บทเรียน : ทาสที่ไม่ยอมให้อภัย

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าพระเจ้าต้องการให้หนูอภัยผู้อื่น
  • สำนึกในพระคุณ ความเมตตาของพระเจ้าที่รักและให้อภัยหนู
  • เลือกที่จะรับการอภัยจากพระเจ้า และให้ความรักของพระเจ้าช่วยให้หนูอภัยคนอื่น หากเขาทำผิดต่อหนู

T I P S สำหรับคุณครู

ยากอบ 1:22 “จงเป็นผู้ประพฤติตามพระวจนะ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ฟังเท่านั้น มิฉะนั้นจะเป็นการหลอกตัวเอง”

เป้าหมายของการสอนพระคัมภีร์ให้กับเด็ก ไม่ควรจบลงที่เด็กจะมีความรู้พระคัมภีร์มากแค่ไหน แต่เป้าหมายสูงสุด คือการตั้งเป้าให้เด็กนำพระคำของพระเจ้าไปใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเขา ให้พระคำของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาในทางที่ดีขึ้น และทำให้พระเจ้าชื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่บ้าน กับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือกับเพื่อนๆ ในคริสตจักร และที่โรงเรียนของพวกเขา

เกม “ซ่อนแอบเจ้าหนี้”

วิธีเล่น

  1. ขออาสาสมัครหนึ่งคนจะเล่นเป็นเจ้าหนี้ คือ คนที่จะปิดตาและตามหาเด็กคนอื่นๆ
  2. เด็กที่เหลือทั้งหมดจะเป็นลูกหนี้ เมื่อเจ้าหนี้ปิดตานับ 1-20 ลูกหนี้ทั้งหมดจะต้องรีบออกไปหาที่แอบไม่ให้เจ้าหนี้มองเห็น
  3. เมื่อเจ้าหนี้นับครบ 20 ให้เขาเริ่มออกไปตามหาลูกหนี้ เมื่อเจอตัวลูกหนี้คนไหน ให้พูดว่า “โป้ง!” หากเจ้าหนี้ตามหาลูกหนี้ได้ครบทุกคน ลูกหนี้ที่ถูกโป้งคนแรก จะเปลี่ยนเป็นเจ้าหนี้ในเกมถัดไป
  4. แต่หากในระหว่างที่เจ้าหนี้ตามหาลูกหนี้ แล้วมีลูกหนี้แอบเข้ามาแตะตัวเจ้าหนี้แล้วพูดว่า “แปะ” โดยที่เจ้าหนี้ไม่รู้ตัวมาก่อน ให้ถือว่าจบเกม และเจ้าหนี้คนเดิมจะต้องปิดตา นับ 1-20 เพื่อเล่นใหม่อีกครั้งหนึ่ง

บทนำเรื่อง “คุณจะยกโทษให้ผมได้ไหม?”

ในปี 1947 หลังสงครามโลกเพียงไม่กี่ปี คอรี่ เทนบูม หญิงชาวเนเธอร์แลนด์ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรที่โบสถ์ในมิวนิค เธอและครอบครัวของเธอเคยถูกจับไปอยู่ในค่ายกักกันของนาซีโทษฐานให้ที่หลบซ่อนกับชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พี่สาวและพ่อของเธอต้องเสียชีวิตลงระหว่างอยู่ในค่ายกักกัน

หลังจากที่เธอแบ่งปันเสร็จและเดินลงจากเวที มีชายคนหนึ่งเดินมาหาเธอ เมื่อเธอมองเห็น “ผู้ชายคนนั้น” ในทันที่เธอจำได้แม่นยำว่า เขาคือทหารนาซีในค่ายกักกันที่เธอเคยถูกคุมขังและทรมาน ชายคนนั้นพูดกับเธอว่า หลังจากสงครามยุติ ผมได้กลับใจมาเป็น คริสเตียน ผมรู้ว่า พระเจ้าได้ยกโทษให้ผมกับสิ่งชั่วช้าที่ผมได้ทำลงไป แต่ผมอยากจะได้ยินจากปากของคุณ” ชายคนนั้นยื่นมือออกมาหาคอรี่ แล้วพูดต่อว่า “คุณจะยกโทษให้ผมได้ไหม?” คอรี่ยืนที่นั่นคิดในใจว่า “ฉันยกโทษให้เขาไม่ได้ เบทซี่ตายที่นั่น เขามาขอให้ลบล้างการตายอย่างทุกข์ทรมานด้วยคำพูดแค่นี้หรือ?” คอรี่สู้กับความคิดภายในอย่างสุดแสนยาก เธอรู้แน่ว่า เธอจะต้องยกโทษให้เขา “พระเจ้าผู้สถิตในสวรรค์ จะทำต่อพวกท่านอย่างนั้น ถ้าพวกท่านแต่ละคนไม่ยอมยกโทษให้พี่น้องจากใจของพวกท่าน” มัทธิว 18:35 หัวใจของเธอแตกร้าว รู้ว่าการให้อภัยนั้นเป็นสิ่งที่ต้องตั้งใจทำ ถึงแม้ใจจะรู้สึกไม่อยากทำ เธอยืนตัวแข็งอธิษฐานในใจ “พระเยซูช่วยฉันด้วย สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้คือ ยื่นมือของฉันออกไป แต่พระองค์ต้องประทานความรู้สึกอภัยให้ฉันด้วย ฉันทำได้แค่นี้จริงๆ ”

