บทเรียน : พระเยซูในสวนเกทเสมนี

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าแม้แต่พระเยซูก็มีความทุกข์ใจ และเมื่อพระองค์ทุกข์ใจ พระองค์อธิษฐาน
  • สัมผัสถึงหัวใจของพระเยซู เมื่อพระองค์อธิษฐานขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า พระองค์ยอมเสียสละอย่างมาก
  • มุ่งมั่นตั้งใจในการอธิษฐาน และขอให้พระเจ้าช่วยให้หนูมีกำลังในการทำสิ่งที่ถูกต้อง

T I P S สำหรับคุณครู

โรม 12:12 “จงขะมักเขม้นอธิษฐาน” ชีวิตแห่งการอธิษฐานเป็นหนทางสู่ชีวิตที่มีสุขภาพดี เช่นเดียวกับการนอนหลับพักผ่อน ให้เวลาในการดูแลตัวของคุณครูเอง นำมาถึงคุณครูที่มีสุขภาพดี และคุณครูที่มีสุขภาพดีสามารถสร้างแรงบันดาลใจมากมายให้แก่เด็กๆ คุณครูที่มีสุขภาพกาย สุขภาพใจและจิตวิญญาณที่ดี สามารถสร้างสรรค์บทเรียนจากตัวหนังสือให้เป็นบทเรียนที่มีชีวิตชีวา สามารถจัดการกับวินัยในชั้นเรียนด้วยท่าทีที่เป็นบวก และส่งผลให้เด็กมีทัศนคติที่ดีในการเรียนรู้พระคำของพระเจ้า

เกม “ตื่นตัว”

วิธีเล่น

  1. ให้เด็กนั่งเป็นวงกลมหรือยืนในพื้นที่ที่กำหนด
  2. ขออาสาสมัครเด็กคนหนึ่งเป็น "พระเยซู" ซึ่งจะยืนอยู่ตรงกลางวง เด็กที่เหลือจะเป็น "สาวก" ของพระเยซู
  3. ให้เด็กๆ เดินรอบวงไปเรื่อยๆ จนกว่าพระเยซูจะพูดขึ้นว่า “ตื่นตัว!” สาวกทุกคนจะต้องหยุด และยืนในท่านั้นนิ่งๆ ทันที
  4. พระเยซูจะนับ 1-10 ในขณะที่ทุกคนยืนนิ่ง หากสาวกคนไหนขยับตัวหรือหลับตา จะถูกตัดออกจากเกมในรอบนั้น
  5. ขออาสาสมัครคนใหม่เพื่อมาเป็น “พระเยซู” แล้วเริ่มเล่นต่อไป
  6. เด็กคนสุดท้ายที่สามารถตื่นตัวยืนนิ่งได้นานที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

บทนำเรื่อง “ขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหารเช้า”

จอร์ช มูลเลอร์ นักอธิษฐานผู้บันทึกการตอบคำอธิษฐานของพระเจ้ามากกว่า 50,000 คำตอบในสมุดบันทึกประจำวันของเขา มีครั้งหนึ่งผู้ช่วยของเขาแจ้งว่า บ้านเด็กกำพร้าซึ่งมีเด็กกว่า 300 คนที่เขาดูแลอยู่นั้น ในเช้าวันนั้นพวกเขาไม่มีอาหารที่จะเลี้ยงเด็กเหล่านั้น จอร์ชเลยเรียกเด็กทุกคนหลังจากแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนแล้ว ให้มานั่งพร้อมกันในห้องอาหารและเริ่มอธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหาร หลังจากนั้นเขาก็นั่งรอคอย เพราะรู้ว่าพระเจ้าจะจัดเตรียมอาหารให้พวกเขาเหมือนที่พระองค์เคยทำเสมอมา สักครู่หนึ่ง เจ้าของร้านเบเกอรี่มาเคาะที่ประตูและพูดว่า “เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลย ผมรู้สึกว่าผมจะต้องอบขนมปังพวกนี้เพราะพวกคุณจะต้องการมัน ผมก็เลยลุกขึ้นมาอบขนมปังพวกนี้แล้วนำมาให้คุณในเช้าวันนี้” ผ่านไปไม่นาน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นคนส่งนม เขาบอกว่า “รถส่งนมของผมเกิดมาจอดเสียอยู่ตรงหน้าบ้านเด็กกำพร้านี้ ตอนนี้รถไปไหนไม่ได้ และนมที่อยู่ในรถจะต้องบูดเสียก่อนที่รถจะซ่อมเสร็จแน่ๆ” เขาจึงถามว่าเด็กๆ อยากจะเอานมเหล่านี้ไปดื่มไหม จอร์ชได้แต่ยิ้มรับในขณะที่คนส่งนมขนนม 10 ถังใหญ่ๆ เข้ามาในบ้านเด็กกำพร้า แน่นอนมันเพียงพอสำหรับเลี้ยงเด็กทั้ง 300 คนในเช้าวันนั้น

