T I P S สำหรับคุณครู
2 เธสะโลนิกา 3:9 “ไม่ใช่เพราะเราไม่มีสิทธิ์ แต่เพื่อทำตัวเป็นแบบอย่างให้ท่านทำตาม”
ชีวิตของคุณครูสามารถเป็นต้นแบบ (Role Model) ของการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างขององค์พระเยซูคริสต์ของเรา ผู้ยอมเสียสละจนถึงที่สุด เพราะความรักของพระองค์ คุณครูสามารถเป็นต้นแบบของความใจดีมีเมตตา โดยการอดทนอดกลั้น และมีสัมมาคารวะต่อผู้อื่น เป็นต้นแบบของการถ่อมใจ โดยการยอมรับผิดเมื่อทำผิด รู้จักกล่าวคำขอโทษ และเป็นต้นแบบของการให้อภัย โดยการยกโทษให้ผู้อื่น และแสวงหาการกลับคืนดี
เกม “ระเบิดเวลา”
สิ่งที่ต้องเตรียม
- ลูกโป่งที่ใช้แทนระเบิด
- ที่จับเวลา
วิธีเล่น
- ให้เด็กนั่งล้อมเป็นวงกลม แจ้งให้เด็กทราบว่าการเล่นแต่ละรอบ คุณครูจะจับเวลา 1 นาที
- เมื่อเริ่มเกม ผู้เล่นต้องส่งระเบิดให้คนถัดไปภายใน 5 วินาที (ห้ามถือไว้นานเกินกำหนด)
- ระเบิดจะถูกส่งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนยอม "เสียสละ" (โดยยอมถือระเบิดไว้กับตัวจนเวลาหมด)
- หากมีคนเสียสละทันเวลา กลุ่มจะรอดทั้งหมด
- หากไม่มีใครยอมเสียสละและหมดเวลาขณะที่ระเบิดยังคงถูกส่งไปเรื่อยๆ ทั้งกลุ่มจะถือว่า "แพ้" โดยคุณครูจะไปเจาะลูกโป่งให้แตก
บทนำเรื่อง “พ่อช่วยลูกตกน้ำ”
วันหนึ่งนายชูเกียรติชวนภรรยาและลูกชายอีก 2 คนพากันไปตกปลาที่อ่างเก็บน้ำบ้านน้ำเขียว จ.สุรินทร์ ช่วงบ่ายๆ ลูกทั้ง 2 คนลงไปล้างมือแล้วเผลอพลัดตกลงไปในอ่างเก็บน้ำ เมื่อพ่อเห็นเหตุการณ์จึงรีบไปช่วยลูกชายทั้งสองคน
แต่ในขณะนั้น น้ำในอ่างเก็บน้ำไหลเชี่ยวและไหลเป็นน้ำวน โดยไม่คิดถึงชีวิตของตัวเอง ผู้เป็นพ่อรีบกระโจนลงไปในน้ำ ว่ายทวนกระแสน้ำเข้าไปถึงตัวลูก แล้วพยายามออกแรงอย่างมากเพื่อจะยื้อลูกทั้งสองกลับไปริมอ่าง พอถึงขอบอ่าง เขาก็ช่วยดันลูกทั้งสองขึ้นฝั่งให้พ้นน้ำ ขณะที่แม่ที่ยืนรออยู่แล้วก็ช่วยดึงลูกขึ้นมา ในที่สุดลูกชายทั้งสองคนก็ปลอดภัยอยู่ในอ้อมอกของแม่ แต่พ่อนั้นระหว่างที่ตัวยังอยู่ในน้ำ เกิดหมดเรี่ยวแรงไปต่อไม่ไหว ดำผุดดำโผล่ พยายามว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่ไม่สำเร็จ เขาถูกกระแสน้ำซัดจมหายไปต่อหน้าต่อตา
พ่อคนนี้ยอมสละชีวิตของตน เพื่อช่วยลูกชายของเขาทั้งสองคนให้รอดชีวิต ความรักของพ่อคนนี้เหมือนใน โรม 5:8 ที่กล่าวว่า “พระเจ้าได้สำแดงความรักต่อเรา โดยย่อมส่งพระคริสต์มาตายเพื่อเรา”
เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ลูกา 23:26-56 ยอห์น 19:17-42)
รูปภาพที่ 1 ในวันนั้น ความมืดมิดกำลังมาถึงเยรูซาเล็มแล้ว ความจราจลวุ่นวาย ความตึงเครียดปกคลุมทั่วแผ่น ดิน เสียงฝีเท้าของเหล่าทหารกำลังผลักดันพระเยซูแบกไม้กางเขนหนักอึ้งไปยังโกลโกธา เนินเขาที่คนรู้จักกันในนาม “กะโหลกศีรษะ” รอยเท้าเปื้อนเลือดของพระเยซูจากการถูกทรมานและโบยตีทิ้งร่องรอยไว้บนถนนขรุขระ เสียงอึก ทึกของประชาชนกลบเสียงคร่ำครวญของพวกผู้หญิงที่ตาม หลังพระองค์ไป หนึ่งในนั้นคือมารีย์ แม่ของพระเยซู
