บทเรียน : อาหารมื้อสุดท้าย

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • รู้ว่าพระเยซูต้องการให้สาวกของพระองค์รักซึ่งกันและกัน
  • ซาบซึ้งใจกับความรักของพระเยซูและการถ่อมใจล้างเท้าให้กับพวกสาวกของพระองค์
  • เชื่อในพระเยซูผู้เสียสละชีวิตเพื่อหนู และตอบสนองความรักของพระองค์โดยการเชื่อฟังทำตามบัญญัติของพระองค์

 

 

T I P S สำหรับคุณครู

โรม 12:16 “อย่าใฝ่สูง แต่ยอมสมาคมกับคนต่ำต้อย อย่าถือตัวฉลาด” การสอนเด็กๆ ในขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่มีการประชุมกัน การใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเตรียมการสอน อาจเป็นการทำในที่ลับ ไม่ได้เป็นที่สังเกต เห็นของคนทั่วไป แต่การกระทำเช่นนี้วันแล้ววันเล่า การใช้เวลากับเด็กๆ การเสียสละแรงและเวลาของคุณครู ขอพึงระลึกถึงคำกล่าวของพระเยซูว่า “ถ้าผู้ใดจะเอาน้ำเย็นสักถ้วยหนึ่ง ให้คนเล็กน้อยเหล่านี้คนใดคนหนึ่งดื่ม เพราะเป็นสาวกของเรา เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า คนนั้นจะไม่ขาดบำเหน็จแน่นอน” อยากหนุนใจคุณครูทุกท่านว่า การงานที่ท่านทำจะไม่ขาดบำเหน็จแน่นอน

เกม “วงแห่งความกลมเกลียว”

สิ่งที่ต้องเตรียม

ลูกอมหรือขนมชิ้นเล็กๆ ตามจำนวนของผู้เล่น

วิธีเล่น

  1. ให้เด็กนั่งเป็นวงกลม คุณครูแจกลูกอมหรือขนมให้เด็กแต่ละคนถือไว้
  2. ให้เด็กแต่ละคน ผลัดกันชมเชยหรือพูดถึงสิ่งดีๆ ที่เขาชื่นชมต่อคนที่นั่งข้างๆ และมอบลูกอมหรือขนมเป็นการขอบคุณ เช่น “เราขอบคุณเธอนะที่เป็นคนใจดี” หรืออะไรคล้ายๆ กัน
  3. หลังจากที่เด็กคนนั้นได้รับคำชมแล้ว เขาจะต้องหันไปชื่นชมคนที่นั่งข้างๆ ถัดไป เกมจะดำเนินต่อไปจนกว่าทุกคนจะได้รับคำชม
  4. สะท้อนให้เห็นว่า พระเยซูปรารถนาให้สาวกของพระองค์รักซึ่งกันและกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเกมนี้ช่วยฝึกฝนเด็กๆ ให้มีความเมตตา และแสดงความรักซึ่งกันและกัน

บทนำเรื่อง “ชิงดีชิงเด่น”

วันหนึ่งบรรดาอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมาประชุมกัน ได้แก่ มือ ขา ปาก และฟัน พวกมันเริ่มบ่นเพราะเห็นว่า พวกตนต่างทำงานวันแล้ววันเล่าด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่ลองดูท้องสิ! มันแค่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย ก็ได้รับอาหารโดยไม่ต้องเคลื่อนไหวออกแรงอะไร อวัยวะเหล่านั้นจึงรวมหัวกันประท้วง ขาประท้วงโดยไม่ยอมเดินไปหาอาหาร มือก็ประท้วงด้วยการไม่ยอมหยิบอาหาร ปากก็ไม่ยอมอ้าเพื่อจะกินอาหาร และฟันก็ไม่ยอมเคี้ยวอาหาร