หลังจากนั้น เธอก็ยื่นมือออกไปทื่อๆ เพื่อไปจับมือที่ยื่นรออยู่ แล้ววินาทีนั้นเอง พระเจ้าทำการอัศจรรย์ เธอรู้สึกถึงกระแสคลื่นจากหัวไหล่วิ่งไปตามแขน ไปที่ข้อมือของเธอ แล้วเธอรู้สึกหัวใจของเธอได้รับการเยี่ยวยารักษา มันท่วมท้นทั่วร่างกายของเธอจนทำให้น้ำตาเธอไหล “ฉันยกโทษให้คุณ” เธอกล่าวต่อ “หมดทั้งหัวใจของฉันเลย” อดีตทหารผู้คุมกับอดีตนักโทษยืนจับมือกันอยู่นาน เธอไม่เคยรู้จักความรักของพระเจ้าที่เข้มข้นเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต

- จากนิตยสารไกด์โพสต์ 1972

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 18:21-35)

วันหนึ่ง เปโตรมาหาพระเยซูแล้วถามว่า “พระองค์เจ้าข้า ถ้าพี่น้องของข้าทำผิดต่อข้า ข้าควรให้อภัยเขากี่ครั้ง? สักเจ็ดครั้งพอไหม?” พระเยซูตอบว่า “ไม่ใช่แค่ 7 ครั้งหรอก แต่ควรจะเป็น 70x7 ครั้ง!” แล้วพระเยซูก็เล่าเรื่องให้ทุกคนฟัง...

 รูปภาพที่ 1 แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนกษัตริย์องค์หนึ่งอยากคิดบัญชีสะสางหนี้ที่บรรดาทาสติดค้างอยู่ ชายคนหนึ่งถูกเรียกตัวเข้ามา เขาเป็นคนรับใช้ที่ติดหนี้กษัตริย์เป็นจำนวน มหาศาล! มากถึงหนึ่งหมื่นตะลันต์! (“ตะลันต์” คือเงินจำนวนมากในสมัยนั้น 1 ตะลันต์มีค่าประมาณเท่า กับค่าจ้าง 20 ปี ดังนั้น 10,000 ตะลันต์เท่ากับเงินค่าจ้าง 200,000 ปี) มากมายเสียจนทั้งชีวิตก็ไม่มีวันใช้คืนได้หมด กษัตริย์จึงสั่งให้เอาตัวเขาไปขาย รวมทั้งเมียเขา ลูกเขา และทุกอย่างที่เขามี แล้วนำเงินมาใช้หนี้ เพราะเขาไม่มีเงินที่จะใช้หนี้ ทาสคนนั้นก็ทรุดตัวลงกราบวิงวอนว่า “ขอเมตตาข้าด้วยเถิด ขอเวลาข้าอีกหน่อย แล้วข้าจะใช้หนี้คืนให้ทั้งหมด!” กษัตริย์เห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร จึงยกหนี้ทั้ง หมดให้แล้วปล่อยตัวเขาไป! ใช่แล้ว... ยกหนี้ให้ทั้งก้อนเลย ชายคนนั้นไม่ต้องจ่ายอะไรเลย!