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 26:36-56, ลูกา 22:39-53)

 รูปภาพที่ 1 คืนหลังจากที่พระเยซูรับประทานอาหารค่ำมื้อสุดท้ายกับเหล่าสาวก พระองค์พาเปโตร ยากอบและยอห์นไปยังสวนเงียบสงบชื่อว่า เกทเสมนี เพื่อไปอธิษฐาน ท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นดูเงียบสงบ แต่ใจของพระองค์เป็นทุกข์ยิ่งนัก พระเยซูพูดกับเหล่าสาวกว่า “จงนั่งเฝ้าอยู่ที่นี่ ขณะที่เราไปอธิษฐานที่โน่น” เปโตร ยากอบ และยอห์น เดินตามพระเยซูไปอีกหน่อย พระเยซูหยุดและหันมาหาพวกเขา “ใจของเราเป็นทุกข์แทบจะตาย พวกท่านจงอยู่ที่นี่และเฝ้าระวังอธิษฐานกับเรา” สาวกพยักหน้า แม้พวกเขาก็เหนื่อยล้าหลังจากวันอันยาวนาน

 

รูปภาพที่ 2 พระเยซูเดินไปอีกหน่อย จึงคุกเข่าซบหน้าลงถึงดิน และเริ่มอธิษฐานพูดกับพระบิดา "โอ้! พระบิดา หากเป็นไปได้ ขอเลื่อนถ้วยแห่งความทุกข์นี้ไปให้พ้นจากข้าพระองค์เถิด แต่ไม่ใช่ตามที่ใจข้าพระองค์ต้องการ ขอให้เป็นตามใจของพระองค์" ถ้วยแห่งความทุกข์นี้เล็งถึงการที่พระเยซูจะต้องถูกจับไปทนทุกข์ทรมาน จนกระทั่งถูกตรึงตายบนไม้ก้างเขน ขณะที่พระเยซูอธิษฐาน พระองค์รู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งในสิ่งที่จะเกิดขึ้น พระองค์รู้ว่าพระองค์จะต้องเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัสเพื่อช่วยมนุษย์โลก แต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็จะยอมเชื่อฟังทำตามแผนการของพระเจ้า

รูปภาพที่ 3 พระเยซูลุกขึ้นและกลับมาหาสาวก แต่พวกเขาทำอะไรอยู่? เปโตร ยากอบ และยอห์น หลับไปแล้ว! พระองค์จึงเอ่ยขึ้นว่า "เปโตร เจ้าจะเฝ้าตื่นอยู่กับเราเพียงชั่วโมงเดียวไม่ได้หรือ? เฝ้าระวังและอธิษฐานเถิดเพื่อจะไม่ตกในการทดลอง ใจพร้อมแล้วก็จริงแต่กายยังอ่อนกำลัง"

สาวกลืมตาตื่นและสัญญาว่าจะอธิษฐาน พระเยซูกลับ ไปยังที่ของพระองค์และอธิษฐานอีกเป็นครั้งที่สอง "พระบิดา ถ้าถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์ไม่ได้ และข้าพระ องค์จำเป็นต้องดื่ม ก็ให้เป็นไปตามใจของพระองค์เถิด"

พระเยซูทุกข์ใจนักจนเหงื่อของพระองค์เหมือนหยดเลือดตกลงบนพื้น ในเวลานั้นเองพระเจ้าส่งทูตสวรรค์มาปลอบโยนและเสริมกำลังให้พระองค์

เมื่อพระเยซูกลับมาหาสาวก พวกเขายังหลับอยู่อีก ตาของพวกเขาลืมไม่ขึ้น! พระองค์จึงละจากพวกเขาและเดินไปอธิษฐานอีกเป็นครั้งที่สาม ทูลขอพระเจ้าเหมือนครั้งก่อน แล้วพระองค์กลับมายังพวกสาวกและพูดว่า "พวกท่านจะนอนต่อไปอีกหรือ? นี่แนะ เวลามาใกล้แล้ว บุตรมนุษย์จะต้องถูกมอบไว้ในมือของพวกคนบาป ลุกขึ้นไปกันเถิด คนที่ทรยศเรามาใกล้แล้ว”

