T I P S สำหรับคุณครู
สดุดี 103:8 “พระยาห์เวห์ทรงพระกรุณา และมีพระคุณ กริ้วช้าและอุดมด้วยความรักมั่นคง”
เมื่อเด็กทำผิดหรือต่อต้านดื้อรั้น คุณครูควรขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าที่จะตอบสนองด้วยความรักเมตตา ด้วยสติ แทนคำตำหนิด่าว่าหรือการตะคอกเสียงดัง คุณครูสามารถปรับพฤติกรรมของเด็กด้วยความรักเมตตาแทนการลงโทษเด็ก เพื่อเปิดช่องทางให้แก้ไขข้อ ผิดพลาดและเติบโตเรียนรู้ แทนการตัดสินลงโทษต่อการกระทำผิดของเด็ก
เกม “จับผิด”
วิธีเล่น
- เลือกหัวข้อหรือสถานการณ์ เช่น ประสบการณ์ในชีวิต ความลับ งานอดิเรก หรือเรื่องที่แต่งขึ้น
- เด็กแต่ละคนจะผลัดกันเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับหัวข้อนั้น โดยมี 2 ทางเลือกคือ บอกตามความจริง หรือ โกหกอย่างแนบเนียน
- เมื่อผู้เล่นเล่าจบ คนอื่นในกลุ่มต้องพยายามเดาว่าเรื่องที่ได้ฟังเป็นเรื่องจริงหรือโกหก
- เมื่อพูดคุยกันเสร็จ ทุกคนในกลุ่มจะโหวตว่าเรื่องนั้นจริงหรือโกหก
- คนที่เล่าจะเฉลยความจริง หากจับโกหกได้สำเร็จ ผู้ที่ทายถูกจะได้คะแนน หรือถ้าทายผิด คนเล่าจะได้คะแนน
บทนำเรื่อง “สายลับทรยศ”
ใน ศึกบางระจัน มีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการต่อสู้ของชาวบ้านที่กล้าหาญในค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ช่วงพ.ศ. 2308-2310 ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านต่อสู้การรุกรานของกองทัพพม่าอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะไม่มีทหารหลวงช่วย แต่พวกเขาก็สร้างป้อมปราการและต่อสู้จนทัพพม่าถอยไปหลายครั้ง แม้จะมีกำลังน้อยกว่า
แต่ในที่สุดชัยชนะก็ไม่ได้เป็นของพวกเขา เพราะมีสายลับที่ทรยศช่วยพม่า สายลับคนนี้แอบปลอมตัวเป็นพ่อค้ามาขายของในบางระจัน แต่แท้จริงแล้วเขาคือคนที่ลอบสอดแนม ชาวบ้านไม่ทันรู้ตัว เขาแอบบอกตำแหน่งที่สำคัญและจุดอ่อนของป้อมบางระจันให้พม่าล่วงรู้ หลังจากนั้น ทัพพม่าก็ใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มป้อมอย่างหนัก จนทำให้ป้อมแตกและชาวบ้านถูกโจมตีจนหมดแรง
การทรยศของสายลับทำให้ชาวบ้านบางระจันต้องแพ้การต่อสู้ในที่สุด แต่เรื่องราวของพวกเขาก็ยังคงเป็นที่เล่าขานจนถึงทุกวันนี้ เพราะพวกเขาแสดงความกล้าหาญและการเสียสละเพื่อปกป้องบ้านเกิด แม้ว่าจะมีคนทรยศก็ตาม
เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 26:57-27:31, ยอห์น 18:12-19:16)
รูปภาพที่ 1 หลังจากยูดาสพาพวกทหารและเจ้าหน้าที่ของพวกยิวไปจับกุมพระเยซูที่สวนเกทเสมนีแล้ว พวกเขาก็พาพระเยซูไปยังบ้านของมหาปุโรหิต คายาฟาสคนนี้แหละที่แนะนำพวกยิวว่า ควรที่จะให้คนหนึ่งตายแทนประชาชนทั้งหลาย หัวหน้าพวกยิวพยายามหาพยานเท็จมาปรักปรำพระเยซูเพื่อจะได้ฆ่าพระองค์ พวกเขาถ่มน้ำลายรดหน้าและทุบตีพระองค์ บางคนตบหน้าและเยาะเย้ยพระองค์
รูปภาพที่ 2 เปโตรแอบตามไปห่างๆ จนถึงลานบ้าน ขณะที่เขานั่งอยู่เงียบๆ ไม่ให้เป็นที่สังเกตเห็น มีหญิงรับใช้คนหนึ่งมาพูดกับเขาว่า “เจ้าก็อยู่กับเยซูชาวกาลิลีด้วย” แต่เปโตรรีบปฏิเสธต่อหน้าคนทั้งหมดว่า “ที่เจ้าพูดนั้น ข้าไม่รู้เรื่อง” แล้วเขาก็ออกไปยืนอยู่นอกประตูบ้าน สาวใช้อีกคนหนึ่งเห็นเปโตรจึงบอกกับพวกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “คนนี้เคยอยู่กับเยซูชาวนาซาเร็ธ” เปโตรถึงกับส่ายหน้าปฏิเสธสาบานว่า “ข้าไม่รู้จักคนนั้น”
ไม่นานอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็เอ่ยขึ้น “เจ้าเป็นคนหนึ่งในพวกนั้นแน่ๆ เพราะว่าสำเนียงของเจ้ามันฟ้องอยู่ชัดๆ” เปโตรกลัวมากและเริ่มสบถสาบานร้องเสียงดัง “ข้าไม่รู้จักคนนั้นเลย!”