รูปภาพที่ 2 แต่ทันทีที่ทาสคนนั้นออกไป เขาเจอชายคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนทาสเหมือนกัน เพื่อนทาสคนนี้ติดหนี้เขาอยู่เพียงแค่ 100 เดนาริอัน (ค่าแรงประมาณ 3 เดือน) นิดเดียวเมื่อเทียบกับหนี้ของเขาเอง ทาสคนนั้นได้จับเพื่อนไว้แล้วบีบคอร้องเสียงดังว่า “แกต้องใช้หนี้มาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เพื่อนทาสคนนั้นก็ทรุดลงกราบและอ้อนวอนว่า “ขอเวลาให้ฉันหน่อยเถิด แล้วฉันจะใช้คืนให้ทั้งหมด” แต่เขาไม่ยอมฟังคำขอร้องนั้นเลย แต่กลับส่งเพื่อนทาสคนนั้นไปขังคุกจนกว่าจะจ่ายหนี้ได้หมด

รูปภาพที่ 3 เมื่อเพื่อนทาสคนอื่น ๆ ได้เห็นเหตุการณ์นี้ ก็เป็นทุกข์ใจนัก พวกเขาไปทูลกษัตริย์ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น กษัตริย์ได้ยินดังนั้นก็โกรธมาก!

 

 

รูปภาพที่ 4 พระองค์จึงเรียกทาสคนนั้นกลับมาแล้วกล่าวว่า “ไอ้ข้าชาติชั่ว! เราอุตส่าห์ให้อภัยยกหนี้ให้เจ้าทั้งหมด เพราะเจ้าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเรา แต่ยังไม่ทันไรเจ้ากลับไม่ยอมเมตตาเพื่อนของเจ้าเหมือนที่เราได้เมตตายกหนี้ให้กับเจ้าหรือ?” กษัตริย์จึงลงโทษเขา และสั่งให้ผู้คุมจับเขาไปคุมขังไว้จน กว่าจะใช้หนี้ได้หมด

พระเยซูตรัสว่า “พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ ก็จะทรงทำต่อพวกท่านอย่างนั้น ถ้าพวกท่านแต่ละคนไม่ยอมยกโทษให้พี่น้องจากใจของพวกท่าน”

แผนการแห่งความรอด

สำหรับเด็กที่ยังไม่เป็นคริสเตียน หนูรู้ไหมว่า ครูและหนูมีปัญหาใหญ่เท่าๆ กับทาสในคำอุปมานี้ ทาสคนนี้มีหนี้สินจำนวนมหาศาลที่หากเขาใช้เวลาทั้งชีวิต เขาก็ไม่สามารถชดใช้ได้หมด เช่นเดียวกับที่ครูและหนูเกิดมามีธรรมชาติบาป และทำบาป ครูและหนูจึงมีหนี้ความบาป หรือที่เราเคยได้ยินว่า เรามีเวรกรรมที่จะต้องชดใช้ แต่ปัญหาคือ เราไม่สามารถชดใช้หนี้บาปนั้นได้ทั้งหมด เราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

แผ่นดินสวรรค์ก็เหมือนพระเจ้าที่เมตตารักและสงสารมนุษย์ พระองค์จึงส่งพระเยซูลงมาในโลก เพื่อที่พระองค์จะมาชดใช้รับโทษบาปแทนครูและหนู เพราะพระองค์รู้ว่า เราไม่สามารถช่วยตัวเราเองได้ ดังนั้นหากหนูเชื่อว่าพระเยซูเป็นบุตรพระเจ้า มาตายบนไม้กางเขนเพื่อชดใช้หนี้บาปแทนหนู และยินดีต้อนรับพระองค์เข้ามาในชีวิต พระองค์สัญญาว่า หนูจะได้รับการอภัยโทษ มีชีวิตใหม่คือชีวิตนิรันดร์ หนูจะไม่เป็นทาสอีกต่อไป แต่จะได้ถูกเรียกว่าเป็นบุตร และมีสิทธิ์ในแผ่นดินสวรรค์ เพราะพระเยซูชดใช้หนี้บาปทั้งหมดแทนหนูแล้ว

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน หากหนูเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว พระองค์ได้ให้อภัยหนูทั้งที่หนูเคยทำผิด ทำบาปมากมาย และเมื่อหนูได้รับการอภัยแล้ว พระเจ้าคาดหวังว่าหนูจะเรียนรู้ที่จะให้อภัยคนอื่นด้วย พระองค์ต้องการให้หนูให้อภัย “จากใจจริง” ไม่ใช่แค่แกล้งพูดหรือทำเหมือนยกโทษให้ แต่ยังเก็บความเจ็บแค้นไว้ในใจ การให้อภัยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันเป็นเครื่องหมายของหัวใจที่สำนึกในพระคุณของพระเจ้า