รูปภาพที่ 4 ทันใดนั้น สวนที่เงียบสงบก็เต็มไปด้วยเสียงดัง ชายกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิง พร้อมดาบและไม้ตะบองเดินมา ยูดาส สาวกคนหนึ่งของพระเยซูเป็นผู้นำทาง พวกเขามาเพื่อทรยศพระองค์ ยูดาสเดินเข้ามาหาพระเยซูและจูบพระองค์ที่แก้ม แล้วพวกเขาก็เข้ามาและลงมือจับกุมพระเยซู แต่เปโตรชักดาบออกมาเพื่อปกป้องพระองค์ เขาฟันและทำให้หูของชายคนหนึ่งขาด!

พระเยซูจึงรีบสั่งว่า "เก็บดาบของเจ้าไว้ อย่าลืมว่าเราสามารถขอพระบิดาให้ส่งทูตสวรรค์นับพันมาปกป้องเราได้ แต่หากทำเช่นนั้น พระคัมภีร์จะสำเร็จได้อย่างไร?" พระเยซูแตะหูชายคนนั้นและรักษาให้หายทันที จากนั้นพระเยซูหันไปหาฝูงชนกล่าวว่า "พวกเจ้ามาพร้อมดาบและกระ บองเหมือนเราคืออาชญากรหรือ? เราสอนในพระวิหารทุกวันและพวกเจ้าไม่ได้จับเรา แต่เวลานี้เป็นเวลาของพวกเจ้า และความมืดก็ครองโลกแล้ว"

สาวกต่างตกใจกลัว ละพระองค์และพากันหนีไปทิ้งให้พระเยซูอยู่เพียงลำพัง เหล่าทหารจับกุมพระองค์ไป แต่พระเยซูรู้ว่าพระองค์กำลังทำตามแผนการของพระเจ้า

แผนการแห่งความรอด

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการเสด็จมาของพระเยซูบนโลกนี้คือ การมาเพื่อถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ในสวนเกทเสมนีคงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากใจที่สุดของพระองค์ เพราะรู้ว่าพระองค์กำลังเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานอย่างที่สุดจนถึงการตายบนไม้กางเขน ถึงแม้พระเยซูซึ่งมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ปุถุชนจะไม่อยากที่ทำอย่างนั้น แต่พระองค์ก็ยอมสละความปรารถนาส่วนตัว ยอมสละชีวิตของตัวเองทำตามใจของพระเจ้า คือยอมถูกจับ ถูกทรมาน จนถึงไม้กางเขน ก็เพราะความรักของพระองค์ต่อมนุษย์ทุกคน รวมทั้งครูและหนูด้วย

สำหรับเด็กที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า หากหนูต้องการรับความรักของพระเยซู หนูจะต้องต้อนรับพระองค์ให้เป็นพระผู้ช่วยให้หนูรอดพ้นจากโทษบาป แล้วหนูเองก็จะสามารถอธิษฐานต่อพระเจ้าได้ในเวลาที่ยากลำบาก พระองค์จะอยู่กับหนู และเป็นผู้ช่วยหนูในยามยากลำบากนั้น

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน พระเยซูไม่อยากทนทุกข์ทรมาน แต่พระองค์รู้ว่าการทำแผนของพระเจ้านั้นดีที่สุด หากหนูต้องตัดสินใจเรื่องที่ยาก หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หนูควรหยุดและอธิษฐาน ขอให้พระเจ้าช่วยหนูในการทำสิ่งที่ถูกต้อง ถึงแม้มันจะยาก เมื่อพระเยซูอธิษฐานด้วยความหนักใจ พระเจ้าส่งทูตสวรรค์ลงมาช่วยเป็นกำลังให้กับพระองค์ เช่นกันพระเจ้าจะไม่ปล่อยให้หนูต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง แต่พระเจ้าสัญญาว่าพระเจ้าจะอยู่กับหนู จะไม่ละทิ้งหนู และจะเป็นผู้ช่วยของหนู

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. พระเยซูกับพวกสาวกไปที่สวนเกทเสมนีเพื่อทำอะไร?
  2. พระเยซูขอให้พวกสาวกของพระองค์ทำอะไรระหว่างที่รอพระองค์?
  3. พระเยซูอธิษฐานขออะไรต่อพระเจ้าพระบิดา?
  4. เกิดอะไรขึ้น เมื่อพระเยซูทุกข์ใจอย่างหนักและอธิษฐานจนเหงื่อของพระองค์เหมือนเลือดตกลงบนพื้น?
  5. หนูคิดว่าอะไรเป็นอุปสรรคในการที่สาวกของพระเยซูไม่สามารถทำตามที่พระเยซูขอได้?
  6. มีอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคสำหรับหนูในการอธิษฐานต่อพระเจ้า?
  7. หนูคิดว่าหนูจะสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อจะเอาชนะหรือก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้น?

