บทเรียน : ดินสี่ประเภท

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าคำอุปมานี้เปรียบเทียบกับจิตใจมนุษย์ที่ตอบสนองต่อพระคำของพระเจ้า
  • ตรวจสอบหัวใจของหนูว่า หนูตอบสนองต่อพระคำพระเจ้าอย่างไร
  • ตั้งใจจะเป็นดินดี รับพระคำของพระเจ้าและนำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อหนูจะเจริญเติบโต

T I P S สำหรับคุณครู

2 ทิโมธี 2:15 “จงอุตส่าห์ถวายตัวของท่านเอง.. เป็นคนงานที่ไม่อับอายสอนพระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง”

คุณครูที่ประเมินผลการสอนอยู่เสมอ คือคุณครูที่ไม่หยุดยั้งในการพัฒนาทักษะของตนเอง การคิดทบทวนว่า เด็กเข้าใจสิ่งที่คุณครูต้องการสื่อสารไหม? เด็กๆ มีเวลาเพียงพอในการฝึกฝนสิ่งที่เขาเรียนรู้ไปหรือไม่? เด็กๆ มีท่าทีอย่างไรเมื่อเริ่มชั้นเรียน และตอนเรียนเสร็จ?  มีอะไรที่ควรปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสำหรับการสอนครั้งต่อไปไหม? คำถามเหล่านี้สามารถช่วยพัฒนาคุณครูให้เป็นคนงานที่พระเจ้าทรงรับรอง และไม่อับอายในการสอนพระวจนะของพระองค์

เกม “อีตัก”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • เมล็ดถั่วแดง หรือ เมล็ดพืชที่มีขนาดใกล้เคียง เช่น เมล็ดมะขาม เมล็ดน้อยหน่าก็ได้
  • ใบไม้ที่มีลักษณะใบแข็ง

วิธีเล่น

  1. ให้เด็กนั่งล้อมเป็นวงกลม หากมีเด็กจำนวนมาก อาจให้เด็กนั่งล้อมวงละ 5-7 คนก็ได้
  2. เด็กแต่ละคนจะได้รับใบไม้คนละ 1 ใบซึ่งจะใช้สำหรับตักเมล็ดถั่ว
  3. ให้โปรยเมล็ดถั่วจำนวนพอประมาณ ตรงกลางวงกลม
  4. เด็กจะใช้ใบไม้ตักเมล็ดถั่วขึ้นมาทีละคน โดยห้ามใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วย หากเด็กตักได้ ให้เก็บเมล็ดถั่วนั้นไว้กับตัว
  5. อาจจะเล่นคนละ 2-3 รอบ ใครที่ตักเมล็ดถั่วได้มากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ

 

บทนำเรื่อง “หมอดิน”

หมอดิน เป็นชื่อเล่นที่ใช้เรียกผู้รอบรู้ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านดิน เป็นคนที่ช่วยเหลือเกษตรกรจัดการเรื่องดินและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับดิน หมอดินจะเป็นผู้ช่วยให้ความรู้ เป็นที่ปรึกษา เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากดินและที่ดินในการทำการเพาะปลูกเป็นไปได้อย่างยั่งยืนและเกิดดอกออกผลอย่างสูงสุด

หมอดินยังเป็นผู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ให้ผืนดินเกิดการเสื่อมโทรม พื้นที่หลายแห่งที่เกิดการเสื่อมโทรมของดินจนถึงขั้นวิกฤตเรียกว่า “ดินป่วย” ไม่สามารถใช้เพาะปลูกทำมาหากินได้ หมอดินก็จะทำหน้าที่รักษาปรับปรุงดินโดยการพักดิน เติมปุ๋ยซึ่งเป็นอาหารให้กับดิน เพื่อให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม

การรักษาดูแลดินให้ดีถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะมันเป็นแหล่งเพาะปลูกเพื่อเป็นแหล่งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ในทำนองเดียวกับคำอุปมาเรื่องของดิน ซึ่งเปรียบได้กับหัวใจของมนุษย์ ที่เราควรระแวดระวังดูแลรักษาไว้ให้ดี เพราะทุกสิ่งที่เราทำนั้นเกิดออกมาจากใจ (สุภาษิต 4:23)

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 13:1-23)

วันหนึ่งพระเยซูออกไปยังริมทะเลสาบ มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์จึงเดินลงไปนั่งบนเรือ ส่วนผู้คนก็ยืนอยู่ริมฝั่งหาด แล้วพระองค์ก็เริ่มเล่าเรื่องให้พวกเขาฟังโดยใช้คำอุปมาเปรียบเทียบ

 รูปภาพที่ 1 พระเยซูพูดว่า “นี่แน่ะ! มีชาวนาคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช ในขณะที่เขากำลังหว่านเมล็ดพืชออกไป บางเมล็ดตกลงตามริมทางซึ่งเป็นทางเดิน นกก็บินโฉบลงมาและจิกกินเมล็ดนั้นหมดก่อนที่จะได้งอก

