เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้
- เรียนรู้เรื่องชาวสะมาเรียใจดี ที่เขารู้จักเมตตาช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่แบ่งเชื้อชาติ
- ต้องการมีหัวใจอย่างชาวสะมาเรียใจดี ไม่เพิกเฉยเมื่อเห็นคนอื่นเดือดร้อน
- ยอมรับว่าหนูเป็นคนบาป ไม่ดีพร้อม จึงต้องการพระเยซูเป็นผู้ช่วยให้รอดของหนู และโดยความช่วยเหลือของพระองค์ หนูตั้งใจจะช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งดีๆ กับผู้อื่น
T I P S สำหรับคุณครู
ยอห์น 15:9 “พระบิดาทรงรักเราอย่างไร เราก็รักพวกท่านอย่างนั้น จงติดสนิทอยู่กับความรักของเรา”
บางครั้งลองทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณครูอยากจะทำ ก็สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าเหลือเชื่อ เช่น เมื่อคุณครูอยากจะตะโกนสั่งให้เด็กเงียบ คุณครูลองกระซิบเสียงเบาๆ เด็กอาจหยุดและอยากที่จะฟังว่าคุณครูกำลังพูดอะไร หรือ เมื่อคุณครูอยากจะเอะอะโวยวายเมื่อมองดูน้ำบนพื้นที่เด็กทำหก คุณครูลองหันมามองเด็กและถามว่า เขาโอเคไหม แล้วชวนเด็กมาช่วยกันทำความสะอาด โอกาสแบบนี้ถือเป็นโอกาสทองที่คุณครูจะได้แสดงความรักเมตตาแก่เด็กๆ และยังแสดงให้เด็กในชั้นเรียนเห็นด้วยว่า คุณครูเป็นครูมือโปรที่สามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์
เกม “เก้าอี้ดนตรีแบบมีน้ำใจ”
สิ่งที่ต้องเตรียม
- เก้าอี้จำนวนน้อยกว่าเด็ก 1 ตัว
วิธีเล่น
- จัดเก้าอี้เรียงเป็นวง จำนวนเก้าอี้น้อยกว่าผู้เล่น 1 ตัว
- เปิดเพลงให้เด็กเดินรอบเก้าอี้ เมื่อเพลงหยุด เด็กต้องรีบหาที่นั่ง
- จะมีเด็ก 1 คนที่ไม่มีเก้าอี้นั่ง คุณครูบอกเด็กว่าวันนี้ครูกำลังมองหาเด็กที่จะยอมสละที่นั่งให้เด็กคนที่ไม่มีเก้าอี้นั่ง และให้เด็กคนที่ยอมสละเก้าอี้มายืนกับคุณครู
- เอาเก้าอี้ออกอีก 1 ตัว แล้วเล่นต่อ จนคุณครูได้เด็กที่ยอมสละเก้าอี้ 3-5 คน (ขึ้นอยู่กับจำนวนเด็กในชั้นเรียน และเวลา)
- คุณครูประกาศให้ “เด็กที่เสียสละ” ทั้งหมดเป็นผู้ชนะ
บทนำเรื่อง “เด็กน้อยใจฟู”
(เรื่องเล่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง) น้องนิล หนูน้อยวัย 11 ขวบกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.5 ฐานะทางบ้านไม่ร่ำรวย แม่มีอาชีพขายน้ำหน้าโรงเรียนที่น้องเรียนหนังสืออยู่ แม่ของเธอถูกเพื่อนโกงเงินจนติดหนี้สินและไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน น้องนิลติดค่าเทอมโรงเรียน 4 เทอม และจะต้องออกจากโรงเรียน
