บทเรียน : การอัศจรรย์ ครั้งแรก

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าพระเยซู เป็นพระบุตรของพระเจ้า ในขณะเดียวกันพระองค์ลงมาในโลกนี้รับสถานะเป็นมนุษย์ มีชีวิตร่างกายเหมือนอย่างหนู
  • มหัศจรรย์ใจกับการอัศจรรย์ที่พระเยซูเพียงแค่พูด และเมื่อคนรับใช้ทำตาม สิ่งนั้นก็เกิดขึ้น
  • เชื่อฟังทำตามพระเยซู เมื่อหนูขาดสิ่งใดหรือมีปัญหาทุกข์ใจ หนูจะทูลขอจากพระเจ้าให้พระองค์ช่วยหนู

T I P S สำหรับคุณครู

1 ยอห์น 2:29 “ถ้าพวกท่านรู้ว่าพระองค์ทรงเที่ยงธรรม ท่านก็รู้ว่าทุกคนที่ประพฤติตามความเที่ยงธรรมนั้นเกิดมาจากพระองค์ด้วย” คุณครูเคยสงสัยเด็กบางคนที่มาร่วมชั้นเรียนพระคัมภีร์เป็นเวลานานพอสมควร แต่มีพฤติกรรมหรือนิสัยไม่ดีบางอย่างที่อย่างไรก็ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไข สิ่งแรกที่คุณครูควรประเมินคือดูว่าเด็กคนนั้นได้มีโอกาสต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขาเป็นการส่วนตัวหรือยัง? หลายต่อหลายครั้งที่ผู้ใหญ่มักคิดไปว่า เด็กอาจจะมาจากครอบครัวคริสเตียน เติบโตมาในคริสตจักร พวกเขาก็เป็นผู้เชื่อไปอย่างอัตโนมัติ แต่ขอให้คุณครูตระหนักว่า ตราบใดที่เด็กยังไม่ได้ต้อนรับพระเยซูเป็นการส่วนตัว ธรรมชาติบาปในตัวของเด็กยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยการชำระบาปของพระเยซูคริสต์ เขายังไม่ได้รับชีวิตใหม่และไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้จะเป็นกำลังและผู้ช่วยให้เขาต่อสู้กับการทดลอง และช่วยให้เขาสามารถดำเนินชีวิตอย่างพอพระทัยพระเจ้าได้ เด็กที่มีพระเยซูเท่านั้นที่จะสามารถมีชีวิตที่พระเจ้าพอพระทัย

เกม “ตักน้ำใส่ตุ่ม”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ตุ่มใบเล็กหรือถังน้ำทีมละ 2 ใบ
  • ขันตักน้ำทีมละ 1 ใบ

วิธีเล่น

  • แบ่งเด็กเป็นทีม ให้แต่ละทีมมีจำนวนคนเท่าๆ กัน
  • ครูวางตุ่มของแต่ละทีมที่มีน้ำเต็มไว้ที่จุดเริ่มต้น และวางตุ่มเปล่าอีกใบหนึ่งไว้ให้มีระยะห่างประมาณ 3-5 เมตร
  • ให้เด็กยืนเข้าแถวเรียงหนึ่งตามทีม เมื่อเด็กได้ยินเสียงสัญญาณ ให้เด็กหัวแถวหยิบขันที่จุดเริ่มต้นตักน้ำเพื่อจะไปใส่ตุ่มอีกใบให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เมื่อเทน้ำใส่ตุ่มแล้ว ให้วิ่งกลับมาที่จุดเริ่มต้นเพื่อส่งขันให้คนถัดไปในแถวตักน้ำจนครบทุกคน
  • ครูจับเวลา และเมื่อถึงกำหนดเวลาดูว่าทีมไหนมีน้ำในตุ่มมากที่สุด หรือทีมไหนตักน้ำใส่ตุ่มเต็มก่อนถือเป็นทีมที่ชนะ

บทนำเรื่อง “ทายาทที่ดีที่สุด”

พระราชาของเมืองกก พระราชาที่เป็นที่รักยิ่งของชาวเมือง แต่พระองค์ไม่มีลูก จึงไม่มีทายาทที่จะมาสืบทอดราชอำนาจและปกครองเมืองกกให้มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อจากพระองค์ เมื่อพระองค์มีอายุมากจึงเลือกผู้รับใช้คนสนิทของพระองค์มา 3 คน เพื่อจะดูว่าใครจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะรับตำแหน่งเป็นรัชทายาท ดูแลประชาชนชาวเมืองกกต่อไป