ไม่นานนัก ท้องที่อยู่เฉยๆ ก็เริ่มรู้สึกหิวเพราะไม่มีอาหารตกลงถึงท้องเลย หลายวันผ่านไปเมื่อท้องไม่ได้กินอาหารใดๆ อวัยวะอื่นๆ ทั้ง ขา มือ ปาก และฟัน ต่างเริ่มรู้สึกอ่อนแอ เพลียไม่มีเรี่ยวแรงในการทำอะไร พวกมันจึงเข้าใจว่า แท้จริงแล้ว ที่เห็นท้องอยู่กับที่ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้ทำอะไร ท้องได้ทำหน้าที่สำคัญในการย่อยอาหารที่พวกมันมองไม่เห็นเองต่างหาก อวัยวะทั้งหลายจึงสำนึกผิด และกลับมาร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างพร้อมเพรียงกัน แล้วร่างกายนั้นก็กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง อย่าพยายามชิงดีชิงเด่น หรือคิดว่าใครทำมากทำน้อย แต่จงทำส่วนที่เป็นหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (มัทธิว 20:20-28, 26:26-29, ยอห์น 13:1-34)

 รูปภาพที่ 1 หนูรู้ไหมว่า แม้แต่สาวกที่ติดตามพระเยซู ก็ยังมีเรื่องให้ทะเลาะและเคืองใจกัน? ลองเดากันสิว่า พวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร?

วันหนึ่งแม่ของยอห์นและยากอบ สาวกคนสนิทของพระเยซูเข้ามากราบลงที่เท้าของพระเยซู และขอว่า “เมื่อพระองค์ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่อไร ขอให้ลูกชายทั้งสองของข้าได้มีตำแหน่งนั่งทางขวาของพระองค์คนหนึ่ง และนั่งทางซ้ายอีกคนหนึ่งด้วยเถิด”

พระเยซูหันไปตอบยอห์นและยากอบว่า “พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่ากำลังขออะไรอยู่ เจ้าจะดื่มจากถ้วยที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานที่เรากำลังจะดื่มได้หรือ” ทั้งสองรีบตอบกลับไปว่า “ได้สิ.. พระอาจารย์” พระเยซูกำลังพูดถึงการตายของพระเยซูบนไม้กางเขนที่ใกล้จะมาถึง แต่พวกสาวกของพระองค์ไม่เข้าใจเช่นนั้น พวกเขาเชื่อว่า ตอนนั้นพระเยซูทำการอัศจรรย์หลายต่อหลายครั้ง ประชาชนมากมายต่างพากันติดตามพระองค์ พวกเขาต่างต้อนรับพระองค์เยี่ยงผู้นำของชาวยิว ในไม่ช้าพระเยซูจะต้องได้เป็นกษัตริย์ ซึ่งจะเป็นผู้นำที่มาปลดปล่อยชาวยิวจากการเป็นทาสของโรมอย่างแน่นอน

เมื่อสาวกอีกสิบคนรู้เรื่องของยอห์นและยากอบเข้าก็โกรธสองพี่น้องนั้นมาก อาจถึงขึ้นมีการโต้เถียงกันว่าใครในหมู่สาวกควรได้รับตำแหน่งอะไรบ้าง แต่พระเยซูกลับเรียกพวกเขามาและพูดว่า “ใช่แล้ว ผู้ปกครองและผู้นำทั่วไปชอบทำตัวเป็นนาย และวางอำนาจเหนือประชาชน แต่ในหมู่พวกท่าน ถ้าคนไหนอยากจะเป็นใหญ่ให้เขาเป็นผู้ปรนนิบัติท่าน และถ้าคนไหนอยากเป็นคนสำคัญที่สุดให้เขาเป็นทาสรับใช้ในหมู่พวกท่าน เหมือนกับบุตรมนุษย์ (คือพระเยซู) ที่ไม่ได้มาเพื่อให้คนอื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้คนอื่น และยอมสละชีวิตเพื่อเป็นค่าไถ่ปลดปล่อยคนมากมายให้เป็นอิสระ”

