บทเรียน : พระเยซูเดินบนน้ำ

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า สามารถช่วยหนูได้และพระองค์ทันเวลาเสมอ
  • เข้าใจว่าเมื่อหนูประสบปัญหา หนูควรเพ่งดูที่พระเยซูมากกว่าเพ่งดูที่ปัญหานั้น
  • ดำเนินชีวิตโดยความเชื่อและเพ่งดูที่พระเยซูและฤทธิ์อำนาจของพระองค์

     

T I P S สำหรับคุณครู

มัทธิว 10:42 “ถ้าผู้ใดจะเอาน้ำเย็นสักถ้วยหนึ่ง ให้คนเล็กน้อยเหล่านี้คนใดคนหนึ่งดื่ม เพราะเป็นสาวกของเรา เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า คนนั้นจะไม่ขาดบำเหน็จแน่นอน” น้ำเย็นหนึ่งแก้วในวันที่ร้อนระอุสามารถนำความชื่นใจให้กับคนที่กระหาย น้ำเย็นหนึ่งแก้วอาจเป็นคำชมเชยของคุณครูที่นำความชื่นใจมาถึงเด็กที่ได้รับ
มหาวิทยาลัยโตรอนโตได้ทำการศึกษาวิจัยในเด็ก 100 คนและพบว่าเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไปจะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีใจกว้างขึ้นเมื่อได้รับคำชมเชยถึงลักษณะนิสัยของพวกเขามากกว่าการชมเชยสิ่งที่เขาทำไป เช่น “หนูเป็นคนใจดีมากที่ช่วยเพื่อน” แทนที่จะเป็นคำชมว่า “หนูทำได้ดีมากที่ช่วยเหลือเพื่อน” น้ำเย็นหนึ่งแก้วนี้สามารถส่งผลดีมากมายในชีวิตของเด็ก

เกม “ใครเอ่ยอยู่บนน้ำ”

สิ่งที่ต้องเตรียม:

  • กะละมัง 1 ใบ
  • น้ำ
  • น้ำแข็ง
  • ผ้าห่มผืนยาว

วิธีเล่น:

  • แบ่งเด็กออกเป็นทีม ทีมละ 5 คน (3 คนยืน 2 คนขึงผ้าห่ม)
  • ให้คุณครูใส่น้ำแข็งลงในกะละมังและใส่น้ำเข้าไปผสม (อาจจะไม่ต้องให้เย็นมาก)
  • ให้คุณครูจัดฉากโดยการนำกะละมังมาวางไว้และเอาผ้าห่มมาปิดเป็นฉากไว้ตั้งแต่บริเวณกลางตัวเด็กจนถึงพื้น ให้เด็กมาจับผ้าห่มไว้ทั้ง 2 ข้าง เพื่อไม่ให้ทีมตรงข้ามเห็นว่ากะละมังอยู่ตำแหน่งไหน
  • แต่ละทีมต้องเลือกคนในทีมออกมา 3 คนเพื่อจะยืนหลังผ้าห่ม โดยเด็กหนึ่งคนจะต้องยืนในกะละมังที่ใส่น้ำแข็ง ทั้งสามคนจะทำท่าทางหลอกล่อ เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทายถูกว่า ใครเป็นคนที่ยืนอยู่ในกะละมัง
  • ทีมอื่นๆ ต้องสังเกตและเลือกคนที่คิดว่ายืนอยู่ในกะละมังที่มีน้ำแข็ง ถ้าทีมไหนทายถูกได้ 1 คะแนน ทีมไหนตอบผิดจะไม่ได้คะแนน
  • ทีมไหนได้คะแนนมากที่สุดชนะ

บทนำเรื่อง “ภัยธรรมชาติ”

ในวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2022 มีข่าวที่น่าเศร้าสลดเผยแพร่ออกอากาศทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ว่า เรือหลวงสุโขทัยซึ่งเป็นเรือรบขนาดใหญ่ของกองทัพเรือได้จมลงสู่ก้นทะเล ทำให้มีทหารหลายนายต้องเสียชีวิตและสูญหาย

ในวันนั้นมีคลื่นลมแรง และพายุฝนที่ทำให้เกิดคลื่นสูง 4 เมตรในอ่าวไทย วันเดียวกันนี้เอง ยังมีเรือขนาดใหญ่อีก 2 ลำที่ประสบอุบัติเหตุจากคลื่นลมพายุแรง คือ เรือสันทัดสมุทร 2 เป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่มีสินค้าอยู่เต็มลำเรือ เมื่อเรือสันทัดสมุทร 2 แล่นมาถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจอกับคลื่นลมแรง สายตู้คอนเทนเนอร์ขาดและตู้สินค้าทั้งหลายเคลื่อนไหลลงทะเล ทำให้เรือเอียงและอับปางลงในที่สุด