พระราชาจึงให้ตะกร้าไม้ไผ่สานตาห่าง มีรูพรุนรอบตะกร้ากับถังน้ำใบใหญ่คนละ 1 ใบ และสั่งให้พวกเขาใช้ตะกร้าไม้ไผ่นี้ตักน้ำใส่ถังให้เต็มแล้วนำมาให้พระราชาดู คนรับใช้คนแรก เป็นชายที่ฉลาด คล่องแคล่ว เป็นผู้จัดการวางแผนมือฉมัง เมื่อไปถึงริมลำธาร มองดูตะกร้าสานและถังน้ำใบใหญ่ ก็กลับมามือเปล่าและกล่าวกับพระราชาว่า “เมื่อข้าใช้ปัญญาของข้าคิดคำนวณดูแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตักน้ำให้เต็มถังด้วยตะกร้าสานใบนี้” คนนี้เขามั่นใจในสติปัญญาของตนเกินไป จนทำงานไม่สำเร็จ คนรับใช้คนที่สอง ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายเมื่อไม่มีคนมอง เขารีบทิ้งตะกร้าแล้วเอากระบวยตักน้ำใส่ถังอย่างรวดเร็ว กลับมาพร้อมกับถังน้ำที่มีน้ำเต็มถังในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง พระราชาก็รู้ทันทีว่าคนนี้ไว้ใจไม่ได้

เวลาล่วงเลยไปนานจนพระอาทิตย์ตกดิน ก็ยังไม่มีวี่แววของคนรับใช้คนที่สาม พระราชาจึงเสด็จลงไปริมตลิ่ง เห็นชายคนนั้นก้มหน้าก้มตาใช้มือทั้งสองรองตะกร้าสานวักน้ำใส่ถังอยู่กลางลำธาร พระราชาจึงเรียกคนรับใช้นั้นกลับเข้าฝั่ง ชายคนนั้นตอบพระราชาว่า “ข้าขอเวลาอีกสักหน่อยเถิด ข้าตักน้ำได้ครึ่งค่อนถังแล้ว ถ้าให้เวลาข้าอีกสักหน่อย น้ำก็จะเต็มถังพะยะค่ะ” ในวันนั้นเอง พระราชาได้แต่งตั้งให้คนรับใช้คนที่สาม เป็นทายาทผู้สืบทอดราชสมบัติ เพราะเขาเป็นคนที่เชื่อฟัง สัตย์ซื่อ และมุมานะอุตสาหะที่จะทำงานจนสำเร็จ

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ยอห์น 2:1-12)

 รูปภาพที่ 1 (ครูอาจเปิดเพลงหรือดนตรีที่ชาวยิวใช้ในงานเฉลิมฉลอง งานรื่นเริง งานแต่งงาน หรือครูผู้หญิงอาจสวมมงกุฎดอกไม้คล้ายๆ เป็นเจ้าสาวในวันแต่งงาน) ที่หมู่บ้านคานาในแคว้นกาลิลี พระเยซูและสาวกของพระองค์ได้รับเชิญไปในงานแต่งงานพร้อมกับแม่ของพระเยซูด้วย ผู้คนมากมายเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เจ้าบ่าวเจ้าสาวห้อมล้อมด้วยญาติสนิทและมิตรสหาย อาหารมากมายถูกวางเรียงรายกันบนโต๊ะพร้อมกับเหล้าองุ่นที่นำมาเสิร์ฟอย่างไม่ขาดสาย (เครื่องดื่มที่เกิดจากการหมักผลองุ่น ในสมัยที่ยังไม่มีตู้เย็นเพื่อเก็บรักษาอาหารและเครื่องดื่มไม่ให้เน่าเสีย การหมักเหล้าองุ่นถือเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง จึงทำให้เหล้าองุ่นหรือไวน์เป็นเครื่องดื่มที่คนในสมัยนั้นใช้ดื่มกันเป็นประจำ) ผู้ใหญ่ต่างนั่งคุยกัน แสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว เด็กเล็กๆ ต่างวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ระหว่างงานเลี้ยงรื่นเริงนั้นเองเหล้าองุ่นเกิดหมด ไม่มีเหลือจะเสิร์ฟให้กับแขกในงาน

