บทเรียน : ลาซารัสเป็นขึ้นจากตาย

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • เรียนรู้ว่าพระเยซูมีอำนาจเหนือความตาย
  • ประทับใจถึงความรักของพระเยซูที่มีต่อครอบครัวของลาซารัส
  • เชื่อว่าพระเยซูเป็นบุตรพระเจ้า และวางใจพระองค์เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

T I P S สำหรับคุณครู

โรม 12:15 “จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้” คุณครูสามารถเป็นผู้อุ้มชูจิตใจและจิตวิญญาณของเด็กๆ ได้ด้วยวิธีเรียบง่าย คือเริ่มจากการเป็นผู้ฟังที่ดี หยุดฟังเมื่อเด็กพูดถึงหรือสะท้อนความรู้สึกส่วนตัวของเขา ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ แสดงความเห็นอกเห็นใจ ยอมรับความรู้สึกที่เด็กพูดถึง โดยไม่บอกปัดว่า ไม่เป็นไร แต่ตอบรับความรู้สึกของเด็ก เช่น “ครูเสียใจด้วยที่หนูต้องเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้” “หนูหงุดหงิดเพราะเรื่องนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆ” บางครั้งการอยู่ที่ตรงนั้นสำหรับเด็กในเวลาที่เขาเสียใจหรือต้องผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ สามารถเป็นความมั่นคงปลอดภัยเล็กๆ ได้ในชีวิตของเด็กขณะที่เขาประสบปัญหาในชีวิตของเขา

เกม “ธงชัย”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ผ้าเช็ดหน้าหรือเศษผ้าสีดำ 5 ผืน
  • สีสดใส 5 ผืน

วิธีเล่น

  1. จัดวางเก้าอี้ 3 ตัวให้เป็นรูปสามเหลี่ยม มีระยะห่างเท่าๆ กัน
  2. แบ่งเด็กให้เป็นทีม ทีมละ 5 คน
  3. ให้เด็กทีมแรกยืนหลังเก้าอี้ที่เป็นจุดเริ่มต้น
  4. เก้าอี้อีกจุดหนึ่งให้วางผ้าสีดำแทน “ความตาย” 5 ผืนไว้บนเก้าอี้ และอีกจุดหนึ่งให้วางผ้าสีสันสดใสแทน “ชีวิต” 5 ผืนไว้บนเก้าอี้
  5. เด็กแต่ละคนในทีมจะต้องวิ่งไปเอาผ้าความตายมาแล้ววิ่งกลับไปวางผ้าที่จุดเริ่มต้น จากนั้นวิ่งไปอีกครั้งเพื่อเอาผ้าสีสันสดใสแทนชีวิตกลับไปไว้บนเก้าอี้ที่เคยวางผ้าสีดำ
  6. จับเวลาของแต่ละทีม ทีมที่ทำได้เร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
  7. เกมนี้เน้นให้เด็กๆ เข้าใจถึงความหวังที่เรามีในพระเยซูผู้ให้ชีวิตใหม่

บทนำเรื่อง “ต่างวัฒนธรรม ต่างพิธีศพ”

ในประเทศไทย พิธีศพของแต่ละศาสนาและความเชื่ออาจแตกต่างกันไป สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน เมื่อมีผู้เสียชีวิต ครอบครัวจะทำพิธีแต่งตัวศพ ป้อนข้าวป้อนน้ำเป็นครั้งสุดท้าย และเตรียมกระดาษเงินกระดาษทองเพื่อผู้ล่วงลับ เป็นสัญลักษณ์ของการส่งสิ่งของให้ผู้ตายในโลกหน้า ส่วนชาวพุทธมักทำพิธีเผาศพ จากนั้นนำอัฐิไปลอยอังคารกลางแม่น้ำหรือทะเล ขณะที่พี่น้องคริสเตียนบางครอบครัวเลือกฝังร่างในสุสาน ส่วนบางครอบครัวเลือกเผาศพแล้วนำกระดูกไปบรรจุไว้ในสถานที่จัดเก็บ