รูปภาพที่ 2 เมื่อใกล้จะถึงงานเทศกาลปัสกา ซึ่งใกล้เวลาที่พระเยซูจะจากโลกนี้ไป ในสภาพบ้านเมืองของอิสราเอลที่เป็นทะเลทราย ถนนเต็มไปด้วยฝุ่น และคนมักสวมใส่รองเท้าแตะสาน (ไม่สวมถุงเท้า) การล้างเท้าเป็นประเพณีของเจ้าของบ้านหรือคนรับใช้ที่จะล้างเท้าแก่แขก เพื่อเป็นการแสดงการต้อนรับและให้เกียรติ พระเยซูรักบรรดาสาวกของพระองค์อย่างที่สุด ระหว่างรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายกับพวกสาวก พระองค์ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร ถอดเสื้อคลุมออกแล้วเอาผ้าเช็ดตัวมามัดเอวไว้ พระองค์เทน้ำใส่อ่าง แล้วก้มลงล้างเท้าให้พวกสาวกของพระองค์ และเอาผ้าเช็ดเท้าให้พวกเขาทีละคน

เมื่อพระเยซูล้างเท้าให้พวกสาวกทุกคนแล้ว พระองค์สวมเสื้อคลุมแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร พระองค์พูดว่า “พวกท่านเรียกเราว่า พระอาจารย์ และ องค์พระผู้เป็นเจ้า ที่เรียกอย่างนั้นก็ถูกต้องแล้ว เพราะเราเป็นเช่นนั้นจริงๆ ถ้าเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระอาจารย์ยังก้มลงล้างเท้าให้กับพวกท่าน พวกท่านก็ควรจะล้างเท้าให้แก่กันและกันด้วย เราได้ทำเป็นตัวอย่างให้ดูแล้ว พวกท่านก็ควรจะทำตามด้วย เราบอกให้รู้ว่า ทาสไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่านาย และผู้ส่งข่าวก็ไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าคนที่ส่งเขามา เมื่อพวกท่านรู้อย่างนี้แล้วประพฤติตาม ท่านก็เป็นสุข”

รูปภาพที่ 3 ระหว่างนั่งรับประทานอาหารด้วยกันอยู่นั้นพระเยซูทุกข์ใจมาก และพูดขึ้นว่า “เราจะบอกให้ท่านรู้ว่าคนหนึ่งในพวกท่านจะทรยศเรา” เหล่าสาวกต่างหันไปมองหน้ากัน สงสัยว่าพระองค์กำลังพูดถึงใคร เปโตรจึงหันไปถามยอห์น ยอห์นซึ่งนั่งติดกับพระองค์จึงถามว่า “อาจารย์กำลังพูดถึงใครอยู่?”

พระเยซูตอบว่า “คนที่เราจะยื่นขนมปังจุ่มในถ้วยนี้ให้” แล้วพระองค์ก็เอาขนมปังจุ่มลงในถ้วยยื่นให้ยูดาส อิสคาริโอท เมื่อยูดาสรับขนมปังชิ้นนั้นแล้ว ซาตานก็ครอบงำจิตใจเขา พระองค์จึงพูดว่า “จะทำอะไร ก็รีบไปทำเถิด” สาวกคนอื่นที่นั่งอยู่ด้วยไม่รู้ว่าพระเยซูพูดกับยูดาสเช่นนั้น กลับเข้าใจว่าพระเยซูให้ยูดาสออกไปซื้อของที่ต้องใช้ในเทศกาลปัสกาเพราะเขาเป็นคนดูแลถุงเงิน

รูปภาพที่ 4 พระเยซูพูดต่อไปว่า “ลูกที่รัก เราจะอยู่กับพวกท่านอีกประเดี๋ยวเดียว ที่ที่เรากำลังจะไปนั้น พวกท่านไปไม่ได้

เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่านคือ ให้รักซึ่งกันและกันเหมือนอย่างที่เรารักท่าน ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้คือ การสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของตน ถ้าพวกท่านประพฤติตามที่เราสั่ง ท่านจะเป็นมิตรสหายของเรา”