เมื่อมาถึงโกลโกธา พวกเขาจับพระเยซูตรึงกับกางเขน ระหว่างโจรสองคน ข้างขวาคนหนึ่งและข้างซ้ายอีกคนหนึ่ง ปิลาตได้สั่งให้เขียนป้ายติดไว้บนกางเขนอ่านว่า “กษัตริย์ของพวกยิว” ทำให้หัวหน้าพวกยิวโกรธไม่พอใจเป็นอย่างมาก ส่วนพวกทหารก็พากันล้อเลียนพูดว่า “ถ้าแกเป็นกษัตริย์ของชาวยิวจริง ก็ช่วยตัวเองให้ได้สิ”
พระเยซูอธิษฐานว่า "พระบิดา โปรดยกโทษให้พวกเขา เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร" พวกทหารเอาเสื้อผ้าของพระองค์มาจับสลากแบ่งกัน ฝูงชนยืนดูด้วยความเงียบงัน ขณะที่เหล่าผู้นำชาวยิวพากันเยาะเย้ยถากถางว่า "ในเมื่อเขาช่วยคนอื่นได้ ถ้าเขาเป็นพระคริสต์ที่พระเจ้าเลือกไว้จริง ก็ให้เขาช่วยตัวเองสิ"
รูปภาพที่ 2 หนึ่งในโจรที่ถูกตรึงอยู่ข้างพระองค์เยาะเย้ยว่า "ถ้าแกเป็นพระคริสต์จริง ก็ช่วยตัวเองและพวกเราด้วยสิ" แต่โจรอีกคนกล่าวห้ามว่า "พวกเรานั้นสมควรถูกลงโทษเพราะบาปชั่วของเรา แต่ชายคนนี้ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย" จากนั้นเขาก็หันไปร้องขอว่า "พระเยซู ขอระลึกถึงข้าเมื่อพระองค์เข้าไปในแผ่นดินของพระองค์" พระเยซูตอบว่า "เราบอกความจริงกับเจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม"
รูปภาพที่ 3 พอถึงเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์ก็มืดไป ความมืดเข้าปกคลุมทั่วแผ่นดินจนถึงเวลาบ่ายสามโมง ม่านในพระวิหารก็ขาดตรงกลางจากบนลงล่าง พระเยซูร้องเสียงดังว่า "พระบิดา ลูกขอมอบจิตวิญญาณไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์" แล้วพระองค์ก็สิ้นลมหายใจ นายร้อยผู้เห็น เหตุการณ์เหล่านี้จึงสรรเสริญพระเจ้ากล่าวว่า "ชายคนนี้เป็นคนชอบธรรมแน่แท้" ฝูงชนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตีอกชกตัวด้วยความเสียอกเสียใจ
วันนั้นเป็นวันเตรียมก่อนถึงวันสะบาโต (วันสะบาโตคือวันเสาร์ ชาวยิวจะเข้าสู่สะบาโตในช่วงอาทิตย์ตกดินของเย็นวันศุกร์) โยเซฟ ชาวอาริมาเธีย สมาชิกสภา เขาเป็นคนดีและชอบธรรม เขาไม่เห็นด้วยกับการลงโทษพระเยซูเลย ดังนั้นเขาได้ไปขอศพของพระเยซูจากปีลาต
รูปภาพที่ 4 หลังจากได้รับอนุญาตจากปิลาตแล้ว โยเซฟกับนิโคเดมัส ผู้นำศาสนาชาวยิวที่เคยแอบมาหาพระเยซูในยามค่ำคืน เขาทั้งสองเป็นผู้ติดตามพระเยซูแบบลับๆ ได้นำเครื่องหอมประมาณ 30 กก.มาด้วย พวกเขาห่อศพของพระเยซูด้วยผ้าป่าน และเครื่องหอมตามประเพณีของชาว ยิว และนำศพไปวางในอุโมงค์ใหม่ซึ่งยังไม่เคยวางศพของใครมาก่อนเลย พวกเขากลิ้งก้อนหินขนาดใหญ่ปิดทางเข้าอุโมงค์ และอุโมงค์ถูกปิดสนิท ศพของพระเยซูถูกฝังไว้ที่นั่น มารีย์ชาวมักดาลากับมารีย์อีกคนหนึ่งก็นั่งอยู่ที่นั่นตรง หน้าอุโมงค์ด้วยความเสียใจสิ้นหวัง
แผนการแห่งความรอด