รูปภาพที่ 2 แม่ของพระเยซูก็มาหาพระเยซูและพูดกับพระองค์ว่า “ดูสิ! เขาไม่มีเหล้าองุ่นเหลืออยู่แล้ว” พระเยซูจึงตอบนางว่า “แม่มาบอกลูกทำไม ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของลูก” (สำหรับครู—กำหนดเวลาที่พระเยซูพูดถึงน่าจะหมายถึง งานซึ่งพระเยซูถูกมอบหมายมาทำให้สำ เร็จบนแผ่นดินโลกนี้คือ การมาเพื่อไถ่บาปของมนุษย์บนไม้กางเขน ดังนั้นพระเยซูจึงตอบเป็นนัยว่า พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้กำหนดหรือมอบหมายงานให้พระองค์ทำ แต่ถึงแม้การช่วยเหลือครั้งนี้ จะไม่ใช่งานหลักที่พระเยซูต้องทำ พระองค์ก็ยังเป็นธุระช่วยเหลือให้งานครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยดี) แล้วแม่ของพระเยซูก็เดินไปบอกกับพวกคนรับใช้ว่า “ไม่ว่าพระเยซูสั่งให้พวกเจ้าทำอะไร ก็ให้ทำตามนั้นเถิด”

ที่นั่นมีโอ่งใส่น้ำตั้งอยู่หกใบเพื่อใช้ในพิธีชำระล้าง โอ่งแต่ละใบใส่น้ำได้ประมาณ 80-120 ลิตร แล้วพระเยซูจึงหันไปสั่งคนรับใช้ว่า “ไปตักน้ำใส่โอ่งพวกนั้นให้เต็มเถิด”

รูปภาพที่ 3 พวกเขาก็ช่วยกันตักน้ำเทใส่โอ่ง (ทำเสียงเทน้ำ) หนึ่งโอ่ง.. สองโอ่ง.. สาม.. สี่.. ห้า.. หกโอ่ง พวกเขาเทน้ำจนเต็มถึงปากโอ่งทุกใบ แล้วพระเยซูจึงสั่งต่อไปว่า “ตักน้ำในโอ่งนี้ไปให้เจ้าภาพผู้ดูแลงานเลี้ยงดื่มสิ” พวกคนรับใช้อาจหันมามองหน้ากันและนึกสงสัยในใจ แต่พวกเขาก็ยอมทำตามคำสั่งของพระเยซู ตักน้ำใส่ถ้วยแล้วเดินไปเสิร์ฟให้เจ้าภาพลองชิมดู

รูปภาพที่ 4 เมื่อเจ้าภาพได้ชิมน้ำที่คนรับใช้นำมาเสิร์ฟนั้น อัศจรรย์.. อัศจรรย์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว น้ำที่เขาชิมจากโอ่งนั้นได้กลายเป็นเหล้าองุ่นไปแล้ว เจ้าภาพไม่รู้ว่าเหล้าองุ่นนี้มาจากไหน แต่พวกคนรับใช้รู้แน่อยู่แก่ใจเพราะพวกเขาเป็นคนตักน้ำเหล่านั้นเทใส่ตุ่มเอง เจ้าภาพเรียกเจ้าบ่าวมาและพูดกับเขาว่า “ใครๆ เขาก็เอาเหล้าองุ่นอย่างดีมาเสิร์ฟให้กันดื่มก่อน เมื่อดื่มกันมากแล้วจึงเอาเหล้าที่ไม่ค่อยดีมาเสิร์ฟต่อ แต่ท่านกลับเก็บเหล้าองุ่นอย่างดีไว้จนถึงเดี๋ยวนี้.. ดีจริงๆ” ทุกคนต่างอัศจรรย์ใจเมื่อเห็นสิ่งที่พระเยซูได้กระทำต่อหน้าต่อตาของพวกเขา หมายสำคัญที่พระเยซูทำเป็นครั้งแรกนี้ เมื่อสาวกได้เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันวางใจในพระองค์ เพราะได้เห็นฤทธิ์อำนาจความยิ่งใหญ่ของพระองค์