ระหว่างอาหารมื้อนั้น พระเยซูหยิบขนมปังขึ้นมา อธิษฐานแล้วหักขนมปังส่งให้เหล่าสาวกพูดว่า “จงรับเถิด นี่เป็นร่างกายของเรา” แล้วพระองค์หยิบถ้วย เมื่อขอบ พระคุณพระเจ้าแล้วจึงส่งให้แก่พวกเขา พวกเขาก็รับไปดื่มพระองค์พูดต่อไปว่า “นี่เป็นโลหิตของเรา ซึ่งเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญาที่จะต้องหลั่งออกมาเพื่อคนจำนวนมาก เราจะไม่ดื่มน้ำองุ่นนี้อีกต่อไปจนกว่าจะถึงวันนั้นที่เราจะดื่มกับพวกท่านอีกในแผ่นดินของพระเจ้า” สิ่งที่พระเยซูกระทำระหว่างอาหารมื้อสุดท้ายนี้เป็นสิ่งที่พระเยซูกำลังบอกพวกสาวกถึงการทนทุกข์ทรมานบนไม้กางเขนที่กำลังจะเกิดขึ้นกับพระองค์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อร้องเพลงสรรเสริญแล้ว พวกเขาก็พากันไปที่ภูเขามะกอกเทศ

แผนการแห่งความรอด

อาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูเป็นเครื่องเตือนใจครูและหนูให้นึกถึงความรักและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพระเยซู พระเยซูเปรียบเทียบขนมปังกับร่างกายของพระองค์ที่จะถูกทุบตีและตรึงตายบนไม้กางเขน เมื่อพระองค์ยกถ้วยน้ำองุ่นขึ้นให้สาวกดื่ม พระองค์กำลังชี้ให้พวกเขาเห็นว่าในไม่ช้านี้ พระองค์จะต้องตาย และเลือดที่ไหลออกมาจากร่างกายของพระองค์ เป็นเลือดของผู้ที่ไร้ความผิด ไม่มีบาป พระองค์ยอมตายและเลือดของพระองค์จะหลั่งออกเพื่อลบล้างความผิดบาปของมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ โดยการที่พระองค์ยอมรับเอาความผิดบาปเหล่านั้นไว้บนพระองค์เองบนไม้กางเขน นี่เป็นความรักและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทำให้กับมนุษย์ทุกคน รวมทั้งครูและหนูด้วย

สำหรับเด็กที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า หากหนูรู้ว่าพระเยซูรักหนูและเสียสละพระองค์เองเพื่อหนู และหนูต้องการได้รับการยกโทษบาป หนูจะต้องเชื่อและวางใจในพระเยซู และต้อนรับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของหนู (คุณครูอาจใช้โอกาสนี้ในการเชิญชวนเด็กที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าต้อนรับพระเยซู)

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน พระเยซูเป็นตัวอย่างในความถ่อมใจ การเสียสละและในการรับใช้ผู้อื่น พระองค์ยังสั่งพวกสาวกของพระองค์ให้รักซึ่งกันและกัน หากหนูเป็นสาวกของพระองค์ หนูคิดว่ามีอะไรบ้างที่หนูทำได้ในวันนี้เพื่อตอบสนองความรักของพระเยซูที่มีต่อหนู และปฏิบัติตามตัวอย่างชีวิตของพระองค์? (เปิดโอกาสให้เด็กอภิปราย) หนูสามารถขอบคุณสำหรับการเสียสละและการอภัยบาป, หนูสามารถรักและรับใช้ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่, หนูสามารถปฏิบัติต่อเพื่อนด้วยเมตตาและความรัก ให้อภัยกันและกัน, หนูสามารถเข้าร่วมพิธีมหาสนิทในคริสตจักร เพื่อระลึกถึงการเสียสละของพระเยซู และตั้งใจที่จะเชื่อฟังทำตามพระองค์ในชีวิตประจำวัน

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. สาวกของพระเยซูทะเลาะโต้เถียงกันเรื่องอะไร?
  2. พระเยซูทำอะไรเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สาวกในการปรนนิบัติรับใช้ซึ่งกันและกัน?
  3. ใครที่พระเยซูทำนายว่าจะทรยศพระองค์?
  4. บัญญัติหรือคำสั่งสำคัญที่พระเยซูสั่งแก่พวกสาวกระหว่างอาหารมื้อสุดท้ายคืออะไร?
  5. อาหารมื้อสุดท้าย พระเยซูเปรียบขนมปังและน้ำองุ่นกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์อย่างไร?
  6. พระเยซูแสดงความรักและการเสียสละต่อมนุษย์อย่างไร?
  7. หนูประทับใจในเหตุการณ์ตอนไหนของบทเรียนนี้?