เรืออีกลำเป็นเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ เรือภัทรพัณณ์ ซึ่งจอดทอดสมออยู่ที่จังหวัดสงขลา ดีที่เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้เป็นเรือเปล่าไม่ได้บรรทุกน้ำมันในช่วงเวลานั้น คลื่นลมพายุทำให้สมอขาด เรือขนาดใหญ่เลยถูกซัดให้เกยตื้น จำเป็นต้องมีเรือกู้ภัยมาช่วยลากดึงเรือออกจากหาด

หนูพอจะนึกภาพออกไหมว่า การที่เราต้องไปอยู่ในเรือท่ามกลางพายุคลื่นลมแรง และท้องฟ้ามืดครึ้มมันจะน่ากลัวมากแค่ไหน?

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 14:22-36, มาระโก 6:45-56)

หลังจากที่พระเยซูได้สั่งสอนประชาชน และทำการอัศจรรย์เลี้ยงชาย 5,000 คนแล้ว พระเยซูก็สั่งให้พวกสาวกลงเรือและข้ามฟากล่วงหน้าไปก่อน ในขณะที่พระเยซูรอส่งฝูงชนกลับไปบ้านของพวกเขา และเมื่อฝูงชนกลับไปหมดแล้ว พระเยซูจึงขึ้นไปบนภูเขาเพียงลำพังเพื่อใช้เวลาอธิษฐานที่นั่น (จำได้ไหมว่า ก่อนที่พระเยซูจะสั่งสอนประชาชนและเลี้ยงอาหารพวกเขาในวันนั้น พระเยซูและพวกสาวกตั้งใจว่าจะนั่งเรือไปหาที่พักสงบ แต่เมื่อเรือมาถึงฝั่ง ประชาชนมากมายก็มาเฝ้ารอพระเยซูกันอยู่แล้ว แผนการที่จะใช้เวลาพักสงบของพระเยซู จึงถูกเลื่อนมาจน ถึงเวลานี้)

 รูปภาพที่ 1 เมื่อเวลาล่วงเลยไปดึกมาก พระองค์ยังอยู่บนภูเขาแต่ลำพัง ในขณะนั้นเรือของพวกสาวกกำลังลอยอยู่กลางทะเลสาบกาลิลี และถูกคลื่นซัดไปมาเพราะทวนลมอยู่ เมื่อเวลาใกล้รุ่งสาง ซึ่งเป็นเวลาจวนสว่าง ยังแลเห็นอะไรไม่ชัด (ประมาณตี 3-6 โมงเช้า) พระเยซูเดินบนน้ำทะเลเพื่อจะไปยังเรือของพวกสาวกที่อยู่กลางทะเล

 

รูปภาพที่ 2 เมื่อสาวกเห็นว่าอะไรที่รูปร่างเหมือนคนกำลังเดินอยู่บนน้ำ เขาทั้งหลายต่างแตกตื่นตกใจกลัว เพราะไม่มีมนุษย์ธรรมดาคนไหนจะเดินไปมาบนน้ำได้ พวกเขาร้องกันจนเสียงหลงว่า “ผี...ผี!!!”  พระเยซูจึงรีบพูดกับพวกเขาทันทีว่า “ทำใจดีๆ เถิด นี่เราเอง! อย่ากลัวเลย” เมื่อพวกสาวกกำลังไตร่ตรองคำพูดของพระเยซูอยู่ เปโตรร้องตอบพระเยซูออกไปว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอเรียกให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์เถิด” พระเยซูจึงตอบว่า “จงมาเถิด”

 

รูปภาพที่ 3 เปโตรจึงตัดสินใจก้าวเท้าออกจากเรือ แล้วเดินบนน้ำตรงไปหาพระเยซู แต่เมื่อเขาเดินไปได้สักหน่อยเขาเห็นคลื่นลมแรงพัดมาปะทะตัวเขาก็เริ่มรู้สึกกลัว แล้วตัวของเปโตรเริ่มจมลงไปในน้ำ เขาร้องตะโกนว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย”

 

รูปภาพที่ 4 พระเยซูจึงเอื้อมมือจับเขาไว้ทันที แล้วพูดว่า “ช่างมีความเชื่อน้อยเสียจริง เจ้าจะสงสัยไปทำไม?” เมื่อพระองค์กับเปโตรขึ้นเรือแล้ว  ทันใดนั้นคลื่นลมก็สงบลง ทันที พวกสาวกที่อยู่ในเรือจึงมาก้มกราบนมัสการพระองค์ และพูดว่า “พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าจริงแล้ว” เมื่อพวกเขาข้ามฟากไปแล้วก็มาขึ้นฝั่งที่แขวงเยนเนซาเรท คนที่นั่นจำพระองค์ได้ ก็ส่งข่าวไปทั่วเมือง และต่างก็พาคนเจ็บป่วยมาหาพระเยซู พวกเขาขอพระองค์โปรดให้พวกเขาได้แตะต้องเพียงเสื้อของพระองค์เท่านั้น และใครได้แตะต้องก็หายป่วยทุกคน

