บทเรียน : ประชาชนต้อนรับพระเยซู

เมื่อกลับบ้านวันนี้หนูจะได้

  • รู้ว่าพระเยซูลงมาในโลกนี้เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของบาป
  • ได้รับการหนุนใจจากบทเรียนที่เห็นประชาชนชาวยิวมากมายมาเชื่อวางใจในพระเยซู
  • ต้องการต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และสรรเสริญพระเจ้าด้วยคำพูดและการกระทำของหนู

T I P S สำหรับคุณครู

โรม 12:15 “จงชื่นชมยินดีกับผู้ที่มีความชื่นชมยินดี” การแสดงความยินดีกับผู้อื่นเป็นเรื่องที่เด็กๆ อาจจะต้องได้รับคำแนะนำถึงวิธีและท่าทีในการยินดีกับผู้อื่น อันดับแรก เราต้องเข้าใจว่าการร่วมยินดีกับผู้อื่น ไม่ใช่การเอาผู้อื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเอง เราต้องวางตัวเองไว้ก่อน และโฟกัสกับความยินดีของเพื่อนที่เขามาแบ่งปันกับเรา การยินดีหรือดีใจกับความสุขและการอวยพรของผู้อื่น ไม่ได้มีความหมายว่าความสุขและการอวยพรของตัวเองจะหดหายหรือลดลง แต่ในทางตรงกันข้าม การแบ่งปันและยินดีกับผู้อื่น เมื่อความสุขได้แบ่งปันกับผู้อื่นมักทำให้ความสุขนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเสมอ

เกม “โบกใบปาล์ม”

สิ่งที่ต้องเตรียม

ภาพใบปาล์มจำนวนเท่ากับผู้เล่น (แบบหน้า 21)

วิธีเล่น

  1. ถ่ายเอกสารใบปาล์มตามจำนวนผู้เล่น โดยต้องให้แต่ละแบบของใบปาล์มมีคู่อย่างน้อย 1 คู่
  2. วางใบปาล์มคว่ำหน้าลงบนลานกว้าง เพื่อความสนุกของการวิ่งตามหาคู่
  3. เมื่อให้สัญญาณ เด็กจะต้องรีบไปเลือกใบปาล์มขึ้นมาหนึ่งใบ แล้วรีบไปตามหาเด็กคนที่ถือใบปาล์มภาพเดียวกับตน
  4. เมื่อเจอคู่แล้วให้เด็กรีบเดินโบกใบปาล์มไปหาคุณครู เด็กที่หาเจอคู่ของตนก่อนถือเป็นผู้ชนะ

 

บทนำเรื่อง “โฮซันนา”

เราเคยได้ยินคำว่า โฮซันนา และอาจเคยร้องเพลงที่มีคำนี้หลายครั้ง เด็กๆ รู้ไหมว่า โฮซันนา มาจากภาษาอะไร? และมีความหมายว่าอย่างไร? โฮซันนาเป็นคำที่มาจากภาษาฮีบรู ปรากฏครั้งแรกในพระธรรมสดุดี อันที่จริงแล้ว คำว่า “โฮซันนา” มีความหมายเป็นคำร้องต่อพระเจ้าว่า “ขอช่วยกู้พวกเราให้รอดด้วยเถิด” เมื่อโฮซันนาถูกนำมาใช้ในพระธรรมสดุดี ในบทเพลงสรรเสริญ จึงมีนัยยะในการขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้าที่จะช่วยกู้พวกเขา เพราะพวกเขาเชื่อและวางใจในพระเจ้า เชื่อมั่นในความสัตย์ซื่อของพระเจ้าที่จะช่วยกอบกู้พวกเขาให้รอดพ้นจากความยากลำบาก

ดังนั้น เมื่อเราได้ยินวลีที่ว่า “โฮซันนา โฮซันนาในที่สูงสุด” จึงไม่ได้มีความหมายว่า สรรเสริญพระเจ้า สรรเสริญพระเจ้าในที่สูงสุด แต่หนูลองนึกย้อนกลับไปในช่วงที่พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม ประชาชนต่างถือทางตาล (ใบปาล์ม) โบกต้อนรับพระองค์ ที่พวกเขาพูดกลับมีความหมายสำคัญกว่าการสรรเสริญพระเจ้าอีก ในเวลานั้นพวกเขากำลังส่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ด้วยความหวังอย่างแรงกล้า ขอให้พระเยซูมาเป็นผู้ช่วยกู้พวกเขาคือชาวอิสราเอลให้รอดพ้นจากการเป็นทาสและการกดขี่ข่มเหงด้วยเถิด ที่น่าสนใจมากกว่านั้นอีกคือ ชื่อของพระเยซูในภาษาฮีบรู คือเยชูวา ซึ่งมีความหมายว่า “พระยาห์เวห์ช่วยให้รอด” หรือ “พระผู้ช่วยให้รอด” นั่นเอง ครั้งหน้าเมื่อเด็กๆ ได้เอ่ยคำว่า “โฮซันนา” ครั้งใดให้พวกเราระลึกขอบคุณที่พระเจ้าได้ให้พระเยซูมาเป็นผู้ช่วยให้รอดของเรากันเถิด