 

แผนการแห่งความรอด

ยอห์น 20:30-31 พระเยซูทำหมายสำคัญการอัศจรรย์อื่นๆ อีกมากมายต่อหน้าพวกสาวก และประชาชนคนที่ติดตามพระองค์ แต่หนูรู้ไหมว่าการอัศจรรย์มากมายที่พระเยซูทำไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดหรือสาเหตุที่พระองค์เสด็จลงมาในโลกนี้ พระองค์ใช้การอัศจรรย์แสดงฤทธิ์อำนาจของพระองค์ให้สาวกและประชาชนเห็นว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า แต่เป้าหมายสูงสุดของพระองค์คือ การที่พระเยซูผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้า ยอมสละสภาพพระเจ้า ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ และยอมเสียสละชีวิตของพระองค์ตายบนไม้กางเขนเพื่อรับโทษความผิดบาปของมนุษย์ไป

สำหรับเด็กที่ยังไม่เคยต้อนรับพระเยซูคริสต์ - ที่พระองค์ยอมทำเช่นนี้ก็เพราะพระองค์รักมนุษย์ นั่นหมายถึงพระองค์รักครูและหนู หมายสำคัญการอัศจรรย์เหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ก็เพื่อพวกหนูจะได้เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า ฤทธิ์อำนาจของพระองค์มาจากพระบิดาเจ้าผู้อยู่เบื้องบน และเมื่อหนูมีความเชื่อเช่นนี้แล้ว หนูก็จะมีชีวิตนิรันดร์โดยการต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของหนู

 

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เชื่อพระเจ้าแล้ว - หากหนูรู้และเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระบุตรพระเจ้า มีฤทธิ์อำนาจ หนูเองก็ต้องมีความเชื่อเหมือนคนรับใช้ในงานแต่งงานนี้ ที่เขาเชื่อฟังพระเยซูถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าน้ำนั้นจะกลายเป็นเหล้าองุ่นได้อย่างไร แต่พวกเขาก็เชื่อฟังทำตามอย่างเต็มที่ หลายครั้งสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้หนูเชื่อฟังทำตาม หนูอาจจะไม่เข้าใจ หรือเห็นว่ามันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ลองดูสิว่า เมื่อคนรับใช้เชื่อฟังทำตามสิ่งที่พระเยซูสั่ง เขาเองได้เห็นการอัศจรรย์ ได้มีประสบการณ์น่าตื่นเต้นกับพระองค์ เพราะสำหรับพระเจ้าแล้วทุกสิ่งเป็นไปได้

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. เมื่อพระเยซูและสาวกของพระองค์ได้รับเชิญไปร่วมในงานแต่งงานที่เมืองคานา เกิดปัญหาอะไรขึ้นที่นั่น?
  2. พระเยซูสั่งให้คนรับใช้ทำอะไรบ้าง?
  3. หนูคิดว่า ทำไมคนรับใช้ถึงยอมทำตามคำสั่งของพระเยซู ทั้งๆ ที่คำสั่งนั้นฟังแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้เลย?
  4. เมื่อคนรับใช้เชื่อฟังคำของพระเยซูแล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?
  5. พระเจ้าเคยทำอะไร หรือช่วยหนูอย่างไรที่ทำให้หนูประหลาดใจบ้างไหม?
  6. การอัศจรรย์ที่พระเยซูทำต่อหน้าสาวกและประชาชนมากมาย พระเยซูทำเพื่ออะไร?
  7. เป้าหมายที่แท้จริงในการเสด็จมาของพระเยซูบนโลกมนุษย์นี้คืออะไร?

 

 

กิจกรรม

“การอัศจรรย์เล็กๆ” (การทดลอง)

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • น้ำสะอาดสำหรับใช้ดื่มได้
  • ดอกอัญชัญ
  • มะนาว
  • น้ำตาลทราย หรือ น้ำผึ้ง
  • น้ำแข็ง
  • แก้วน้ำใสสำหรับเด็กทุกคน