แต่หนูรู้ไหมว่า พิธีศพในสมัยพระคัมภีร์นั้นแตกต่างจากของบ้านเรามาก? ที่อิสราเอล ดินแดนที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศแบบทะเลทราย อากาศร้อนจัด ทำให้การจัดการศพต้องทำอย่างรวดเร็ว เมื่อมีผู้เสียชีวิต ครอบครัวจะรีบทำพิธีศพให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวกัน ขั้นแรก พวกเขาจะอาบน้ำศพ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและเตรียมร่างกายให้สะอาด จากนั้นจะชะโลมศพด้วยน้ำมันหอมและเครื่องหอม ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดกลิ่นและเป็นสัญลักษณ์ของการดูแลร่างกายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะใช้ผ้าห่อศพพันร่างอย่างมิดชิด แล้วนำไปฝังในอุโมงค์หินที่ถูกสกัดออกเป็นห้องโล่ง มักเป็นสุสานที่ใช้ร่วมกันทั้งครอบครัว ภายในจะมีชั้นหินเรียบๆ สำหรับวางศพ ร่างของผู้เสียชีวิตจะถูกวางไว้ตรงนั้น และเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ครอบครัวจะกลับมาเปิดอุโมงค์อีกครั้ง เก็บกระดูกที่เหลือบรรจุลงในโถขนาดเล็ก เพื่อให้พื้นที่ว่างสำหรับสมาชิกครอบครัวรุ่นต่อไป

น่าสนใจใช่ไหม? มีนักโบราณคดีเคยขุดพบอุโมงค์ฝังศพแห่งหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษ ใต้ชั้นหินที่ใช้วางศพ มีอุโมงค์ซ่อนอยู่ใต้ชั้นหินนั้น เมื่อสำรวจลงไป พวกเขาพบว่าในนั้นเต็มไปด้วย โถบรรจุกระดูกของสมาชิกครอบครัวหลายรุ่นที่สะสมมายาวนานกว่าร้อยปี

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ยอห์น 11:1-45)

 รูปภาพที่ 1 ครอบครัวของมารีย์และมารธาที่พระเยซูรัก พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเบธานี ลาซารัส น้องชายของมารีย์และมารธาเกิดล้มป่วย พี่สาวทั้งสองเลยส่งคนให้รีบไปบอกพระเยซูว่า “พระอาจารย์ ลาซารัสคนที่อาจารย์รักกำลังล้มป่วยอยู่”

เมื่อพระเยซูได้ยินอย่างนั้นแล้วก็พูดว่า “ในที่สุดแล้ว ความเจ็บป่วยในครั้งนี้จะไม่ถึงตาย แต่เกิดขึ้นเพื่อผู้คนจะเชิดชูเกียรติของพระเจ้า และเพื่อพระบุตรของพระองค์จะได้รับเกียรติเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้” พระองค์จึงไม่ได้รีบเดินทางไปหมู่บ้านเบธานีแต่กลับพักอยู่ที่เดิมต่อไปอีกสองวัน

หลังจากนั้นพระองค์จึงบอกพวกสาวกว่า “ให้พวกเรากลับเข้าไปในแคว้นยูเดียกันเถิด” และพูดต่อไปว่า “ลาซา รัสสหายของเราได้หลับไปแล้ว แต่เรากำลังจะไปปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมา” พระเยซูกล่าวถึงการตายของลาซารัส แต่พวกสาวกไม่เข้าใจและคิดว่าพระองค์พูดถึงการนอนหลับพักผ่อนตามปกติ ดังนั้นพระเยซูจึงพูดกับพวกเขาอย่างตรง ไปตรงมาว่า “ลาซารัสตายแล้ว และเพราะเห็นแก่พวกท่าน เราจึงยินดีที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นตอนนี้ เพื่อพวกท่านจะได้เชื่อวาง ใจในเรา ให้พวกเราไปหาเขากันเถิด”

เมื่อพระเยซูไปถึงเบธานี พวกเขาพบว่าลาซารัสถูกฝังไว้ในอุโมงค์ได้สี่วันแล้ว พวกยิวหลายคนมาหามารีย์และมารธาเพื่อปลอบโยนเรื่องน้องชายของพวกเขา

รูปภาพที่ 2 มารธารีบออกมาต้อนรับพระเยซู และพูดกับพระองค์ว่า “ถ้าพระองค์อยู่ที่นี่ น้องชายของเราคงไม่ตาย แต่ถึงบัดนี้ ข้าก็รู้ว่าไม่ว่าพระองค์จะทูลขออะไรจากพระเจ้า พระเจ้าก็จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทูลขอแก่พระองค์”