น้าหมวยเปิดร้านขายยาใกล้ๆ โรงเรียน และมีคนมาเล่าเรื่องน้องนิลให้ฟังว่าน้องนิลจะต้องออกจากโรงเรียน เพราะทางบ้านไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน ส่วนน้าหมวยเองไม่รู้จักน้องนิลเป็นการส่วนตัว แต่เพราะขับรถผ่านหน้าโรงเรียนเป็นประจำ และเห็นเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนช่วยแม่ขายน้ำหน้าโรงเรียนทุกวันหลังเลิกเรียน เธอจึงตัดสินใจช่วยจ่ายค่าเทอมที่ติดค้างไว้ทั้ง 4 เทอม แถมยังจ่ายค่าเทอมล่วงหน้าให้น้องนิลสามารถเรียนจบถึง ป.6 ด้วย
ด้านหน้าโรงเรียน น้าหมวยเขียนป้ายกระดาษว่า “ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีสัญญายืมเงิน ไม่ต้องคืนเงิน ช่วยให้น้องได้เรียนต่อ จ่ายให้ฟรีๆ ช่วยให้ฟรีๆ” เมื่อน้องนิลรู้ว่าน้าหมวยจ่ายหนี้ และจ่ายค่าเทอมล่วงหน้าให้ น้องน้ำตาไหลด้วยความตื่นเต้นดีใจ และบอกน้าหมวยว่า “หนูจะไม่ลืมบุญคุณ จะตั้งใจเรียน และจะขยันช่วยเหลือแม่ค่ะ”
เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ลูกา 10:25–37)
วันหนึ่ง ชายผู้รู้ธรรมบัญญัติคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพระเยซู และถามคำถามเพื่อทดสอบพระองค์ว่า “ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรเพื่อจะได้รับชีวิตนิรันดร์?” พระเยซูจึงถามกลับไปว่า “ในธรรมบัญญัติมีคำเขียนไว้ว่าอย่างไร? ท่านอ่านแล้วเข้าใจว่าอย่างไร?” ชายผู้นั้นตอบทันทีว่า “จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสุดใจ สุดจิต สุดกำลัง และสุดความคิดของท่าน และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”
พระเยซูจึงพูดกับเขาว่า “ท่านตอบได้ถูกแล้ว จงทำอย่างนั้นแล้วท่านจะได้ชีวิต” แต่ชายคนนั้นต้องการจะอวดว่าเขาถูกต้อง จึงถามต่อว่า “แล้วใครคือเพื่อนบ้านของข้า ล่ะ?” พระเยซูจึงเริ่มเล่าเรื่องดังนี้:
มีชายคนหนึ่งกำลังเดินทางจากเยรูซาเล็มไปยังเมือง เยรีโค ระหว่างทางเขาถูกโจรดักซุ่มโจมตีทำร้ายเขาอย่างรุนแรง และปล้นชิงทรัพย์สินเสื้อผ้าของเขา แล้วผลักเขาลงข้างทางปล่อยเขาให้นอนเลือดโชกและเจ็บปางตายอยู่ที่นั่น
รูปภาพที่ 1 ต่อมามีปุโรหิตคนหนึ่งเดินผ่านมาทางนั้นพอดี เมื่อเขามองเห็นชายที่นอนบาดเจ็บอยู่ เขากลับเบือนหน้าหนีและหลีกข้ามไปเดินอีกฝั่งหนึ่งของถนน
รูปภาพที่ 2 หลังจากนั้น มีคนเลวี (ผู้รับใช้ในพระวิหาร) อีกคนหนึ่งเดินมาพบชายบาดเจ็บคนนั้น เขาก็เหลือบมอง ชายคนนั้น แล้วก็เร่งฝีเท้าและหลีกเดินข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของถนนเช่นกัน
รูปภาพที่ 3 แต่แล้ว มีชาวสะมาเรียคนหนึ่งเดินทางผ่านมา
แม้โดยปกติแล้วชาวยิวในสมัยนั้นจะมองชาวสะมาเรียว่า ไม่ใช่ชาวยิวแท้เพราะมีการแต่งงานกับชาวต่างชาติ เป็นพวกลูกผสม และถือว่าไม่บริสุทธิ์ ถึงขั้นหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านแคว้นสะมาเรียโดยตรงแม้ทางจะใกล้กว่า