วิธีทำ

  1. ก่อนชั้นเรียน เตรียมล้างดอกอัญชันให้สะอาดและผึ่งลมให้แห้ง
  2. ในชั้นเรียนให้ครูต้มน้ำให้เดือด หรืออาจจะใช้กระติกน้ำร้อนเพื่อความสะดวก และให้ใส่ดอกอัญชันที่เตรียมไว้ในน้ำร้อน (น้ำ 1 ลิตรต่อดอกอัญชัน 60 ดอก) รอสักครู่เพื่อให้สีจากดอกอัญชันละลายเปลี่ยนสีของน้ำเป็นสีน้ำเงิน
  3. จากนั้นเติมน้ำตาลทรายตามชอบแล้วคนให้ละลายเข้ากันเพื่อเพิ่มรสหวานให้กับเครื่องดื่ม
  4. เติมน้ำอัญชันสีน้ำเงินและน้ำแข็งใส่แก้วสำหรับเด็กทุกคน ชวนให้เด็กสังเกตดูสีน้ำเงินของน้ำที่อยู่ในแก้ว
  5. ครูเตรียมตัดมะนาวแจกเด็กคนละ 1 เสี้ยว
  6. หลังจากนั้นครูใช้แก้วน้ำของครูเป็นตัวอย่าง บีบน้ำมะนาวลงในน้ำดอกอัญชันสีน้ำเงิน เพียงอึดใจเดียวน้ำสีน้ำเงินก็จะค่อยๆ เปลี่ยนกลายเป็นสีม่วง
  7. ให้เด็กๆ ลองทดลองกับน้ำดอกอัญชันในแก้วของตัวเอง
  8. สิ่งที่เด็กๆ เห็นมันเป็นเพียงปฏิกริยาทางเคมีของสีน้ำเงินจากน้ำดอกอัญชันเมื่อเจอน้ำมะนาวที่เป็นกรด จะเปลี่ยนเป็นสีม่วง แค่นี้ดูแล้วก็น่าอัศจรรย์ใจมาก ให้เด็กลองจินตนการว่าถ้าพวกเขาเป็นคนรับใช้ที่ตักน้ำใส่ตุ่มอยู่ในเหตุการณ์ที่พระเยซูทำการอัศจรรย์เปลี่ยนจากน้ำเปล่าๆ ให้กลายเป็นเหล้าองุ่นอย่างดีมันจะน่าตื่นเต้นสักเพียงไหน และอะไรจะเกิดขึ้นหากพระเยซูขอให้พวกเขาตักน้ำ แต่พวกเขาปฏิเสธไม่ยอมทำตาม (เปิดโอกาสให้เด็กอภิปราย)

 

กิจกรรม

“หนูทำได้ - I CAN DO IT”

เมื่อพระเยซูถูกแม่ของพระองค์คือนางมารีย์ขอให้ช่วยเจ้าบ่าวเจ้าสาวในงานแต่งงาน เพราะเหล้าองุ่นในงานหมด ไม่เหลือจะต้อนรับแขกแล้ว ถึงแม้พระองค์รู้ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เป้าหมายที่พระองค์ต้องทำ แต่พระองค์ยินดีช่วยตามคำขอของแม่ของพระองค์ และช่วยให้งานแต่งงานครั้งนั้นมีเหล้าองุ่นรสเลิศต้อนรับแขก

 

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ถ่ายเอกสารใบงานสำหรับเด็กทุกคน
  • รางวัลหรือขนมชิ้นเล็กๆ เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

วิธีทำ

  1. แจกใบงานให้เด็กแต่ละคน อธิบายให้เด็กเห็นความสำคัญของการแสดงความรักเคารพต่อพ่อแม่ ครู และญาติผู้ใหญ่ และให้เด็กมีโอกาสเอาใบงานกลับบ้าน สามารถแปะไว้บนผนังเพื่อเตือนความจำ และเพื่อเช็คสิ่งที่เขาปฏิบัติแต่ละวัน
  2. เมื่อครบสัปดาห์ ครูอาจแจกรางวัลให้กับเด็กที่นำสิ่งเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติจริง การให้รางวัลอาจไม่ต้องใช้คะแนนเปรียบเทียบกันระหว่างเด็ก แต่สามารถให้เป็นรายบุคคลเพื่อชมเชยสิ่งที่เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติจริง
  3. ครูสามารถพูดคุยขอความร่วมมือจากผู้ปกครองช่วยกำกับดูแล เพื่อให้กิจกรรมนี้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

กิจกรรม

ทำที่บ้าน