดกันมากมายเหลือเกิน ชายทั้งสี่คนคิดกันว่า “ทำยังไงดีล่ะ! พวกเขาเดินมาตั้งไกลตั้งใจที่จะพบพระเยซูให้ได้”

รูปภาพที่ 2 พวกเขาจึงตัดสินใจช่วยกันหามชายง่อยแหวกฝูงชนขึ้นไปบนหลังคา พวกเขาจึงเริ่มรื้อหลังคาเหนือตรงที่พระเยซูนั่งอยู่ (ในสมัยนั้นบ้านของชาวยิว มักเป็นบ้านที่มีหลังคาราบแบน และจะถูกใช้เป็นดาดฟ้าเพื่อตากอาหารหรือพืชผลที่เก็บเกี่ยวมา หลังคาในสมัยนั้นประกอบด้วยคานไม้ ฟางหญ้าแห้งและดินเหนียวฉาบอยู่ด้านบนคล้ายวิธีทำบ้านดิน) แล้วชายทั้งสี่คนก็สามารถเจาะหลังคานั้นให้มีช่องโหว่พอที่จะหย่อนชายง่อยที่นอนอยู่บนแคร่ลงมาจากช่องนั้น

รูปภาพที่ 3 เมื่อพระเยซูเห็นความเชื่อของพวกเขาที่ไม่ลด ละความพยายามที่จะมาหาพระองค์ พระองค์จึงพูดกับชายง่อยว่า “ลูกเอ๋ย บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว” ในบ้านหลังนั้นมีพวกธรรมาจารย์นั่งอยู่ด้วย เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่พระเยซูพูด พวกเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดคิดในใจว่า “ทำไมชายคนนี้ถึงพูดอย่างนี้ นี่มันเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้า ใครจะอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าองค์เดียว” พระเยซูรู้ในทันทีว่าพวกเขาได้พูดคุยกันในหมู่พวกเขาอย่างนั้น พระเยซูจึงพูดขึ้นว่า “ทำไมพวกท่านถึงคิดอะไรเช่นนั้นในใจของพวกท่าน การที่พูดกับชายง่อยนี้ว่า ‘บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว’ กับการพูดว่า ‘จงลุกขึ้นยกแคร่เดินไปเถิด’ แบบไหนจะง่ายกว่ากัน แต่เพื่อให้พวกท่านรู้ว่าบุตรมนุษย์มีสิทธิอำนาจในโลกที่จะอภัยบาปได้” พระองค์จึงหันไปพูดกับชายง่อยว่า “เราสั่งท่านว่าจงลุกขึ้นยกแคร่แล้วกลับบ้านของท่านไปเถิด”

รูปภาพที่ 4 ชายง่อยนั้นก็ลุกขึ้น แล้วยกแคร่ของเขาทันทีแล้วเดินออกไปต่อหน้าคนทั้งปวง ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ประหลาดใจและพากันสรรเสริญพระเจ้ากล่าวว่า “เราไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย”

 

 

 

แผนการแห่งความรอด

พระเยซูเป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าที่ลงมาในโลกมีสภาพเป็นมนุษย์ หรือที่พระคัมภีร์ใช้คำว่า “บุตรมนุษย์” โรม 5:12 กล่าวว่าเพราะบาปได้เข้ามาในโลกเพราะคนคนเดียวคืออาดัม และความตายก็เกิดขึ้นเพราะบาปนั้นและได้ครอบงำมนุษย์ทุกคน ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงเกิดมามีเชื้อสายบาป เป็นคนบาปและทำบาป แต่โดยทางคนคนเดียวเช่นกันคือพระเยซูคริสต์เป็นผู้นำความชอบธรรมมาถึงมนุษย์ทุกคน พระเยซูเป็นพระเจ้าผู้ยอมเสียสละพระองค์เองลงมาในโลกนี้ เพื่อนำความรอดมาถึงมนุษย์ทุกคน พระเยซูมองทะลุเห็นถึงความเชื่อภายในของชายง่อยคนนี้ ไม่ใช่ความบาปที่เขาก่อหรือความพิการภายนอกของเขา แต่เพราะความเชื่อของเขา พระเยซูได้อภัยบาปหรือรักษาขาพิการของเขาให้หายได้ในทันที