รูปภาพที่ 4 แต่เมื่อชาวสะมาเรียคนนี้พบเห็นชายชาวยิวที่นอนเจ็บอยู่ เขากลับรู้สึกสงสารจับใจ เขาจึงรีบเข้าไปช่วย ก้มลงและเทน้ำมันมะกอกและเหล้าองุ่นลงบนบาดแผล แล้วใช้ผ้าพันแผลไว้ จากนั้นเขาประคองชายคนนั้นขึ้นหลังลาของตนเองและพาเขาเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆ เมื่อถึงโรงแรมเขาดูแลชายบาดเจ็บตลอดคืน
วันต่อมา ชาวสะมาเรียคนนี้ล้วงเงินออกมาสองเหรียญ แล้วส่งให้เจ้าของโรงแรมพร้อมกับกำชับว่า “ขอให้ท่านช่วยดูแลเขาอย่างดีด้วย และหากต้องจ่ายเกินกว่านี้ เมื่อข้ากลับมา ข้าจะจ่ายคืนให้ครบ”
พระเยซูจึงหันไปถามชายผู้รู้คนนั้นว่า “ในสามคนนี้ ใครแสดงออกว่าเป็นเพื่อนบ้านของชายที่ถูกปล้น?” ชายคนนั้นตอบกลับว่า “คนที่ได้แสดงความเมตตาต่อเขา”
พระเยซูจึงพูดว่า “ท่านก็จงไปกระทำเช่นนั้นเถิด”
แผนการแห่งความรอด
พระเยซูยืนยันคำตอบของชายผู้รู้ธรรมบัญญัติว่า ถ้าเรารักองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยสุดใจ สุดจิต สุดกำลัง และสุดความคิด และให้รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง เราจะได้มีชีวิตนิรันดร์ สำหรับเด็กที่ไม่เป็นคริสเตียน แต่หนูรู้ไหมว่า ความรู้อย่างเดียวนั้นมันไม่ได้ช่วยให้หนูได้รับชีวิตนิรันดร์ พระเยซูยกตัวอย่าง ปุโรหิต และคนเลวีที่รับใช้ในพระวิหาร คนที่ใครๆ ถือว่าเป็นคนบริสุทธิ์สุดๆ ใกล้ชิดพระเจ้ามากๆ แต่พวกเขากลับสอบตกในเรื่องของความรักเมตตา โรม 3:10 กล่าวว่า “ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย” มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป ขาดตกบกพร่องและไปไม่ถึงมาตรฐานของธรรมบัญญัติ แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้ ผู้รับใช้พระเจ้า ดังนั้นพระเยซูจึงลงมาในโลกนี้ แสดงความรักของพระองค์จนถึงที่สุดด้วยการยอมตายบนไม้กางเขน เพื่อช่วยไถ่มนุษย์ให้พ้นจากความขาดตกบกพร่องในความบาป เพราะพระเยซูบุตรพระเจ้า ไม่มีบาป หากหนูสำนึกว่าตัวหนูเองไม่สามารถเป็นคนดีพร้อมได้ตลอดเวลา หนูเองเป็นคนบาปคนหนึ่ง แต่ถ้าหนูเชื่อและมอบชีวิตให้กับพระเยซู หนูจะได้สวมใส่ความชอบธรรมของพระเยซูแทนความบาป จะได้รับชีวิตใหม่แทนการรับโทษทัณฑ์ของบาป
พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน พระเยซูต้องการคนที่ลงมือทำมากกว่าคนที่รู้มาก หลายคนอาจโอ้อวดว่ารู้พระคัมภีร์มากกว่าเพื่อนแต่กลับเมินเฉยที่จะสนใจคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ชาวสะมาเรียเป็นคนที่ชาวยิวไม่ชอบคบหา แต่เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ช่วยเหลือชาวยิวที่บาดเจ็บ