เล่าเรื่องจากพระคัมภีร์ (ยอห์น 11:45-12:19)

 รูปภาพที่ 1 หลังจากพระเยซูทำให้ลาซารัสเป็นขึ้นจากตาย  พวกยิวหลายคนที่ได้เห็นสิ่งที่พระเยซูทำ ต่างพากันเชื่อวางใจในพระองค์ แต่ก็มีบางคนไปหาพวกฟาริสีและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง พวกปุโรหิตและฟาริสีจึงเรียกประชุมสภา (ของผู้นำศาสนาชาวยิว) พวกเขาพูดกันว่า “พวกเราจะทำยังไงดี ชายคนนี้ทำการอัศจรรย์มากมาย ถ้าเราขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ประชาชนจะแห่กันไปเชื่อเขาหมด แล้วพวกโรมันก็จะมาทำลายวิหารและชาติของเราเป็นแน่” พวกเขากลัวว่า พวกโรมันจะคิดว่าชาวยิว จะรวมตัวกันกบฏต่อโรมนั่นเอง

คายาฟาส หัวหน้าปุโรหิตจึงแนะว่า น่าจะเป็นการดีที่คนหนึ่งจะตายเพื่อประชาชน แทนที่จะให้คนทั้งชาติต้องพินาศไป ซึ่งเขาไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่เขากล่าวจะกลายเป็นคำพยากรณ์ว่าพระเยซูจะต้องตายแทนชนชาติยิว และไม่ใช่แทนชนชาติยิวเท่านั้น แต่เพื่อรวบรวมลูกๆ ของพระเจ้าที่กระจัดกระจายไปทั่วโลกให้มาอยู่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว นับตั้งแต่วันนั้นพวกเขาจึงหาทางวางแผนที่จะฆ่าพระเยซู

รูปภาพที่ 2 หกวันก่อนถึงเทศกาลปัสกา พระเยซูไปที่หมู่บ้านเบธานี ครอบครัวของลาซารัสได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับพระองค์ มารธาพี่สาวก็คอยปรนนิบัติแขกทั้งหลาย ส่วนลาซารัสก็นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับพระองค์และพวกสาวกของพระองค์

 

 

รูปภาพที่ 3 ในเวลานั้น มารีย์เข้ามาเอาน้ำมันหอมนารดาครึ่งลิตรมาเทลงที่เท้าทั้งสองข้างของพระเยซู และใช้ผมของเธอเช็ดเท้าของพระองค์จนบ้านทั้งหลังหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมันหอม แต่สาวกคนหนึ่งของพระเยซูชื่อ ยูดาส  อิสคาริโอทพูดขึ้นว่า “ทำไมไม่เอาน้ำมันหอมไปขาย แล้วเอาเงินมาแจกให้กับคนจน คงจะขายได้เท่ากับค่าแรงเป็นปีทีเดียว” ที่ยูดาสพูดเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นห่วงคนจนแต่อย่างใด แต่เพราะเขาเป็นคนหัวขโมย ชอบยักยอกเงินในถุงเก็บเงินที่เขาเป็นคนดูแล

พระเยซูจึงพูดขึ้นว่า “อย่าห้ามนางเลย ให้นางเก็บน้ำมันหอมไว้สำหรับวันฝังศพของเราเถิด เพราะว่าจะมีคนจนอยู่กับพวกท่านเสมอ แต่เราจะไม่อยู่กับท่านเสมอไป”

รูปภาพที่ 4 วันต่อมาประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมงานเทศกาลปัสกาได้ยินว่าพระเยซูเดินทางมากรุงเยรู ซาเล็ม พวกเขาพากันถือกิ่งปาล์มออกไปต้อนรับพระองค์ร้องตะโกนว่า “โฮซันนา ขอให้พระองค์ผู้มาในนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าคือ กษัตริย์ของอิสราเอลทรงพระเจริญ”

ในเวลานั้นพระเยซูพบลูกลาตัวหนึ่ง จึงขึ้นขี่ลานั้นตามที่มีเขียนไว้ในเป็นคำพยากรณ์ว่า “เมืองศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย จงดูสิ! กษัตริย์ของเจ้ากำลังมา พระองค์ขี่หลังลาหนุ่ม”

พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างถ่อมตน โดยขี่ลูกลาตัวหนึ่ง ฝูงชนที่อยู่กับพระเยซูตอนที่พระองค์เรียกลาซา รัสออกมาจากอุโมงค์ฝังศพและทำให้เขาเป็นขึ้นจากตายนั้นเป็นพยานในสิ่งที่เขาทั้งหลายได้ยินและได้เห็น ทำให้มีประชาชนมากมายพากันติดตามพระองค์ เพราะพวกเขาได้ยินถึงการอัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทำ พวกฟาริสีจึงพูดกันว่า “เห็นไหม เราทำอะไรไม่ได้เลย ดูสิ.. โลกทั้งโลกไปติดตามเขาหมดแล้ว!”