หนูสามารถฝึกฝนการให้อภัยคนอื่นได้ โดยการไม่เก็บเรื่องนั้นมาใส่ใจ ทำให้เกิดความเกลียดชังและอยากคิดแก้แค้นเอาคืน และหากหนูรู้สึกว่ามันยากเหลือเกินที่หนูจะให้อภัย หนูสามารถอธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าช่วยให้หนูสามารถทำตามสิ่งที่พระองค์ต้องการในชีวิตของหนู และแน่นอนทีเดียว หากหนูยอมต่อพระเจ้า พระพรของพระเจ้าจะอยู่กับหนู และความโปรดปรานของพระองค์จะอยู่เหนือชีวิตของหนู

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. พระเยซูเปรียบแผ่นดินสวรรค์เป็นเหมือนกับอะไร?
  2. ทาสคนที่เป็นหนี้จำนวนมากจนทั้งชีวิตของเขาก็ไม่สามารถหาเงินมาชดใช้ได้ทั้งหมด เกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาร้องขอความเมตตาจากกษัตริย์?
  3. เกิดอะไรขึ้นหลังจากทาสคนนั้นได้รับการอภัยและยกหนี้สินให้ทั้งหมด?
  4. หนูได้สังเกตไหมว่า เมื่อกษัตริย์ยกหนี้ให้ทาสคนนั้นทั้งหมด ทาสคนนั้นได้ขอบคุณหรือสำนึกในบุญคุณกษัตริย์ไหม?
  5. หากหนูเป็นทาสคนแรกที่ได้รับการอภัยและยกหนี้ให้ทั้งหมด หนูคิดว่าหนูจะทำอะไรบ้าง?
  6. เมื่อพระเจ้าให้อภัย และยกโทษให้หนูแล้ว พระองค์เองต้องการให้หนูทำอย่างไร เมื่อมีคนทำผิดต่อหนู?
  7. หากหนูรู้สึกว่าการให้อภัย ยกโทษให้คนอื่นนั้นยากเหลือเกิน หนูสามารถทำอะไรได้บ้าง?

กิจกรรม

หนูเลือกที่จะให้อภัย

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ถ่ายเอกสารแบบหนังสือเล่มเล็ก
  • พระคัมภีร์
  • สีไม้
  • ปากกา
  • กรรไกร
  • ที่เย็บกระดาษ

วิธีทำ

  1. เด็กแต่ละคนจะได้รับแบบถ่ายเอกสารสำหรับทำหนังสือเล่มเล็กคนละ 1 แผ่น
  2. คุณครูอ่านพระคัมภีร์ทีละข้อที่ปรากฏบนแบบถ่ายเอกสาร—เอเฟซัส 4:32, มัทธิว 6:12, 1 เปโตร 4:8, และ โรม 12:19
  3. เมื่ออ่านเสร็จแต่ละข้อ ให้เวลาเด็กเขียนด้วยคำพูดของเขาเองลงในช่องว่างด้านบนของข้อพระคัมภีร์ว่าพระคัมภีร์ข้อนั้นๆ สอนเขาให้อภัยเพราะอะไร? เช่น

เอเฟซัส 4:32 เพราะพระเจ้าให้อภัยหนูทางพระเยซู

มัทธิว 6:12 หนูยกโทษให้คนอื่นเหมือนที่พระเจ้ายกโทษให้หนู

1 เปโตร 4:8 เพราะความรักให้อภัยความผิดมากมายได้

โรม 12:19 เพราะการแก้แค้นเป็นของพระเจ้า ไม่ใช่ของหนู

(พระเจ้าเป็นผู้ตัดสินที่ยุติธรรม)

  1. เมื่อเด็กเขียนเสร็จเรียบร้อย ให้ระบายสีและตกแต่งให้สวยงาม
  2. หลังจากนั้นตัดแบบถ่ายเอกสารออกตามเส้นทึบ เมื่อตัดเสร็จแล้วจะได้กระดาษ 5 แผ่น
  3. เรียงกระดาษจากแผ่นที่เล็กที่สุดไปจนถึงแผ่นที่ใหญ่ที่สุด โดยจะมี “หนูเลือกที่จะให้อภัยเพราะ....” เป็นแผ่นที่อยู่ด้านหน้าสุด และเรียงไปจนถึงแผ่นที่มีข้อพระคัมภีร์ “โรม 12:19” เป็นแผ่นหลังสุด
  4. เย็บกระดาษทั้งหมดเข้าด้วยกันจากด้านบน หลังจากนั้นก็จะได้สมุดเล่มเล็กที่สามารถเปิดพลิกดูจากด้านบน