ทันใดนั้น ไก่ก็ขัน เปโตรสะดุ้งสุดตัว จำได้ว่าพระเยซูเคยพูดไว้ว่า "ก่อนไก่ขัน เจ้าจะปฏิเสธเราสามครั้ง" เปโตรรู้สึกผิดมาก เขารีบหลบออกไปข้างนอกร้องไห้ออกมาด้วยใจทุกข์ระทม
รูปภาพที่ 3 ส่วนยูดาสผู้ทรยศพระเยซู หลังจากเห็นว่าพระองค์ถูกจับไปลงโทษอย่างรุนแรงจึงเสียใจมาก เขานำเงิน 30 เหรียญที่พวกปุโรหิตและผู้นำศาสนายิวใช้ติดสิน บนเขาไปคืนที่พระวิหาร (เงิน 30 เหรียญใช้ซื้อขายทาสในพระธรรมอพยพ ซึ่งเป็นคำพยากรณ์จากเศคาริยาห์ 11:12-13 ว่าพระเมสสิยาห์จะถูกขายด้วยเงิน 30 เหรียญ สื่อถึงการถูกขายด้วยราคาของทาส หรือราคาที่ไม่มีค่าและต่ำต้อยในสายตาของผู้คน) แล้วเขาร้องว่า “ข้าผิดไปแล้ว! ข้าทำบาปที่ทรยศคนบริสุทธิ์ถึงตาย!” แต่พวกปุโรหิตตอบว่า “เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเรา? มันเป็นเรื่องของเจ้าเอง!”
ยูดาสรู้สึกผิดมาก เขาเขวี้ยงเหรียญเงินเหล่านั้นทิ้งลงกระจัดกระจายบนพื้นพระวิหาร และวิ่งออกไปผูกคอตาย
รูปภาพที่ 4 เช้าวันรุ่งขึ้น พวกมหาปุโรหิตนำพระเยซูไปหาปีลาต เจ้าเมืองโรมัน (ในเวลานั้น อิสราเอลตกเป็นเมืองขึ้นของโรม) ปีลาตมองพระเยซูแล้วถามตามข้อกล่าวหาฟ้อง ร้องว่า “เจ้าคือกษัตริย์ของพวกยิวหรือ?” พระเยซูตอบว่า “ท่านพูดถูกแล้ว”
พวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกผู้นำชาวยิวต่างฟ้องกล่าว โทษพระองค์ต่อหน้าปิลาต แต่พระองค์ไม่ตอบโต้พวกเขาสักคำเดียว หลังจากไต่สวนแล้ว ปีลาตเห็นว่าพระเยซูไม่มีความผิดอันใด ปีลาตจึงคิดหาทางปล่อยพระเยซู จึงบอกพวกยิวว่า “พวกท่านมีธรรมเนียมให้เราปล่อยคนหนึ่งให้ แก่ท่านในเทศกาลปัสกา ท่านอยากให้เราปล่อยกษัตริย์ของชาวยิวคนนี้ไหม?” พวกเขาร้องตอบว่า “อย่าปล่อยคนนี้แต่ให้ปล่อยบาราบัสแทน” ซึ่งบาราบัสคนนี้เป็นนักโทษอุกฉกรรจ์ต้องโทษประหารชีวิต
ปิลาตถามว่า “ถ้าอย่างนั้นเราจะทำอย่างไรกับเยซูที่เรียกว่าพระคริสต์คนนี้?” พวกเขาพากันร้องว่า “ให้ตรึงที่กางเขน” เจ้าเมืองจึงถามว่า “ตรึงทำไม? เขาทำอะไรผิด?” แต่พวกเขายิ่งร้องเสียงดังขึ้นอีกว่า “ตรึงที่กางเขน.. ตรึงที่กางเขน”