แผนการแห่งความรอด

ผู้คนต่างพากันแห่มาต้อนรับพระเยซู ต้องการให้พระองค์เป็นกษัตริย์ของพวกเขา ประชาชนต่างพากันเชื่อว่าพระเยซูจะมาช่วยกู้พวกเขาให้รอดพ้นเป็นอิสระจากการกดขี่ข่มเหงของชาวโรมัน แต่อันที่จริงแล้ว ในเวลานั้นพระเยซูเสด็จมาในโลกนี้เพื่อนำสันติภาพมาสู่จิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคน พระองค์ต้องการปลดปล่อยมนุษย์จากการเป็นทาสของบาป และโทษทัณฐ์ของความตาย พระองค์ไม่ได้มาเพียงเพื่อช่วยอิสราเอลจากการกดขี่ข่มเหงฝ่ายร่างกายเท่านั้น แต่พระองค์มาเพื่อเป็นกษัตริย์ที่เปิดหนทางแห่งความรอดให้กับมนุษย์ ลบล้างบาปให้กับพวกเขาเพื่อพวกเขาจะกลับคืนดีกับพระเจ้าได้

สำหรับเด็กที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า หนูรู้ไหมว่า พระเยซูไม่ต้องการที่จะเป็นกษัตริย์ของโลกนี้ แต่พระองค์ต้องการเป็นกษัตริย์หรือราชาในหัวใจของหนู หากหนูต้องการให้พระองค์ยกโทษบาปให้หนู เพื่อหนูจะกลับคืนดี และมีสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าได้ หนูต้องเชื่อและต้อนรับให้พระเยซูเข้ามาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของหนู

พระคัมภีร์เกี่ยวข้องกับหนูอย่างไร

รูปภาพที่ 5

สำหรับเด็กที่เป็นคริสเตียน ชาวอิสราเอลต่างพากันสรรเสริญพระเยซู เพราะพระองค์สมควรที่จะได้รับคำสรรเสริญ แต่หนูรู้ไหมว่า การสรรเสริญพระเจ้าไม่เป็นเพียงแค่การร้องสรรเสริญด้วยปากของเราเท่านั้น แต่การสรรเสริญพระเจ้าที่แท้จริงนั้นยังรวมไปถึง การสรรเสริญพระเจ้าในทุกๆ วันด้วยการกระทำของหนู หนูสามารถสรรเสริญขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อหนู หนูสามารถสรรเสริญพระเจ้าด้วยคำพูดและเสียงของหนู หนูสามารถสรรเสริญพระเจ้าได้ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างอ่อนน้อม ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจยินดี ปรนนิบัติสมาชิกในครอบครัวของหนู การสรรเสริญพระเจ้ายังรวมไปถึง การถวายสิ่งที่หนูมีให้กับพระเจ้า การทุ่มเทรับใช้งานของพระเจ้า และการไม่รอช้าที่จะบอกข่าวดีของพระเยซูแก่คนอื่นๆ

รูปภาพประกอบ

ข้อกำหนดในการใช้บทเรียนรูปภาพ  เราต้องการให้บทเรียนและรูปภาพประกอบเป็นพระพรสำหรับทุกท่าน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านที่จะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือใช้ในทางที่เบี่ยงเบนไปจากวัตถุประสงค์ของเรา

คำถามอภิปราย

(คำถามไม่เพียงทบทวนเนื้อหาจากบทเรียนเท่านั้น แต่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้คิดใคร่ครวญประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง บางคำถามอาจไม่มีคำตอบผิดหรือถูก แต่ช่วยให้เกิดการอภิปรายกันในห้องเรียน เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วยในเวลาเดียวกัน)

  1. ทำไมพวกผู้นำศาสนาชาวยิวจึงกลัวที่จะมีประชาชนแห่กันไปติดตามพระเยซูกันมากมาย พวกเขากลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น?
  2. เมื่อพวกเขากลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น พวกปุโรหิตและฟาริสีจึงวางแผนอะไรกัน?
  3. ในงานเลี้ยงที่หมู่บ้านเบธานี มารีย์นำอะไรมาถวายให้กับพระเยซู?
  4. หนูคิดว่า การเอาน้ำมันหอมราคาแพงมาชโลมเท้าของพระเยซู มันคุ้มค่าไหม? ทำไมหนูจึงคิดเช่นนั้น?
  5. เมื่อพระเยซูเดินทางเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็ม มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น?
  6. โฮซันนา มีความหมายว่าอย่างไร?
  7. หนูสามารถสรรเสริญพระเจ้าได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?