 

แผนการแห่งความรอด

ใช่แล้ว! พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าจริงๆ พระองค์มีฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ และไม่ว่าหนูจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด พระเยซูสามารถช่วยได้และทันเวลาเสมอ ชีวิตที่ไม่มีพระเยซู ก็เหมือนเรือของพวกสาวกที่ไม่มีพระเยซูอยู่ในเรือด้วย เมื่อพวกเขาต้องประสบพายุคลื่นลมแรง ปัญหาต่างๆ ในชีวิต เรือจะลอยเคว้งคว้างสู้คลื่นลมแต่ลำพัง น่ากลัว

สำหรับเด็กที่ไม่เป็นคริสเตียน แต่หากหนูต้องการให้พระเยซูเข้ามาอยู่ในเรือชีวิตของหนู เป็นพระผู้ช่วยที่มีอำนาจเหนือคลื่นลม และสารพัดสิ่งในโลกนี้ หนูต้องเชื่อและวางใจในพระองค์ บอกกับพระเยซูว่า หนูต้องการให้พระเยซูเข้ามาอยู่ในชีวิตของหนู และพระองค์จะช่วยหนูได้ในทุกๆ เรื่องเหมือนกับที่พระเยซูยื่นมือช่วยเปโตรไว้ทันทีที่เขาร้องขอให้พระเยซูช่วยเขา

 

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

หนูคิดว่าเปโตรมีความเชื่อมากหรือน้อย? หลายคนอาจตีตราว่าเปโตรมีความเชื่อน้อย จากประโยคที่พระเยซูพูดว่า “ช่างมีความเชื่อน้อยเสียจริง” แต่ถ้าลองพิจารณาให้ดี เปโตรมีความเชื่อมากกว่าทุกคนที่อยู่ในเรือ และยังกล้าหาญที่ก้าวออกจากเรือ เอาเท้าเหยียบลงบนน้ำ เขากล้าทำในสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนธรรมดาคิดแล้วว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ (มาปรบมือให้เปโตรกันหน่อย) แต่เกิดอะไรขึ้นกับเปโตร เมื่อเขาเริ่มมองไปรอบๆ เขาคงเห็นคลื่นในทะเล รู้สึกว่าลมที่พัดมาปะทะตัวเขาแรงขึ้น เขาจึงเริ่มรู้สึกกลัว และสงสัยในสิ่งที่เขาทำอยู่

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน ให้หนูเรียนรู้จากเปโตร เมื่อหนูเป็นคนของพระเจ้า ให้หนูเพ่งดูที่พระเยซูผู้ทรงฤทธิ์ พระองค์มีฤทธิ์อาจสามารถช่วยหนูได้ อย่าให้หนูพึ่งพา คาดเดา ใช้ความเข้าใจของตัวเอง เมื่อหนูรู้สึกกลัว ร้องหาพระองค์ เมื่อหนูวิตกกังวล วิงวอนเชื่อพึ่งในฤทธิ์อำนาจของพระองค์ พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้าที่ช่วยหนูได้จริงๆ

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. พระเยซูขึ้นไปบนภูเขาเพื่อทำอะไร?
  2. เมื่อสาวกเห็นพระเยซูเดินบนทะเลเข้ามาใกล้ พวกสาวกตอบสนองอย่างไร?
  3. สาวกคนไหนที่เดินบนน้ำไปหาพระเยซู? ถ้าหนูเป็นสาวกที่อยู่ในเรือ หนูจะกล้าก้าวออกไปจากเรือไหม? ทำไม?
  4. เมื่อเปโตรยืนอยู่บนน้ำ และมองดูที่คลื่นลมแรง เขารู้สึกอย่างไร? และเกิดอะไรขึ้นกับเขา?
  5. เมื่อเปโตรร้องว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย” พระเยซูทำอย่างไร?
  6. หนูคิดว่าทำไมพวกสาวกทั้งหลายจึงพูดว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าจริงแล้ว?
  7. เมื่อเรามีปัญหาในชีวิต ทำไมเราจึงควรเพ่งมองดูที่พระเยซูมากกว่าเพ่งดูที่ปัญหา สถานการณ์รอบข้างของตัวเอง?