กิจกรรม

“ส่งถ้วยด้วยใจขอบคุณ”

สิ่งที่จะต้องเตรียม

  • ถ้วยใบเล็ก
  • น้ำองุ่น
  • ขนมปังชิ้นเล็กๆ
  • ถาดหรือจานสำหรับใส่ขนมปังและน้ำองุ่น

วิธีทำ

  • ให้เด็กๆ นั่งเป็นวงกลม หากเป็นไปได้เปิดเพลงเบาๆ เป็นพื้นหลังเพื่อสร้างบรรยากาศสงบเสมือนกับอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูกับเหล่าสาวกของพระองค์
  • เริ่มจากการส่งถาดขนมปังให้เด็กคนหนึ่งไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเพลงยังคงเล่นอยู่
  • เมื่อเพลงหยุด เด็กที่ถือถาดจะต้องพูดคำอธิษฐานสั้นๆ หรือพูดสิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้สึกขอบคุณ เหมือนกับที่พระเยซูได้กล่าวคำขอบคุณก่อนที่จะแบ่งขนมปังและน้ำองุ่น
  • เมื่อเด็กพูดเสร็จ คุณครูให้ถ้วยน้ำองุ่นแก่เด็กคนนั้น เพื่อเขาจะสามารถดื่มน้ำองุ่นและกินขนมปังชิ้นเล็กๆ ก่อนที่จะส่งถาดขนมปังต่อไป
  • เกมจะดำเนินต่อไปจนกว่าทุกคนจะได้มีโอกาสอธิษฐานหรือแบ่งปันสิ่งที่พวกเขาต้องการจะขอบคุณพระเจ้า

การสะท้อนจากพระคัมภีร์

เกมนี้สะท้อนถึงการแบ่งขนมปังและน้ำองุ่นในอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู ที่พระเยซูทรงขอให้สาวกระลึกถึงพระองค์ผ่านการรับประทานมหาสนิท และช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ ขอบคุณและระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูทำซึ่งได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์

 

กิจกรรม

“ล้างเท้าด้วยความถ่อมใจ”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กะละมังใบเล็ก
  • ผ้าขนหนู
  • น้ำ

วิธีทำ:

  • แบ่งเด็กออกเป็นสองทีมเท่าๆ กัน (อาจมีมากกว่าสองทีม หากมีเด็กจำนวนมาก)
  • อ่านพระคัมภีร์ ยอห์น 13:14-15 “เพราะฉะนั้นถ้าเราผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระอาจารย์ยังล้างเท้าของพวกท่าน ท่านก็ควรจะล้างเท้าของกันและกันด้วย”
  • กิจกรรมนี้จะเป็นภาคปฏิบัติของเด็กๆ ที่จะทำตามสิ่งที่พระเยซูได้กระทำต่อสาวกของพระองค์ และได้สั่งให้เหล่าสาวกของพระองค์ปฏิบัติตาม
  • เด็กคนแรกในแต่ละทีมจะล้างเท้าของเพื่อนและเช็ดให้แห้ง จากนั้นเด็กคนที่ถูกล้างเท้าจะเป็นคนล้างเท้าให้คนที่นั่งถัดไปในทีม ทำเช่นนี้จนทุกคนในทีมได้รับการล้างเท้า (เด็กคนที่นั่งสุดท้ายจะล้างเท้าให้เด็กคนแรก)

การสะท้อนจากพระคัมภีร์

กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความอ่อนน้อมของพระเยซูที่ได้ล้างเท้าของสาวกเพื่อสอนให้เรารับใช้ผู้อื่นอย่างถ่อมใจ และกระตุ้นให้เด็กๆ เรียนรู้ถึงการถ่อมใจโดยการล้างเท้าให้เพื่อนของเขา

กิจกรรม

ทำที่บ้าน