ปิลาตเห็นว่าไม่ได้การ และจะเกิดการจราจลวุ่นวาย ท่านจึงเอาน้ำมาล้างมือต่อหน้าฝูงชน แล้วพูดว่า “เราไม่ขอรับผิดชอบเรื่องความตายของคนนี้ พวกเจ้าต้องรับผิด ชอบกันเอาเอง” ท่านจึงปล่อยบาราบัสให้แก่พวกเขา และพวกทหารจึงจับพระเยซูออกไปโบยตี ถอดเสื้อของพระ องค์ออกแล้วเอาเสื้อคลุมสีม่วง(แดง) มาสวมให้พระองค์ เอาหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมบนศีรษะของพระองค์ แล้วให้พระองค์ถือไม้อ้อไว้เหมือนคทา แล้วพวกเขาก็ถ่มน้ำลายใส่พระองค์และเยาะเย้ยว่า “ข้าแต่กษัตริย์ของชาวยิว ขอทรงพระเจริญ”
แผนการแห่งความรอด
มนุษย์ทุกคนเกิดมามีเชื้อสายบาป และมีบาปกรรมติดตัวมา โทษของความบาปคือความตาย แต่วันนี้หนูรู้แล้วว่า พระเยซูบุตรพระเจ้า ผู้ที่ไม่มีบาป และไม่เคยทำบาป พระองค์ยอมถูกทรยศ ถูกจับกุม ถูกทุบตีทรมาน ถูกเยาะเย้ย พระองค์ยอมรับโทษที่ไม่ใช่ของพระองค์ เพื่อจะชดใช้บาปและรับโทษแทนครูและหนู และบาปของคนทั้งโลกนี้
การเสียสละของพระองค์ ก็เพื่อทำให้ครูและหนูได้รับการอภัยโทษบาป เพราะพระองค์รับชดใช้ให้ทั้งหมดทำให้เราได้รับชีวิตใหม่ ได้กลับคืนดีกับพระเจ้าพระบิดา สำหรับเด็กที่ยังไม่เป็นคริสเตียน หากหนูต้องการกลับคืนดีกับพระเจ้า ได้รับชีวิตใหม่คือ ชีวิตนิรันดร์ในแผ่นดินสวรรค์ หนูจำเป็นต้องยอมรับว่า “ใช่แล้ว! หนูเป็นคนบาป สมควรได้รับโทษ หนูเชื่อในพระเยซูว่าพระองค์ยอมรับโทษ และชดใช้ความบาปแทนหนู”
พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

ไม่มีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้อีกแล้ว พระเยซูรักครูและหนูมากถึงขนาดยอมทนทุกข์ทรมาน เพื่อครูและหนูจะได้กลับคืนดีกับพระเจ้า เข้าเป็นครอบครัวของพระองค์
สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน ให้เรามาเลียนแบบชีวิตของพระเยซูในการให้อภัยคนอื่น และไม่เก็บคำพูดหรือการดูถูกของคนอื่นมาเป็นอารมณ์ ทำให้โมโห โกรธ หงุดหงิด และเรียนรู้ที่จะปล่อยมันไป และให้พระเจ้าเป็นผู้จัดการการกระทำของคนเหล่านั้นแทนที่หนูจะเป็นผู้จัดการซะเอง เช่น หากมีคนพูดไม่ดีใส่หนู ดูถูกหนู แทนที่หนูจะโมโหและทะเลาะกับเขา ให้หนูลองอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยหนูทำสิ่งที่ดีกว่า หรือ หากเพื่อนแย่งของเล่นของหนู แล้วทะเลาะกัน หนูลองเลียนแบบพระเยซูในการเป็นคนแรกที่จะยอมให้อภัยเพื่อน (เปิดโอกาสให้เด็กอภิปราย)
รูปภาพประกอบ
ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา
คำถามอภิปราย
(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)
- เกิดอะไรขึ้นกับเปโตร เมื่อเขาตามการจับกุมของพระเยซูอยู่ห่างๆ ?