 

 

รูปภาพที่ 2 เมล็ดบางส่วนตกบนดินที่มีหินปนอยู่ มีดินอยู่ไม่มากนัก เมล็ดพืชก็งอกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่พอเจอแดดแรงก็ไหม้เหี่ยวเฉาเพราะมันมีรากตื้นๆ ไม่ลึกพอ

 

 

 

รูปภาพที่ 3 เมล็ดอีกบางส่วนตกท่ามกลางพงหนาม พอเมล็ดงอกขึ้นมาก็มีต้นหนามงอกขึ้นปกคลุม พืชนั้นถูกรัดจนเติบโตไม่ได้

 

 

 

รูปภาพที่ 4 แต่บางเมล็ด ตกบนดินดี มันก็เติบโตเป็นต้นไม้แข็งแรง และเกิดดอกออกผลมากมาย บางต้นได้ผลสามสิบเท่า บางต้นหกสิบเท่าและบางต้นออกผลเป็นร้อยเท่าจากเมล็ดที่หว่านไว้

ฟังให้ดีนะ! นี่คือความหมายของเรื่องชาวนาที่หว่านเมล็ดพืชลงบนดิน เมล็ดพืชหมายถึงพระคำของพระเจ้า เมล็ดพืชซึ่งถูกหว่านไปตกริมทาง (พลิกกลับไปรูปภาพที่1)  ได้แก่ คนที่ได้ยินพระคำของพระเจ้าแต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาชิงเอาคำเหล่านั้นไปจากใจของเขา เหมือนนกที่มากินเมล็ดพืชไป ทำให้คนนั้นไม่เข้าใจและเหมือนไม่เคยได้ฟังคำของพระเจ้าเลย

เมล็ดพืชที่หว่านตกในดินที่มีหิน (พลิกเปิดรูปภาพที่ 2) คือคนที่ได้ยินพระคำของพระเจ้าแล้วก็รับทันทีด้วยความตื่นเต้นยินดี แต่เพราะไม่มีรากลึก พอเจออุปสรรคปัญหา ความทุกข์ยากลำบากหรือถูกล้อเลียนข่มเหง เขาก็ล้มเลิกไม่เชื่อพระเจ้าในทันที

เมล็ดซึ่งหว่านตกในพงหนาม (พลิกเปิดรูปภาพที่ 3) คือคนที่ได้ยินพระคำของพระเจ้า แล้วเชื่อในพระองค์ แต่เขาให้ความกังวลในชีวิต และความอยากได้อยากมีเข้ามาล่อลวง เบียดรัดจนพระคำของพระเจ้าไม่สามารถเติบโตในชีวิตของเขาได้

แต่ส่วนเมล็ดที่ตกลงบนดินดี (พลิกเปิดรูปภาพที่ 4) คือคนที่ได้ยินพระคำของพระเจ้าแล้วเข้าใจและเก็บพระคำนั้นไว้ในใจ เขาเชื่อฟังและทำตามพระคำนั้น ทำให้เขาเติบโตและแบ่งปันความรักของพระองค์กับคนอื่นเหมือนพืชที่ออกผลมากมาย!

แผนการแห่งความรอด

สำหรับเด็กที่ยังไม่เป็นคริสเตียน วันนี้หนูได้เรียนรู้ว่า พระเยซูเปรียบพระคำของพระเจ้าเหมือนเมล็ดพืชที่หว่านลงไปในใจของคนเรา บางคนไม่ได้ตั้งใจหรือใส่ใจฟังพระคำของพระเจ้า เขาจึงไม่เข้าใจหรือลืมไปอย่างรวดเร็ว พระเยซูไม่อยากให้ชีวิตของหนูเป็นเช่นนั้น พระองค์รักหนูมากเหลือเกิน จนพระองค์ได้ยอมตายบนไม้กางเขนเพื่อรับโทษบาปของหนูไป และหากหนูเชื่อและวางใจในพระเยซู รับพระเยซูเข้ามาในใจและในชีวิตของหนู พระเจ้าจะให้หนูเป็นลูกของพระองค์ และได้รับชีวิตนิรันดร์

พระเยซูรักหนู และต้องการให้หนูเปิดใจของหนูออกเพื่อต้อนรับพระองค์ เหมือนดินดีที่เมื่อเมล็ดพืชตกลงไป ก็เจริญงอกงามเกิดดอกออกผลหลายเท่า