ในสมัยของอาณาจักรโรมัน การถูกตรึงตายบนไม้กางเขน เป็นโทษประหารชีวิตสำหรับนักโทษที่มีคดีอุก ฉกรรจ์ หรือผู้คิดกบฎต่อต้านอำนาจของโรม
พระเยซูยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ไม่มีเหตุผลอื่น นอกจากเพราะพระองค์รักมนุษย์ทุกคน รวมทั้งครูและหนูด้วย พระองค์ยอมแบกบาปของมนุษย์ทุกคนไว้บนร่างกายของพระองค์บนไม้กางเขนนั้น ความทุกข์และ บาดแผลของพระองค์ ทำให้ครูและหนูพ้นจากการถูกลง โทษ ความรอดพ้นจากบาปไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหนูเป็นคนดีแค่ไหน เหมือนโจรที่ถูกตรึงข้างๆ พระเยซู เขาไม่ได้เป็นคนดีเลย แต่พระเยซูให้เขาไปอยู่กับพระองค์ได้ เพียงเพราะเขาสำนึกว่าเขาเป็นคนบาปสมควรรับโทษ และเชื่อพึ่งพระเยซูที่จะช่วยให้เขารอดและมีชีวิตใหม่กับพระเจ้า
สำหรับเด็กที่ยังไม่เป็นคริสเตียน หากหนูต้องการหลุดพ้นจากความผิดบาป และไม่ต้องถูกลงโทษเพราะบาป กรรมที่ติดตัวหนูมา หนูจำเป็นต้องต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของหนูเช่นเดียวกับโจรคนนั้น
พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

พระเยซูถูกกล่าวหาลงโทษ โดยไม่มีความผิดใดๆ และถูกทรมานอย่างแสนสาหัส แต่ถึงกระนั้นพระองค์ยังอธิษฐานบนไม้กางเขนนั้น ขอให้พระเจ้ายกโทษพวก ที่จับกุมทารุณพระองค์ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาได้ทำอะไรลงไป
สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน ความรักของพระองค์สำแดงอยู่บนไม้กางเขนเพื่อครูและหนู ในวันนี้หนูสา มารถขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักและความรอดที่พระเจ้าให้กับหนู และหนูยังสามารถแสดงความรักที่หนูได้รับจากพระเยซูต่อคนอื่นๆ ได้โดย
- คำพูดที่เต็มไปด้วยความเมตตา ให้กำลังใจ
- การให้ แบ่งปันต่อคนที่ขัดสน ขาดแคลน
- การช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ
(เปิดโอกาสให้เด็กคิดถึงสิ่งที่พวกเขาสามารถลงมือทำได้ และแบ่งปันในชั้นเรียน)
รูปภาพประกอบ
ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา
คำถามอภิปราย
(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)
- เมื่อพวกทหารจับกุม โบยตี ดูถูกเยาะเย้ย และทรมานพระเยซู พระเยซูตอบสนองโดยการอธิษฐานต่อพระเจ้าว่าอย่างไร?
- เกิดอะไรขึ้นกับโจรสองคนที่ถูกตรึงข้างๆ พระเยซู?
- โจรที่พระเยซูบอกกับเขาว่า เขาจะได้ไปอยู่กับพระองค์ในเมืองบรมสุขเกษม หนูคิดว่า เขาได้รับความรอด (ไม่ต้องพบการพิพากษาและความตายนิรันดร์) เพราะอะไร? จากการทำดีในชีวิตของเขา จากการกระทำของเขา หรือโดยพระคุณของพระเจ้า?
- มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ตอนที่พระเยซูสิ้นลมหายใจบนไม้กางเขน?
- เมื่อพระเยซูตาย เขาเอาพระเยซูไปที่ไหน?
- หนูคิดว่าความรักของพระเยซูมีมากแค่ไหนต่อชีวิตของครูและหนู?
- หนูสามารถแบ่งปันความรักของพระเยซูให้กับคนอื่นได้อย่างไรบ้าง?