- หนูคิดว่า ทำไมเปโตรจึงหลบออกไปร้องไห้ด้วยความทุกข์ใจ?
- เมื่อยูดาสรู้ตัวว่า เขาได้ทำผิดพลาดไป เขาทำอะไร?
- หนูคิดอย่างไรกับการฆ่าตัวตายของยูดาส?
- ถ้าหากหนูทำผิดพลาดไป และรู้สึกผิด หนูควรทำอย่างไร? (คุณครูสามารถอธิบาย 1 ยอห์น 1:9 ให้เด็กเห็นว่าเขาสามารถสารภาพความผิดบาปกับพระเจ้า และพระองค์สัญญาที่จะชำระความบาปผิด และยกโทษความผิดพลาดให้กับเขา ทำให้เขาไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป)
- ทำไมพระเยซู ผู้ไม่มีความผิด ไม่มีบาป จึงต้องถูกลงโทษตรึงบนไม้กางเขน?
- หนูได้เรียนรู้อะไรบ้างจากบทเรียนในวันนี้?
กิจกรรม
เครื่องถวายบูชา (กิจกรรมสร้างสรรค์)
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ถาด
- ก้อนหินขนาดประมาณเท่าฝ่ามือ 12 ก้อน
- กระดาษ
- ปากกา
- ไม้ขีดไฟ
วิธีทำ
- คุณครูนำถาดมาวางบนโต๊ะที่เด็กทุกคนสามารถมองเห็นได้ เริ่มเรียงก้อนหินทีละหนึ่งก้อนซ้อนกันจนมีลักษณะคล้ายแท่นบูชาในสมัยพระคัมภีร์เดิม
- อธิบายให้เด็กเห็นภาพในสมัยพระคัมภีร์เดิม เมื่อมีคนทำผิดบาป พวกเขาจะต้องเตรียมลูกแกะมาถวายให้เป็นเครื่องเผาบูชา แล้วเขาจะได้รับการอภัยบาป ลูกแกะเป็นสัญลักษณ์ที่พระเจ้าใช้ในการชำระบาปให้แก่ชาวอิสราเอล ในพระธรรมยอห์น 1:29 กล่าวว่า “จงดูพระเมษโปดก (ลูกแกะ) ของพระเจ้า ผู้ทรงรับบาปของโลกไป” แผนการของพระเจ้าในการไถ่มนุษย์ได้สำเร็จสมบูรณ์ผ่านทางพระเยซู ดังนั้นจึงไม่ต้องมีการถวายเครื่องเผาบูชาเพื่อไถ่บาปอีกต่อไป
- “ในวันนี้ มีอะไรที่หนูสามารถเสียสละเพื่อพระองค์ไหม? มีอะไรไหมที่หนูจะเสียสละเพื่อคนอื่นไหม?” ให้เด็กเขียนสิ่งเขาต้องการเสียสละเพื่อพระเจ้า หรือเพื่อคนอื่น เช่น หนูเลิกเล่นเกมส์เมื่อแม่ขอให้หนูช่วยล้างจาน หนูจะยอมเก็บเงินเพื่อถวายพระเจ้า หนูจะเลิกแกล้งเพื่อน หนูจะเลิกพูดคำหยาบคาย หนูจะยอมเสียสละค่าขนมเพื่อซื้อของเล่นให้เด็กกำพร้า ฯลฯ
- เมื่อเด็กเขียนเสร็จแล้ว ให้เด็กแต่ละคนนำกระดาษนั้นมาวางไว้บนถาดก้อนหิน (เปรียบเหมือนแท่นบูชา) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเด็กได้มอบสิ่งที่เขาเขียนให้กับพระเจ้า
- เมื่อเด็กทุกคนวางกระดาษลงบนถาดแล้ว คุณครูจุดไฟเผากระดาษที่เด็กเขียนทั้งหมดด้วยความระมัดระวัง
- หนุนใจให้เด็กลงมือทำตามสิ่งที่เขาเขียนไว้ในกระดาษในสัปดาห์ที่จะมาถึง ให้เด็กตระหนักว่านี่เป็นเหมือนสัญญาที่เขาให้กับพระเจ้า