“ใครคือเพื่อนบ้านของหนู?” พระเยซูสอนให้เรารักเพื่อนบ้านของเราเหมือนอย่างชาวสะมาเรียคนนี้ทำ แม้เขาอาจจะไม่ใช่คนในศาสนาเดียวกันหรือชนชาติเดียวกันกับคนที่บาดเจ็บ แน่นอน! ตอนนี้หนูยังเป็นเด็กและต้องระมัดระวังที่จะสร้างสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าที่หนูไม่รู้จัก แต่หนูสามารถเลือกที่จะใจดีกับเพื่อนในโรงเรียนที่ถูกคนอื่นแกล้ง อย่าเดินหนีเหมือนปุโรหิตหรือคนเลวี แต่ควรไปแจ้งครู หรืออยู่เป็นเพื่อนข้างๆ เขา หนูอาจเลือกที่จะเป็นเพื่อนกับคนที่คนอื่นมองข้าม หรืออาจหยิบยื่นสิ่งของหรือของเล่นให้กับผู้ประสบภัย (เปิดโอกาสให้เด็กช่วยกันหาวิธีที่พวกเขาจะเป็นเหมือนชาวสะมาเรียใจดีได้ในสถานการณ์ต่างๆ)
รูปภาพประกอบ
ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา
คำถามอภิปราย
(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)
- ผู้รู้ธรรมบัญญัติถามคำถามพระเยซูทั้งที่เขามีคำตอบอยู่แล้ว หนูคิดว่าทำไมเขาถึงตั้งคำถามกับพระเยซู? เพราะเขาต้องการได้ความรู้เพิ่มเติมหรือไม่? อย่างไร?
- เกิดอะไรกับคนบาดเจ็บ เมื่อปุโรหิตเดินมาพบเขา?
- เกิดอะไรกับคนบาดเจ็บ เมื่อคนเลวีเดินมาพบเขา?
- ใครที่เป็นคนช่วยเหลือชายบาดเจ็บ?
- หนูคิดว่าทำไมชาวสะมาเรียถึงช่วยชายชาวยิวที่บาดเจ็บ ทั้งๆ ที่โดยปกติชาวยิวจะไม่ชอบคบหากับชาวสะมาเรีย?
- จากพระคัมภีร์ตอนนี้ ใครคือเพื่อนบ้านของชายชาวยิวที่บาดเจ็บ ปุโรหิต คนเลวี หรือ ชายชาวสะมาเรีย? และหนูคิดว่าใครคือเพื่อนบ้านของหนู?
- หนูคิดว่า ทำไมพระเยซูถึงเล่าคำอุปมานี้ให้กับชายผู้รู้ธรรมบัญญัติที่ตั้งคำถามเพื่อทดสอบพระเยซู?
กิจกรรม
“รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”
สิ่งที่ต้องเตรียม
- กิจกรรมถ่ายเอกสาร
- กระดาษโปสเตอร์ (สีอะไรก็ได้)
- กรรไกร
- กาว
- ดินสอ
วิธีทำ
- แจกใบกิจกรรมที่ถ่ายเอกสารให้เด็กแต่ละคน
- ให้เด็กเติมคำตอบลงในช่องว่างถึงวิธีต่างๆ ที่เด็กสามารถแสดงความรักต่อคนอื่นได้
- แจกกระดาษโปสเตอร์ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเด็กพอประมาณ
- ให้เด็กวางฝ่ามือข้างหนึ่งทาบลงบนกระดาษ แล้วใช้ดินสอร่างมือของเขา
- หลังจากนั้นใช้กรรไกรตัดตามรอยที่ร่างไว้
- ใช้กาวทาบริเวณฝ่ามือแล้วแปะลงบนใบกิจกรรม ทากาวบริเวณปลายนิ้วกลางและนิ้วนางเล็กน้อย แล้วพับนิ้วทั้งสองลงให้ติดกับฝ่ามือ เด็กก็จะได้มือที่สื่อภาษาคำว่า “ฉันรักเธอ”
- สะท้อนบทเรียน - ทบทวนวิธีง่ายๆ ในใบกิจกรรมนี้เพื่อหนูจะเข้าใจถึงคำสอนของพระเยซูให้ “รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” คือการที่หนูคิดถึงสิ่งที่ชอบ และคิดต่อไปว่า หนูจะทำสิ่งเหล่านี้ให้เพื่อนของหนูด้วย ความรักเริ่มจากการคิดถึงคนอื่นเหมือนที่เราคิดถึงตัวเอง