กิจกรรม

“ถุงหัวใจ”

(กิจกรรมสร้างสรรค์)

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือตามจำนวนของเด็ก
  • ถุงผ้าขนาดพอเหมาะกับจำนวนก้อนหิน

วิธีทำ

  1. คุณครูแจกก้อนหินให้เด็กคนละ 1 ก้อน และให้เด็กแต่ละคนจินตนาการถึงเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ อาจเป็นความผิดหรือสิ่งที่คนอื่นทำให้เขาโกรธ เสียใจ เจ็บใจ เช่น ถูกเพื่อนแกล้ง, ถูกแม่ดุ หรือ มีคนเดินมาเหยียบเท้า แล้วเด็กเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้ในใจ
  2. คุณครูยื่นถุงผ้าขึ้นให้เด็กทุกคนเห็น เปรียบถุงผ้าใบนี้เหมือนหัวใจของเรา คุณครูอาจเป็นคนเริ่มยกเหตุการณ์หนึ่งให้เป็นตัวอย่างแก่เด็ก เมื่อพูดจบคุณครูเอาก้อนหินใส่ลงในถุงผ้า แล้วส่งถุงผ้าต่อไปให้กับเด็กคนหนึ่งในชั้นเรียน
  3. ให้เด็กเล่าเหตุการณ์ที่เขาคิดไว้ให้ชั้นเรียนได้ฟัง เมื่อพูดจบก็ให้เด็กเอาก้อนหินของเขาใส่ในถุงผ้า
  4. ทำเช่นนี้จนเด็กทุกคนในชั้นเรียนได้มีโอกาสพูดและใส่ก้อนหินลงในถุงผ้า คุณครูส่งถุงผ้าที่เต็มไปด้วยก้อนหินให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสลองแบกถุงนั้น ซึ่งจะรู้สึกหนักอึ้ง
  5. สะท้อนบทเรียน - เมื่อมีคนทำผิดกับเรา แล้วเราไม่ให้อภัยเขา ชีวิตของเราก็จะเหมือนถุงผ้าใบนี้ที่ต้องแบกความโกรธ ความเกลียด ความเจ็บใจ ขมขื่นใจไว้กับตัวของเราเอง จนบางครั้งมันขโมยความสุขในหัวใจของเราไป และแทนที่ด้วยความทุกข์หนักอึ้งในหัวใจ
  6. เสนอวิธีง่ายๆ ในการจัดการกับอารมณ์ของเด็ก เมื่อเขาโกรธ หรือโมโห
  • หยุด และยอมรับอารมณ์ของตัวเอง (รู้ว่าตัวเองโกรธ โมโห เสียใจ)
  • หายใจเข้า-ออก 3 รอบ (หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก หายใจออกทางปาก)
  • อธิษฐานขอพระเจ้าช่วยให้มีกำลังที่จะอภัยผู้อื่นได้ (สูดหายใจลึกๆ ขอกำลังจากพระเจ้า หายใจออก ปล่อยเอาอารมณ์โกรธค่อยๆ ออกไปจนหมดลม)
  1. คุณครูทำเป็นตัวอย่าง เมื่อทำเสร็จแล้วให้คุณครูหยิบก้อนหิน 1 ก้อนออกจากถุงหัวใจ แล้วส่งถุงต่อให้เด็กถัดไป
  2. ให้เด็กฝึกวิธีหยุด หายใจ และอธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าเหมือนที่คุณครูได้สอน และเมื่อทำเสร็จแล้วให้เขาหยิบก้อนหินออกจากถุงได้ 1 ก้อน ทำเช่นนี้จนไม่เหลือก้อนหินในถุงหัวใจ
  3. สรุป - พระเจ้าต้องการให้เราทุกคนเรียนรู้จักการให้อภัยคนอื่น เมื่อไรก็ตามที่เด็กๆ รู้สึกว่าถุงหัวใจของตนมีก้อนหินของความโกรธเกลียดอยู่ข้างใน เด็กๆ จะต้องหยุด หายใจ และอธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าที่จะช่วยให้หนูสามารถให้อภัยและยกก้อนหินนั้นออกจากหัวใจของหนู

กิจกรรม

ทำที่บ้าน