กิจกรรม

พับกระดาษมหัศจรรย์

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดาษขนาด A5
  • กรรไกร

วิธีทำ

  1. คุณครูเตรียมก่อนเริ่มชั้นเรียน ตัดกระดาษ พับกระดาษตามรูป เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมนี้ (ใช้กระดาษสีขาวในชั้นเรียนเป็นกระดาษขาวทั้งด้านหน้าและหลัง ไม่มีเส้นปะหรือตัวหนังสือใดๆ ส่วนภาพที่แสดงให้เห็นด้านล่างนี้ ใช้กระดาษสีสองหน้า และมีเส้นปะและคำเขียน เพื่อแสดงให้คุณครูเห็นวิธีทำอย่างชัดเจนเท่านั้น)
  2. วางกระดาษที่เตรียมไว้ แสดงให้เด็กทุกคนในชั้นเรียนเห็น โดยไม่ให้เด็กเห็นวิธีทำและวิธีวางกระดาษของคุณครู
  3. คุณครูท้าทายให้เด็กลองหาวิธีตัดกระดาษ เพื่อจะได้ผลลัพธ์ตามแบบกระดาษของคุณครู โดยเด็กสามารถไปถามใครก็ได้ในชั้นเรียนเพื่อหาวิธีที่จะทำให้สำเร็จ
  4. เปิดโอกาสให้เด็กลองตัดกระดาษดูว่าพวกเขาสามารถทำได้หรือไม่
  5. **โดยส่วนใหญ่แล้ว เด็กจะไม่ถามครู แต่จะลองตัดกระดาษเอง หรือไปถามเพื่อนหรือผู้ใหญ่คนอื่น คุณครูให้เวลาเด็กในการทดลองทำดูสักครู่หนึ่ง **แต่ถ้ามีใครมาถามวิธีคุณครูเป็นการส่วนตัว ให้คุณครูแสดงวิธีทำให้เด็กคนนั้นดูเพื่อให้เขาทำตาม
  6. ให้เวลาเด็กสักครู่ในการลองทำ หลังจากนั้น คุณครูให้ข้อคิดกับเด็ก ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักของกิจกรรมนี้ — กติกาของกิจกรรมนี้ คุณครูบอกเด็กสามารถไปถามใครก็ได้ในชั้นเรียนเพื่อจะรู้วิธีตัดกระดาษนี้ เด็กส่วนใหญ่หาวิธีทำเอง หรือไปถามคนอื่น แต่น้อยคนนักจะมาถามคุณครู “ครูเป็นคนทำ ครูก็จะรู้วิธีทำมันเป็นอย่างดี ถ้าหนูถามครู หนูก็จะรู้วิธีทำโดยไม่ต้องลองผิดลองถูก” เช่นเดียวกับที่พระเจ้าเป็นผู้สร้างเรา พระองค์จึงรู้จักครูและหนูเป็นอย่างดี และพระเจ้ามีฤทธิ์อำนาจสามารถช่วยเหลือหนูได้ เพราะฉะนั้น คนที่หนูจะไปขอความช่วยเหลือ หรือขอให้ช่วยแก้ปัญหาให้หนูได้ ก็ควรจะเป็นพระเจ้าผู้สร้างหนู และผู้ที่รู้จักหนูดีที่สุด ไม่ใช่พยายามหาหนทางเอาเองตามความคิดของมนุษย์ หนูควรจะขอให้พระเจ้าช่วยหนู เหมือนอย่างที่เปโตรขอ และพระเยซูก็ตอบสนองเขาโดยให้เปโตรเดินบนน้ำได้อย่างอัศจรรย์

กิจกรรม

พระเยซูเดินบนน้ำ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ภาพถ่ายเอกสาร “เรือบนทะเลสาบ” และ “พระเยซู”
  • ไม้ไอติม
  • สีไม้หรือสีเทียน
  • กรรไกร
  • กาว

วิธีทำ

  1. แจกภาพ “เรือบนทะเลสาบ” และ ตัว “พระเยซู” ให้เด็กแต่ละคน
  2. ระบายสีตกแต่งภาพเรือและตัวพระเยซูให้มีสีสันสวยงาม
  3. ตัดตัวพระเยซูออกจากกระดาษ และทากาวด้านหลังตัวตุ๊กตานั้น แปะติดกับด้านบนของไม้ไอติม
  4. บนรูปภาพเรือบนทะเลสาบ ให้ตัดกระดาษตามรอยปะเพื่อเป็นระยะทางที่พระเยซูจะเดินจากทะเลเข้ามาใกล้เรือ
  5. สอดไม้ไอติมที่มีตัวพระเยซูติดอยู่ด้านบน ให้ส่วนของไม้ไอติมอยู่ด้านหลังกระดาษ สอดตัวพระเยซูผ่านรอยปะที่ตัดไว้ ให้ตัวพระเยซูปรากฏอยู่ด้านหน้าภาพ
  6. เด็กสามารถใช้ไม้ไอติมเป็นตัวเลื่อนสไลด์พระเยซูจากขวาไปซ้าย ก็จะได้ภาพของพระเยซูเดินอยู่บนน้ำทะเลเพื่อไปถึงเรือของพวกสาวก

 

กิจกรรม

ทำที่บ้าน