พระเยซูตอบนางว่า “ลาซารัสจะเป็นขึ้นมาอีก” ส่วนมารธาเข้าใจว่าแน่นอนทีเดียว ลาซารัสจะกลับเป็นขึ้นใหม่ในวันสุดท้ายที่ทุกคนจะเป็นขึ้นมา พระเยซูจึงพูดกับนางว่า “เราเป็นชีวิตและการเป็นขึ้นจากตาย คนที่วางใจในเราจะมีชีวิตอีกแม้ว่าเขาจะตายไป และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเราจะไม่ตายเลย เธอเชื่ออย่างนี้ไหม?” มารธาตอบว่า “เชื่อ.. ข้าเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าที่เสด็จมาในโลกนี้”

หลังจากนั้น เมื่อมารีย์ได้ยินว่าพระเยซูมาถึงแล้ว เธอก็รีบไปหาพระองค์ เธอก้มลงกราบที่เท้าของพระองค์ และคร่ำครวญว่า “ถ้าพระอาจารย์อยู่ที่นี่ น้องชายของข้าก็คงจะไม่ตาย” เมื่อพระเยซูเห็นมารีย์และพวกคนที่ตามนางมาด้วยต่างร้องไห้คร่ำครวญ พระองค์สะเทือนใจเป็นทุกข์นัก และพระองค์ร้องไห้

รูปภาพที่ 3 เมื่อพระเยซูมาถึงหน้าอุโมงค์ฝังศพ พระองค์รู้สึกสะเทือนใจอีกครั้ง อุโมงค์นั้นเป็นถ้ำมีหินก้อนหนึ่งปิดปากอุโมงค์ไว้ พระองค์สั่งว่า “จงเลื่อนหินออกไปเสีย”

มารธาผู้เป็นพี่สาวพูดกับพระองค์ว่า “พระอาจารย์ น้องของข้าตายมาสี่วันแล้ว ศพคงจะมีกลิ่นเหม็นแล้ว” พระเยซูจึงพูดว่า “เราบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่า ถ้าเจ้าเชื่อ ก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า”

พวกเขาจึงเลื่อนก้อนหินออก แล้วพระเยซูแหงนหน้าขึ้นฟ้าอธิษฐานว่า “พระบิดา ลูกขอบคุณพระองค์ที่ฟังลูก ลูกรู้ว่าพระองค์ฟังเสียงของลูกเสมอ แต่ที่ลูกกล่าวอย่างนี้ก็เพื่อว่าทุกคนที่ยืนอยู่ที่นี่จะได้เชื่อว่าพระองค์ส่งลูกมา” เมื่อพระเยซูอธิษฐานเสร็จ ก็ตะโกนเสียงดังว่า “ลาซารัส ออกมาเถิด”

รูปภาพที่ 4 ทันใดนั้นลาซารัสก็เดินออกมา มีผ้าพันมือพันเท้า และที่หน้าก็มีผ้าพันอยู่รอบ พระเยซูจึงสั่งพวกเขาว่า “จงแกะเอาผ้าพวกนั้นออกไปจากเขาเถิด”

พวกยิวที่เห็นการอัศจรรย์ของพระเยซูต่างก็วางใจในพระองค์

 

 

แผนการแห่งความรอด

สำหรับเด็กที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า พระเยซูพูดว่า “เราเป็นชีวิตและการเป็นขึ้นจากตาย คนที่วางใจในเราจะมีชีวิตอีกแม้ว่าเขาจะตายไป และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเราจะไม่ตายเลย” พระเยซูเข้ามาในโลกนี้เพื่อนำชีวิตใหม่คือชีวิตนิรันดร์มาถึงมนุษย์ทุกคน และในวันนี้พระเยซูสำแดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่า พระองค์มีฤทธิ์เดช ทำให้คนที่ตายไปแล้วเป็นขึ้นและมีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง พระองค์มีอำนาจเหนือความตายของโลกนี้ หากหนูต้องการจะมีชีวิตนิรันดร์เหมือนที่พระเยซูสัญญาไว้ หนูจำเป็นต้องเชื่อว่าพระเยซูเป็นบุตรพระเจ้า และมีฤทธิ์ที่จะช่วยหนูให้รอดพ้นจากความบาปและความตาย หากหนูเชื่อเช่นนั้น พระองค์สัญญาว่า หนูจะได้รับชีวิตนิรันดร์ คือชีวิตที่จะได้อยู่กับพระเจ้าบนแผ่นดินสวรรค์โดยไม่มีวันตายอีกเลย