กิจกรรม

“สมุดบันทึกคำอธิษฐาน” (งานประดิษฐ์)

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • สมุดเล็กๆ หรือกระดาษเปล่าที่เย็บรวมกันเป็นเล่ม
  • สติกเกอร์
  • ปากกาเมจิก
  • ดินสอสี
  • วัสดุตกแต่งอื่นๆ
  • กาว

วิธีทำ:

  1. แจกสมุดเล็กๆ หรือกระดาษเปล่าที่เย็บรวมกัน (หรือกระดาษที่พับและเย็บรวมกันเพื่อทำเป็นสมุดเล่มเล็กๆ) แก่เด็กแต่ละคน
  2. ให้เด็กๆ ตกแต่งหน้าปกสมุดบันทึกคำอธิษฐานของตัวเอง โดยใช้สติกเกอร์, การวาดภาพ เขียนคำว่า "สมุดบันทึกคำอธิษฐาน" และตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ เช่น ไม้กางเขน หรือมือที่กำลังอธิษฐาน
  3. ภายในสมุด ให้เด็กๆ เขียนหรือวาดคำอธิษฐานหรือสิ่งที่พวกเขาต้องการพูดกับพระเจ้า โดยอาจจะให้เด็กๆ เลือกเขียนตามคำแนะนำ เช่น:  “วันนี้ขอบคุณพระเจ้าสำหรับอะไรบ้าง?”, “มีสิ่งไหนที่ต้องการให้พระเจ้าช่วยเหลือ?”, “เขียนคำอธิษฐานเพื่อคนอื่น เช่น พ่อแม่ เพื่อนๆ ญาติพี่น้อง ฯลฯ"
  4. หนุนใจให้เด็กๆ ใช้สมุดนี้เป็นเครื่องมือในการอธิษฐานเป็นประจำ บันทึกคำอธิษฐานในแต่ละวันของพวกเขาและแบ่งปันความคิด คำขอบคุณ หรือคำอธิษฐานกับพระเจ้า

การสะท้อนบทเรียน:
สมุดบันทึกการอธิษฐานนี้จะช่วยให้เด็กๆ สร้างนิสัยการอธิษฐาน ซึ่งเหมือนกับที่พระเยซูทำในสวนเกทเสมนี โดยพระเยซูพูดคุยและวางใจในพระเจ้า การทำสมุดบันทึกนี้จะช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของพวกเขากับพระเจ้าและเข้าใจว่า การอธิษฐานเป็นการสร้างสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า และช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นกับพระองค์

กิจกรรม

“พระเจ้าตอบคำอธิษฐาน”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดาษแข็งสำหรับทำปก
  • สีไม้หรือสีเทียน
  • กรรไกร
  • ที่เจาะรูกระดาษ
  • ริบบิ้น

วิธีทำ

  • ถ่ายเอกสารสัญญาณไฟจราจรลงบนกระดาษแข็ง และแจกให้เด็กแต่ละคน
  • หลังจากคุณครูอธิบายการตอบคำอธิษฐานของพระเจ้าแล้ว ให้เด็กระบายสีสัญญาณไฟจราจรลงบนกระดาษของพวกเขา สีแดง สีเหลือง และสีเขียวตามลำดับ
  • เขียนข้อท่องจำไว้ด้านหลังของไฟจราจร มัทธิว 6:10 “ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก”
  • เจาะรูด้านบนของสัญญาณไฟจราจร และผูกริบบิ้นให้สวยงาม

สะท้อนบทเรียน

ให้เด็กเห็นว่าพระเจ้าตอบคำอธิษฐานใน 3 แบบด้วยสัญญลักษณ์ง่ายๆ จากสัญญาณไฟจราจร: “ไม่ได้” (ไฟแดง), “รอ” (ไฟเหลือง) และ “ได้” (ไฟเขียว) เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจว่าคำตอบของพระเจ้าทุกครั้งนั้นล้วนเพื่อผลดีในชีวิตของพวกเขา

กิจกรรม

ทำที่บ้าน