กิจกรรม
การถูกลงโทษแบบไร้ผิด
สิ่งที่ต้องเตรียม
- กระดาษเล็กๆ ตามจำนวนผู้เล่น (เช่น ถ้าผู้เล่น 10 คน ต้องมีกระดาษ 10 ใบ)
- ปากกา
- กล่องหรือถุงสำหรับใส่กระดาษ
วิธีการเล่น
- กระดาษแต่ละแผ่นเขียนคำว่า "บริสุทธิ์" (ตามจำนวนผู้เล่น - 1 ใบ) และ 1 ใบสุดท้ายให้เขียนคำว่า "ผู้ถูกกล่าวหา" ใส่กระดาษทั้งหมดลงในกล่องหรือถุง อธิบายคำว่า “ผู้ถูกกล่าวหา” คือคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด แต่ยังไม่ได้รับการไต่สวนและพิจารณาคดีว่าผิดจริง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาอาจจะทำผิดจริง หรือ อาจเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ได้
- ให้ผู้เล่นแต่ละคนสุ่มหยิบกระดาษ 1 ใบ แล้วเก็บไว้โดยไม่ให้คนอื่นเห็น
- เมื่อทุกคนได้กระดาษแล้ว ให้ทุกคนเปิดกระดาษออกพร้อมกัน คนที่ได้กระดาษคำว่า "ผู้ถูกกล่าวหา" จะต้องถูกลงโทษทันที โดยไม่มีการพิจารณาว่าผิดจริงหรือไม่ (ตัวอย่างการลงโทษ เช่น ทำท่าตลก ร้องเพลง เต้น หรือทำอะไรสนุกๆ ที่กลุ่มกำหนดไว้ล่วงหน้า)
- หลังจากเล่นเกมจนสมควรแก่เวลา เปิดโอกาสให้เด็กพูดคุยหรือแบ่งปันความรู้สึกของการถูกลงโทษโดยไม่มีความผิด
สะท้อนบทเรียน ชี้ให้เด็กตระหนักว่า พระเยซูยอมถูกโบยตีและทรมาน จนถึงยอมตายบนไม้กางเขน โดยที่พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีบาป และไม่มีความผิดในพระองค์เลย มันดูเหมือนไม่ยุติธรรม แต่ที่พระองค์ยอมทำเช่นนั้นเพราะความรักของพระองค์ที่มีต่อหนู และมนุษย์ทุกคน
กิจกรรม
“ พระเยซูตรึงตายที่ไม้กางเขน”
สิ่งที่ต้องเตรียม
- กระดาษปอนด์สีขาวสำหรับระบายสีน้ำขนาด A4
- สีน้ำ
- พู่กัน
- แก้วน้ำและน้ำ
- เศษผ้าหรือกระดาษสำหรับทำความสะอาด
วิธีทำ
- ครูควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับระบายสีเป็นจุดๆ ให้เพียงพอสำหรับเด็กก่อนเริ่มทำกิจกรรม เพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะจากการเคลื่อนย้ายแก้วน้ำหรือสีน้ำ
- แจกกระดาษให้เด็กแต่ละคน
- ให้เด็กใช้พู่กันระบายสีลงบนกระดาษให้เต็มพื้นที่ อาจใช้สีเดียว หรือไล่สีเฉดต่างๆ ขึ้นอยู่กับจินตนาการของเด็ก
- หลังจากนั้นตากให้แห้งหมาดๆ แล้วระบายสีดำให้เป็นภาพของเนินเขา และเพิ่มไม้กางเขนสามอันไว้ตรงกลางภาพระบายสีนั้น
- เพียงแค่นี้เด็กก็จะได้ภาพให้ระลึกถึงการตายของพระเยซูบนไม้กางเขนพร้อมกับโจรสองคนที่ถูกลงโทษพร้อมกับพระองค์ คนหนึ่งพูดจาเยาะเย้ยและไม่สำนึกถึงโทษคือความตายที่เขากำลังจะได้รับ แต่อีกคนหนึ่งร้องขอการช่วยกู้จากพระเยซู เพราะรู้ว่าตัวเองสมควรตายและไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ถึงแม้โจรคนนั้นจะต้องตายฝ่ายร่างกายแต่พระเยซูทรงช่วยให้เขามีชีวิตนิรันดร์ คือชีวิตหลังความตายที่จะได้ไปอยู่กับพระองค์ เพราะพระคุณของพระองค์ไม่ใช่เพราะการกระทำ แต่โดยความเชื่อ
“พระองค์ก็ทรงช่วยเราให้รอด ไม่ใช่เพราะความชอบธรรมที่เราทำเอง
แต่ด้วยพระเมตตาของพระองค์โดยผ่านการชำระให้บังเกิดใหม่
และสร้างใหม่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์” ทิตัส 3:5