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

เวลาของพระเจ้าสมบูรณ์แบบเสมอ มารีย์และมารธาต้องการให้พระเยซูมาในทันทีเพื่อรักษาลาซารัสขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่พระเยซูรอเวลาของพระองค์ หลายครั้งพระเจ้าทำงานในเวลาที่เรามองไม่เห็นหรือไม่เข้าใจ แต่เวลาของพระองค์สมบูรณ์แบบเสมอ เราสามารถวางใจว่าพระองค์รู้ถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน ขอให้หนูมีความเชื่อแม้ในสถานการณ์ที่ดูสิ้นหวังและดูเหมือนว่าทำไมพระเจ้าไม่ทำอะไร มารธาเชื่อว่าพระเยซูสามารถรักษาลาซารัสได้เมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ แต่เธอไม่รู้ว่าพระองค์จะทำให้เขาฟื้นขึ้นได้ บางครั้งเราเผชิญกับสถานการณ์ที่ดูเป็นไปไม่ได้ แต่พระเจ้าสามารถทำสิ่งที่เกินความคาดคิดของเราได้เสมอ หากหนูกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ให้หนูจำไว้ว่าพระเจ้าเห็นภาพที่กว้างไกลกว่า และเชื่อวางใจว่าพระองค์อยู่กับหนูและรู้ถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหนู และเวลาของพระองค์สมบูรณ์แบบเสมอ

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. เกิดอะไรขึ้นกับลาซารัส และมารีย์ มารธาพี่สาวของเขาทำอะไรเพื่อจะช่วยน้องชาย?
  2. เมื่อพระเยซูได้รับข่าวเกี่ยวกับลาซารัส พระองค์ทำอะไร?
  3. ทำไมพระเยซูจึงไม่รีบเดินทางไปหาลาซารัสทันที?
  4. เมื่อพระเยซูเดินทางไปถึงหมู่บ้านเบธานี พวกเขาพบว่าเกิดอะไรขึ้นกับลาซารัส?
  5. เมื่อพระเยซูเดินทางไปที่อุโมงค์ฝังศพ แล้วบอกให้เลื่อนหินออกจากอุโมงค์ฝังศพนั้น มารธาพูดกับพระเยซูว่าอย่างไร?
  6. เกิดอะไรขึ้น เมื่อพระเยซูตะโกนเรียก “ลาซารัส ออกมาเถิด”?
  7. หนูได้เรียนรู้อะไรจากบทเรียนในวันนี้บ้าง?

กิจกรรม

“ลาซารัส ออกมาเถิด”

สิ่งที่ต้องเตรียม - กระดาษทิชชู่ทีมละ 2 ม้วน

วิธีทำ

  • แบ่งเด็กออกเป็นทีม ทีมละ 5-6 คน และแจกทิชชู่ให้แต่ละทีม
  • ให้เด็กเลือกคนหนึ่งในทีมเป็นลาซารัส ให้เด็กคนนั้นนอนราบกับพื้นห้อง
  • เด็กที่เหลือในทีมจะช่วยกันใช้ทิชชู่พันรอบตัวลาซารัสตั้งแต่หัวจรดเท้า ทีมไหนพันได้มิดชิด เรียบร้อย และรวดเร็วที่สุดจะเป็นทีมที่ชนะ
  • หลังจากนั้น ให้ลาซารัสของแต่ละทีมนอนราบอยู่กับที่เปรียบเสมือนเป็น “คนตาย” และให้เพื่อนๆ ในทีมแต่ละคนผลัดกันพูดว่า “ลาซารัส ออกมาเถิด” ด้วยเสียงดังเหมือนกับที่พระเยซูพูดในพระคัมภีร์ เมื่อเด็กทุกคนในทีมพูดเสร็จ เด็กที่เล่นเป็นลาซารัสจะลุกขึ้นจาก “ความตาย” และดึงผ้าที่พันตัวของเขาออก
  • เน้นย้ำให้เด็กนึกถึงการเป็นขึ้นจากตายของลาซารัส ซึ่งแสดงถึงอำนาจของพระเยซูเหนือความตาย และช่วยให้เด็กๆ เข้าใจถึงความหวังที่เรามีในพระเยซูที่สามารถให้ชีวิตใหม่แม้ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง

กิจกรรม

ปริศนาอักษรไขว้เรื่อง “ลาซารัส”

ข้อท่องจำ ยอห์น 11:25

กิจกรรม

ทำที่บ้าน