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน มีอะไรในชีวิตของหนูที่เป็นเหมือน “หนาม” ทำให้หนูไม่เติบโตในทางของพระเจ้าหรือเปล่า? ยุ่งเกินไปทำให้ไม่มีเวลาให้กับพระเจ้า เช่น คนที่ยุ่งวุ่นวายในการหาเงินมากเกินไปจนไม่มีเวลาอธิษฐาน หรือ คนที่หมกหมุ่นกับการเรียนมากเกินไป จนไม่ให้เวลากับการอ่านพระคัมภีร์ การทำงานหาเงิน หรือการเรียน เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถ้ามันมากเกินไป มันก็จะกลายเป็น “หนาม” ในชีวิต และทำให้หนูไม่สามารถเติบโตได้เช่นกัน

หนูอยากให้ใจของหนูเป็นดินแบบไหน? แน่นอน! เราอยากให้หัวใจของเราเป็นดินดี เป็นคนที่ฟังพระคำของพระเจ้าแล้ว เก็บพระคำนั้นไว้ในใจ หนูสามารถเป็น “ดินดี” ได้ โดยการอ่านหรือฟังพระคำของพระเจ้าแล้ว ใคร่ครวญ เชื่อฟังและทำตามคำสอนนั้น ด้วยการทำเช่นนี้หนูก็จะเจริญ เติบโตงอกงามในทางของพระเจ้า และเป็นพรมีส่วนในการนำผู้อื่นมาถึงพระเยซูด้วยเช่นกัน

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. พระเยซูกล่าวคำอุปมาเปรียบเทียบหัวใจของคนกับดินกี่ประเภท?
  2. เมล็ดพืชเป็นภาพเปรียบเทียบกับอะไร?
  3. เมล็ดพืชที่ตกลงบนริมทาง มีความหมายว่าอย่างไร?
  4. เมล็ดพืชที่ตกลงบนดินที่มีหิน มีความหมายว่าอย่างไร?
  5. เมล็ดพืชที่ตกลงบนพงหนาม มีความหมายว่าอย่างไร?
  6. เมล็ดพืชที่ตกลงบนดินดี มีความหมายว่าอย่างไร?
  7. หนูอยากเป็นดินประเภทไหน? ทำไม?

กิจกรรม

ดินสี่ชนิด กับ คนสี่ประเภท

จับคู่รูปภาพดินสี่ชนิดให้ตรงกับหัวใจของคนสี่ประเภท (มัทธิว 13:1-23)

กิจกรรม

“ดินแบบไหน?”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดาษหรือป้ายชื่อ 4 ใบ เขียนว่า "ดินริมทาง", "ดินมีหิน", "ดินมีหนาม"และ "ดินดี"
  • เมล็ดถั่ว หรือ ข้าวเปลือก หรือ เมล็ดพืชอะไรก็ได้ที่สามารถหาได้
  • กล่องหรือตะกร้า 4 ใบ

วิธีทำ

  1. วางกล่องทั้ง 4 ใบไว้ในห้อง และติดป้ายชื่อให้ตรงกับแต่ละประเภทของดิน
  2. หลังจากที่เด็กได้เรียนคำอุปมาของพระเยซูเรื่อง “ดินสี่ประเภท” ไปแล้ว กิจกรรมนี้จะใช้เป็นการทบทวนสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ไปจากบทเรียน
  3. ให้เด็กผลัดกันหยิบเมล็ดทีละเมล็ด แล้ววิ่งไปใส่ในกล่องที่ตรงกับคำอธิบายที่ครูให้
  • ดินที่ต้นไม้โตเร็ว แต่รากไม่ลึก พอถูกแดดแรงๆ ต้นนั้นก็ตาย (ดินมีหิน)
  • ดินที่ปลูกอะไรก็เกิดดอกออกผล (ดินดี)
  • ดินที่พอต้นไม้งอกขึ้นก็ถูกหนามรัดจนเติบโตไม่ได้ (ดินมีหนาม)
  • ดินที่มีนกคอยจิกเมล็ดพืชไปกิน (ดินริมทาง)
  • คนที่เมื่อเจออุปสรรคปัญหา ก็ปฏิเสธพระเจ้า ทิ้งความเชื่อไป (ดินมีหิน)
  • คนที่เชื่อฟังทำตามพระคำพระเจ้า (ดินดี)
  • คนที่แสดงความรักของพระเจ้าให้แก่คนอื่ และนำคนอื่นมาถึงพระเจ้า (ดินดี)
  • คนที่เชื่อพระเจ้า แต่ยุ่งเกินไปจนไม่มีเวลาให้พระเจ้า เขาก็ไม่เติบโต (ดินมีหนาม)
  • คนทื่เชื่อพระเจ้าแต่ลุ่มหลงเงินทองมากเกินไปจนละเลยทางของพระเจ้า (ดินมีหนาม)
  1. หลังเล่นเสร็จ อภิปรายว่า “ดินดี” มีลักษณะอย่างไร และทำไมเราจึงอยากมีหัวใจแบบดินดี

กิจกรรม

ทำที่บ้าน