กิจกรรม

“โฮซันนา.. โฮซันนา แด่พระเจ้าสูงสุด”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • จานกระดาษขนาด 5-6 นิ้วสำหรับเด็กคนละ 2 ใบ
  • เมล็ดข้าวโพด หรือ เมล็ดธัญญาพืชอะไรก็ได้ (เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ)
  • สีหรือสติ๊กเกอร์ สำหรับตกแต่ง
  • กาว
  • ที่เจาะรู
  • ริบบิ้น

วิธีทำ

  • อธิบายให้เด็กรู้ว่า เด็กจะได้ทำเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งเรียกว่า “แทมบูรีน” ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่ชาวยิวใช้ในการร้องรำทำเพลงสรรเสริญพระเจ้า
  • แจกจานกระดาษให้เด็กแต่ละคน คนละ 2 ใบ
  • ให้เด็กตักเมล็ดข้าวโพดใส่ลงในจานประมาณ 1/2 ถ้วยตวง หลังจากนั้นให้ทากาวบริเวณขอบจานโดยรอบ แล้วใช้จานอีกหนึ่งใบปิดประกบจานที่มีเมล็ดข้าวโพดให้สนิทมิดชิด รอให้กาวแห้งสักครู่ (หรือคุณครูอาจใช้ปืนกาวเพื่อความรวดเร็ว)
  • เมื่อกาวแห้งและจานทั้งสองใบประกบกันดีแล้ว เจาะรูรอบขอบจานประมาณ 6 รูให้มีความห่างเท่าๆ กัน หลังจากนั้นผูกริบบิ้นให้เป็นสายห้อยในแต่ละรู เพื่อความสวยงามและช่วยให้จานทั้งสองใบปิดสนิท
  • เด็กสามารถตกแต่งแทมบูรีนของเขาด้วยสีและสติกเกอร์เพื่อความสวยงาม

กิจกรรม

“หนูจะสรรเสริญพระเจ้า”

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • กระดาษปอนด์สีขาว ขนาด A4 สำหรับเด็กแต่ละคน
  • ใบไม้หลากหลายชนิด
  • สีโปสเตอร์หรือสีน้ำอะคริลิค
  • พู่กัน
  • ปากกา

วิธีทำ

  • แจกกระดาษปอนด์สีขาวให้เด็กแต่ละคน
  • ให้เด็กแต่ละคนเลือกใบไม้ที่เด็กชอบ คนละ 2-3 ใบ หากเป็นไปได้ คุณครูอาจพาเด็กออกไปเลือกใบไม้ที่อยู่บริเวณรอบๆ ด้วยตัวของเขาเอง ขนาดของใบไม้ควรให้มีขนาดพอเหมาะกับกระดาษที่จะใช้พิมพ์ใบไม้เหล่านั้น
  • ใช้พู่กันระบายสีตามชอบลงบนด้านหลังของใบไม้ให้ทั่ว (คุณครูควรเตรียมสีที่จะใช้ให้มีความเข้มข้นพอเหมาะ ไม่เหนียวข้น หรือ ผสมน้ำมากเกินไปจนเหลว)
  • คว่ำใบไม้ลงบนกระดาษอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ ใช้นิ้วกดขอบใบไม้ให้ติดกับกระดาษ เพื่อจะได้ภาพพิมพ์ใบไม้ที่มีลวดลายสวยงาม
  • ทำเช่นเดียวกันกับใบไม้ที่เหลือ โดยให้เด็กเว้นช่องว่างด้านล่างของกระดาษประมาณ 1/4 ของกระดาษไว้
  • ระหว่างที่รอให้สีของใบไม้แห้ง คุณครูทบทวนบทเรียนและนำเสนอให้เด็กเข้าใจว่า เด็กๆ สามารถสรรเสริญพระเจ้าได้ด้วยวิธีต่างๆ มากมายนอกเหนือจาก การร้องเพลง หรือ คำพูด การกระทำหรือการดำเนินชีวิตของเด็กในแต่ละวัน ก็สามารถสรรเสริญพระเจ้าได้ เราสามารถสรรเสริญพระเจ้า ด้วยคำอธิษฐาน ด้วยการร้องเพลง ด้วยการเชื่อฟัง เปิดโอกาสให้เด็กได้แบ่งปันสิ่งที่เขาสามารถทำเพื่อสรรเสริญพระเจ้าได้
  • ให้เด็กเขียน “หนูจะสรรเสริญพระเจ้า โดย...................................................................” เติมคำลงในช่องว่างด้านล่างของกระดาษ

 

กิจกรรม

ทำที่บ้าน