สำหรับเด็กที่ยังไม่เป็นคริสเตียน หากหนูรู้ว่า หนูเป็นคนบาป ได้ทำสิ่งไม่ดีหลายอย่างที่ทำให้ตัวเองและพระเจ้าเสียใจ และหนูต้องการให้พระเยซูช่วยหนูเหมือนที่พระเยซูอภัยบาปให้แก่ชายง่อย ตอนนี้หนูสามารถบอกกับพระเจ้าว่า หนูเชื่อและวางใจพระเยซู พระบุตรของพระเจ้า หนูเชื่อว่าพระเยซูลงมาในโลกนี้ ตายบนไม้กางเขนเพื่อรับโทษบาปแทนหนู และทำให้หนูกลายเป็นคนใหม่ หากหนูทำเช่นนี้ พระเจ้าจะอภัยบาปหนูและประทานชีวิตนิรันดร์ให้แก่หนู

 

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

ความเชื่ออาจจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ แต่ความเชื่อทำให้บาปของเราได้รับการอภัย ความเชื่อสามารถช่วยหนูจากสิ่งที่หนูคิดว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะสามารถช่วยหนูได้แล้ว พระเยซูเป็นคำตอบ เป็นทางแก้ไขปัญหาความบาป

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน ทุกวันนี้มีคนมากมายต้องการมาหาพระเยซู ต้องการให้พระเยซูช่วยชีวิตของพวกเขา ให้หนูเองเป็นเหมือนชายสี่คนที่ช่วยกันหามชายง่อยมาถึงพระเยซู พวกเขาก็มีความเชื่อที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน พวกเขาไม่ลดละความพยายามแม้จะมีอุปสรรคขัดขวาง พวกเขาไม่ลดละที่จะขึ้นไปทลายเพดานดาดฟ้า เพื่อชายง่อยจะได้พบพระเยซู เช่นเดียวกันขอให้หนูมีความเชื่อที่มั่นคง ไม่ลดละ หรือท้อถอยที่จะช่วยเหลือเพื่อนหรือคนที่หนูรู้จักให้มาหาและเข้าถึงพระเยซูคริสต์ของเรา

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. มีกี่คนที่ช่วยกันหามชายง่อยมาหาพระเยซู? หนูคิดว่าพวกเขาคาดหวังอะไรที่พาชายง่อยมาหาพระเยซู?
  2. ทำไมคนที่พาชายง่อยมาหาพระเยซูต้องขึ้นไปบนดาดฟ้าและเจาะหลังคา?
  3. ถ้าหนูเป็นคนที่หามชายง่อยมาหาพระเยซู แล้วเจอสถานการณ์เดียวกันคือเข้าไปหาพระเยซูไม่ได้ หนูจะยอมทุ่มเทเหมือนพวกเขาไหม? หรือหนูคิดว่าหนูจะทำอะไรที่แตกต่างจากพวกเขาไหม?
  4. หลังจากที่พระเยซูเห็นความเชื่อของพวกเขา พระเยซูพูดว่าอะไร?
  5. พวกธรรมาจารย์คิดในใจกันว่าอย่างไร และพระเยซูตอบโต้ว่าอย่างไร?
  6. หนูคิดว่าความเชื่อสำคัญแค่ไหน? และความเชื่อสามารถทำอะไรได้บ้าง?
  7. หนูประทับใจอะไรจากบทเรียนในวันนี้?

 

 

กิจกรรม

ความเชื่อทะลุเพดาน

น้องๆ รู้ไหมว่ามีชายง่อยคนหนึ่งที่อยากไปหาพระเยซูมากๆ เลย เขาไปเองไม่ได้...

แต่เขามีเพื่อนรักอีก 4 คนที่เต็มใจช่วยเขา! มาช่วยกันหาทางเพื่อพาเพื่อนๆ ไปหาพระเยซูกันเถอะ!

กิจกรรม

พระเยซูมีอำนาจเหนือโรคร้าย

เด็กๆ ลองขีดฆ่าโรคร้ายทั้งหมดบนกระดาษแผ่นนี้ แล้วรหัสลับข้อพระคัมภีร์จะปรากฏขึ้น .. เมื่อค้นหาข้อพระคัมภีร์พบแล้ว ให้เด็กระบายสีข้อพระคัมภีร์ให้สวยงาม

กิจกรรม

ทำที่บ้าน